โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อว. กางแผนวิจัย 5 ปี ดัน AI-Semiconductor ปั้นเศรษฐกิจใหม่ไทย

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยทิศทางการพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรมของประเทศในช่วง 5 ปีข้างหน้า โดยมุ่งผลักดันให้งานวิจัยถูกนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง ช่วยสร้างอุตสาหกรรมใหม่ เพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจ และยกระดับศักยภาพการแข่งขันของไทยในเวทีโลก

การจัดทำแผน วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (ววน.) ฉบับใหม่จะเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน ทั้งนักวิจัย มหาวิทยาลัย ภาคเอกชน และประชาชน เพื่อให้แผนดังกล่าวสะท้อนความต้องการของประเทศอย่างแท้จริง ไม่จำกัดเฉพาะมุมมองของภาควิชาการเท่านั้น

ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)

ปัจจุบันกองทุน ววน. มีวงเงินประมาณ 20,000 ล้านบาท และหากประเทศไทยต้องการก้าวสู่ประเทศพัฒนาแล้ว จำเป็นต้องเพิ่มการลงทุนด้านวิจัยและนวัตกรรมให้มากขึ้น ควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้จ่ายงบประมาณ การดึงการลงทุนจากภาคเอกชน และการนำผลงานวิจัยไปต่อยอดเชิงพาณิชย์ เพื่อสร้างผลตอบแทนกลับเข้าสู่ระบบวิจัยของประเทศ

ชูงานวิจัยตอบโจทย์ประเทศ สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ

ศ. ดร.ยศชนัน กล่าวว่า ในอดีตงานวิจัยของไทยจำนวนไม่น้อยมุ่งเน้นการสร้างผลงานทางวิชาการ แต่ในระยะต่อไปจำเป็นต้องเชื่อมโยงกับความต้องการของภาคธุรกิจ สังคม และประเทศมากขึ้น เพื่อให้เกิดการนำไปใช้ประโยชน์จริง

หัวใจสำคัญคือการเริ่มต้นจากปัญหาและความต้องการที่แท้จริงของประเทศ เพราะหากงานวิจัยตอบโจทย์ที่ชัดเจน ย่อมมีโอกาสถูกนำไปใช้ต่อยอดได้มากขึ้น แต่หากไม่สอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้ ผลงานวิจัยก็อาจไม่สามารถสร้างผลลัพธ์ได้ตามเป้าหมาย

ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. นำเสนอ

นอกจากนี้การนำงานวิจัยไปใช้ประโยชน์จริงยังช่วยสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ เพิ่มความเชื่อมั่นของภาคเอกชน และดึงดูดการลงทุนใหม่เข้าสู่ประเทศ

ใช้วิทยาศาสตร์และนวัตกรรมเป็นฐานพัฒนาประเทศ

ศ. ดร.ยศชนัน ระบุว่า วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม จะเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาประเทศในทุกมิติ โดยเฉพาะการเพิ่มศักยภาพในการพึ่งพาตนเอง ลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ และสร้างความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว

ตัวอย่างสำคัญ ได้แก่ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ศูนย์ข้อมูล (Data Center) และอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีสำคัญของโลกยุคใหม่ และเป็นโอกาสที่ประเทศไทยสามารถพัฒนาบุคลากร องค์ความรู้ และงานวิจัยรองรับได้

การมีเทคโนโลยีและนวัตกรรมของตนเองจะช่วยเพิ่มความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ลดความเสี่ยงจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลก และรองรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

ชู 5 แนวทางขับเคลื่อนงานวิจัยและกำลังคนแห่งอนาคต

สำหรับทิศทางการดำเนินงานในระยะต่อไป จะให้ความสำคัญกับ 5 ด้านหลัก ได้แก่ การพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรมที่ตอบโจทย์อุตสาหกรรมและความต้องการของประเทศ การพัฒนาทักษะกำลังคนให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมแห่งอนาคต การสนับสนุนสตาร์ตอัปและธุรกิจนวัตกรรมเพื่อผลักดันผลงานวิจัยไปสู่การใช้งานจริง การพัฒนาทักษะแรงงานในอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจาก AI และระบบอัตโนมัติ รวมถึงการส่งเสริมให้ AI เป็นทักษะพื้นฐานของคนทุกสาขาอาชีพ

โดยมองว่า AI จะกลายเป็นทักษะสำคัญที่ทุกคนต้องเรียนรู้ ไม่ว่าจะอยู่ในสายวิทยาศาสตร์ สังคมศาสตร์ หรือศิลปศาสตร์ โดยในอนาคตการใช้ AI จะเป็นเรื่องปกติ แต่สิ่งสำคัญคือการนำ AI มาสร้างคุณค่าและนวัตกรรมใหม่ให้เกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและสังคม

กระทรวง อว. ชี้ 3 ความท้าทายสำคัญของประเทศในทศวรรษหน้า ได้แก่ สงครามเทคโนโลยีและ AI การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการเข้าสู่สังคมสูงวัย ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อการกำหนดยุทธศาสตร์วิจัยของไทย ภาพที่ 3

รับมือความท้าทายใหม่ของประเทศ

ประเทศไทยกำลังเผชิญความท้าทายหลายด้าน ทั้งการแข่งขันทางการค้า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สังคมสูงวัย การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร และผลกระทบจาก AI ที่เข้ามาเปลี่ยนรูปแบบการทำงานและภาคอุตสาหกรรม

ประเด็นเหล่านี้จำเป็นต้องอาศัยงานวิจัยและนวัตกรรมเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหา รวมถึงส่งเสริมการทำงานร่วมกันระหว่างนักวิจัยจากหลากหลายสาขา เพื่อสร้างองค์ความรู้และแนวทางรับมือที่มีประสิทธิภาพ

พร้อมกันนี้ ยังต้องพัฒนาระบบสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรมให้เข้มแข็ง รวมถึงส่งเสริมผู้ประกอบการเทคโนโลยีและการเข้าถึงเงินร่วมลงทุน (Venture Capital : VC) เพื่อช่วยผลักดันผลงานวิจัยสู่ภาคธุรกิจมากขึ้น

กระทรวง อว. เปิดแผนปฏิบัติการ MHESI Action Plan 2026-2030 มุ่งพัฒนาระบบนิเวศนวัตกรรม ผลักดัน AI และเซมิคอนดักเตอร์ ยกระดับเศรษฐกิจสุขภาพ พร้อมพัฒนามหาวิทยาลัยไทยสู่มาตรฐานระดับโลก

ดันอุตสาหกรรมสุขภาพและเซมิคอนดักเตอร์ สร้างโอกาสเศรษฐกิจใหม่

สำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมายที่มีศักยภาพในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับประเทศ กระทรวง อว. ให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจสุขภาพ (Wellness Economy) และอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์

ศ. ดร.ยศชนัน กล่าวว่า อุตสาหกรรมสุขภาพจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายสาขา ทั้งการแพทย์ วิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ และสังคมศาสตร์ โดยเฉพาะการวิจัยทางคลินิก ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการพัฒนายา อุปกรณ์ทางการแพทย์ และผลิตภัณฑ์สุขภาพมูลค่าสูง

ขณะที่อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัล เนื่องจากเป็นหัวใจของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ระบบอัตโนมัติ เทคโนโลยี AI และอุตสาหกรรมสมัยใหม่จำนวนมาก

ศ. ดร.ยศชนัน เสนอให้มีการผลักดันอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ในลักษณะโครงการระดับชาติ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุน และเพิ่มโอกาสในการดึงดูดการลงทุนด้านเทคโนโลยีขั้นสูงเข้าสู่ประเทศไทย

จับมือเอกชนร่วมลงทุน ยกระดับงานวิจัยไทย

ศ. ดร.ยศชนัน กล่าวว่า การยกระดับงานวิจัยของประเทศไม่สามารถพึ่งพางบประมาณภาครัฐเพียงอย่างเดียว จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากภาคเอกชนในการร่วมลงทุนและร่วมกำหนดทิศทางการพัฒนาเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรม

กระทรวง อว. อยู่ระหว่างหารือกับภาคเอกชนเพื่อพัฒนากลไกสนับสนุนการลงทุนในงานวิจัยและนวัตกรรม โดยเปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจเข้ามามีส่วนร่วมในประเด็นที่ประเทศต้องการพัฒนา

นอกจากนี้ ยังมีแนวคิดจัดทำแผนข้อมูลกำลังคน (Skill Map) เพื่อเชื่อมโยงการศึกษา งานวิจัย และความต้องการแรงงานของภาคธุรกิจให้สอดคล้องกันมากขึ้น

ทั้งนี้ ยุทธศาสตร์หลักของแผน ววน. ยังคงดำเนินต่อเนื่องจากกรอบเดิม แต่จะเพิ่มความชัดเจนในระดับแผนปฏิบัติการ พร้อมเปิดรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วนก่อนสรุปเป็นแผนฉบับสมบูรณ์ เพื่อให้วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมไทยอย่างยั่งยืนในอนาคต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...