‘อนุทิน’ หารือผู้อำนวยการใหญ่ UNESCO ดัน ‘ชุดไทย’ มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม
เมื่อวันที่ 23 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 15.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่น ณ สาธารณรัฐฝรั่งเศส ซึ่งช้ากว่าประเทศไทย 5 ชั่วโมง) ของวันที่ 22 พ.ค. ที่ผ่านมา ที่สำนักงานใหญ่ UNESCO นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย พบหารือกับ นายคอลิด อะห์มัด อัลอะนานี อะลี อิซ (H.E. Mr. Khaled Ahmed El-Enany Ali Ezz) ผู้อำนวยการใหญ่องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO)
โดยนายกฯ กล่าวแสดงความยินดีที่ได้พบกับผู้อำนวยการใหญ่ UNESCO อีกครั้ง ภายหลังจากที่ทั้งสองฝ่ายได้หารือร่วมกัน ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 15 พ.ค. ที่ผ่านมา ในโอกาสการเยือนไทยอย่างเป็นทางการครั้งแรกของผู้อำนวยการใหญ่ UNESCO ภายหลังเข้ารับตำแหน่ง โอกาสนี้ นายกฯ ได้กล่าวขอบคุณสำหรับคำเชิญเยือนสำนักงานใหญ่ UNESCO และเห็นพ้องว่า การแลกเปลี่ยนการเยือนระหว่างกันในครั้งนี้ สะท้อนถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นและความเป็นหุ้นส่วนที่ใกล้ชิดระหว่างประเทศไทยกับ UNESCO
ด้านผู้อำนวยการใหญ่ UNESCO กล่าวชื่นชมบทบาทและความร่วมมือของประเทศไทยในหลายมิติ และยังชื่นชมความมุ่งมั่นของรัฐบาลไทย ในการขยายความร่วมมือกับ UNESCO ให้ครอบคลุมและลึกซึ้งยิ่งขึ้น มากไปกว่านั้น ยังได้รับทราบถึงความตั้งใจของภาคเอกชนไทยในการมีส่วนร่วมกับ UNESCO โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยวยั่งยืน
นายกฯ กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีแหล่งมรดกโลกจำนวน 8 แห่ง และไทยให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมและธรรมชาติควบคู่กับการพัฒนาประเทศอย่างสมดุล โดยนายกรัฐมนตรีหวังว่าวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช จะได้รับการพิจารณาขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลก ในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ 48 ณ สาธารณรัฐเกาหลี ในเดือน ก.ค. ปีนี้ และประเทศไทยได้เสนอชุดไทย เพื่อขึ้นทะเบียนในบัญชีตัวแทนมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ (Representative List of the Intangible Cultural Heritage of Humanity) ซึ่งไม่เพียงสะท้อนองค์ความรู้ ภูมิปัญญา งานหัตถศิลป์ และอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมร่วมของคนไทยเท่านั้น แต่ยังนับเป็นการเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงอุทิศพระองค์ในการอนุรักษ์และส่งเสริมผ้าไทยและสิ่งทอไทย ให้เป็นที่ประจักษ์ในระดับนานาชาติ อีกทั้งยังเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างการรับรู้แก่ประชาคมโลก ถึงคุณค่าของมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของไทย.