โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ในพระราชสำนัก

พระปณิธานแห่งการพัฒนา สู่รากฐานความมั่นคงของแผ่นดิน

สยามรัฐ

อัพเดต 26 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี องค์ประธานสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ผู้ทรงมุ่งมั่นอุทิศพระองค์ในการพัฒนางานด้านวิทยาศาสตร์ การแพทย์ และการสาธารณสุขของประเทศอย่างยาวนาน ด้วยทรงตระหนักดีว่าการพัฒนาประเทศ จำเป็นต้องอาศัยองค์ความรู้ ซึ่งเกิดจากงานวิจัย และนวัตกรรมที่ทันสมัย ควบคู่ไปกับการพัฒนาบุคลากรให้มีศักยภาพสูง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และสร้างรากฐานความมั่นคงให้แก่ประเทศชาติอย่างยั่งยืน

นับตั้งแต่ที่ทรงก่อตั้งสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ในปี พ.ศ. 2530 ทรงสนับสนุนการพัฒนางานวิจัยด้านวิทยาศาสตร์เพื่อส่งเสริมสุขภาพของประชาชนในประเทศมาอย่างต่อเนื่อง ทรงทุ่มเทพระวิริยอุตสาหะศึกษา ค้นคว้าวิจัย และวางแนวพระนโยบายการพัฒนางานวิจัยที่สามารถสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ผ่านโครงการวิจัยเชิงบูรณาการรอบด้าน เพื่อมุ่งสู่ความก้าวหน้าทางวิทยาการด้านการแพทย์ และการพัฒนายารักษาโรคที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การศึกษาวิจัยผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติและสมุนไพรไทย การสังเคราะห์ตัวยาทางเคมีอินทรีย์ รวมถึงการวิจัยและพัฒนายาชีววัตถุ ซึ่งเป็นยาที่มีประสิทธิภาพสูงมีความจำเพาะเจาะจงต่อเป้าหมายการรักษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มโมโนโคลนอล แอนติบอดี (Monoclonal antibody) ที่มีบทบาทสำคัญในการใช้รักษาโรคซับซ้อน อาทิ โรคมะเร็ง โรคภูมิคุ้มกันผิดปกติ โรคติดเชื้อ ถือเป็นความหวังใหม่ของการรักษาโรคร้ายแรง และโรคอุบัติใหม่ ทั้งในปัจจุบันและอนาคต

อีกทั้ง ทรงริเริ่มวางรากฐาน “ระบบนิเวศแห่งการพัฒนายาชีววัตถุ” อย่างครบวงจร ตั้งแต่ห้องปฏิบัติการวิจัย พัฒนาและผลิตยาชีววัตถุ ศูนย์สัตว์ทดลองมาตรฐานสากล เพื่อทดสอบประสิทธิภาพและความปลอดภัยเบื้องต้น โดยมีการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานในพระดำริฯ ได้แก่ สถาบันบัณฑิตศึกษาจุฬาภรณ์ เพื่อผลิตและพัฒนาบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการผลิตยา โรงพยาบาลจุฬาภรณ์เพื่อการศึกษาทางคลินิก ตลอดจนการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับสถาบันวิจัยนานาชาติ อันนำมาสู่การจัดตั้ง “ศูนย์วิจัยและพัฒนาชีววัตถุ” (Center for Biologics Research and Development - CBRD) ของสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ที่มีการพัฒนาและผลิตยาชีววัตถุจากต้นน้ำถึงปลายน้ำด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การพัฒนาในระดับเซลล์ต้นแบบ การพัฒนากระบวนการผลิตในปริมาณต่างๆ การควบคุมคุณภาพการผลิตตามมาตรฐาน GMP (Good Manufacturing Practice) รวมถึงการศึกษาวิจัยระดับก่อนคลินิกและคลินิก เพื่อเป้าหมายสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพของการพัฒนาและผลิตยาชีววัตถุที่มีมาตรฐาน และเพียงพอต่อความต้องการของประชาชนคนไทย จนนำไปสู่ความสำเร็จในการพัฒนายาชีววัตถุคล้ายคลึง “ทราสทูซูแมบ” (trastuzumab) ที่ใช้รักษาโรคมะเร็งเต้านม และมะเร็งชนิดอื่น ๆ แบบมุ่งเป้า โดยได้รับการขึ้นทะเบียนตำรับยาในชื่อพระราชทานว่า “HERDARA” จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เมื่อปี พ.ศ. 2568

นอกจากนี้ องค์ประธานสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ยังทรงตระหนักถึงความสำคัญของสารผลิตภัณฑ์ธรรมชาติภายในประเทศ ที่สามารถนำมาศึกษาวิจัยและพัฒนาเป็นยารักษาโรคอย่างมีประสิทธิภาพ จึงมีพระนโยบายให้สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ดำเนินงานวิจัยด้านยาสมุนไพร โดยนำพืชสมุนไพรจากโครงการศึกษาและพัฒนาสมุนไพรเพื่อการวิจัย ในพื้นที่หมู่บ้านทับทิมสยาม 05 จังหวัดสระแก้ว ภายใต้การกำกับดูแลของ สำนักกิจกรรมพิเศษ สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ มาต่อยอดสู่งานวิจัย และพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่ได้มาตรฐาน โดยหนึ่งในพืชสมุนไพรที่สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ศึกษาวิจัยมาอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 2 ทศวรรษ คือ “ฟ้าทะลายโจร” โดยได้ทำการศึกษาวิจัย ตั้งแต่วิธีการเพาะปลูก การเตรียมสารสกัด การควบคุมคุณภาพของสารสำคัญ ตลอดจนการศึกษาฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาและพิษวิทยา เพื่อพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่มีคุณภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน

จากการศึกษาค้นคว้าและวิจัยพืชสมุนไพรฟ้าทะลายโจรของสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ สามารถต่อยอดไปสู่การพัฒนากระบวนการสกัดด้วยเทคโนโลยีการสกัดด้วยน้ำ (aqueous extraction) นับเป็นหน่วยงานแห่งแรกของประเทศไทยที่พัฒนาและผลิตสารสกัดฟ้าทะลายโจรโดยการใช้ “น้ำ” เป็นตัวทำละลายในการสกัด ซึ่งช่วยให้ได้สารสำคัญที่ปลอดภัย และสามารถควบคุมปริมาณสารออกฤทธิ์ andrographolide ได้อย่างแม่นยำตามมาตรฐานสากล จนประสบความสำเร็จได้รับการขึ้นทะเบียนตำรับผลิตภัณฑ์สมุนไพรจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ภายใต้ชื่อผลิตภัณฑ์ “ยาแคปซูลสารสกัดฟ้าทะลายโจร ตรา พีซี-1999” (PC-1999) ที่มีสรรพคุณใช้บรรเทาอาการไข้ นับเป็นต้นแบบผลิตภัณฑ์ระดับอุตสาหกรรมที่มีการควบคุมคุณภาพทุกขั้นตอน ตั้งแต่การควบคุมคุณภาพวัตถุดิบ (ต้นน้ำ) การควบคุมปริมาณสารสำคัญในสารสกัด (กลางน้ำ) และการผลิตแคปซูลสารสกัดน้ำฟ้าทะลายโจร (ปลายน้ำ) อันเป็นการขับเคลื่อนนวัตกรรมการสกัด พร้อมทั้งยกระดับยาสมุนไพรไทยพื้นบ้านสู่มาตรฐานระดับโลก

ด้วยพระเมตตาที่ทรงห่วงใยในทุกข์สุขของประชาชนชาวไทยอยู่เสมอ ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี มิได้ทรงตระหนักเฉพาะความสำคัญด้านความมั่นคงทางสุขภาพของประชาชนเท่านั้น หากยังทรงใส่พระทัยและติดตามสถานการณ์ความมั่นคงของประเทศอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะเมื่อต้องเผชิญกับภัยคุกคามบริเวณชายแดน ซึ่งส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชน รวมถึงเหล่าทหารหาญผู้เสียสละปกป้องอธิปไตยของชาติ ตลอดจนความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่อาคารบ้านเรือนของประชาชน และสถานที่ต่าง ๆ ในชุมชน จึงได้เสด็จไปทรงเยี่ยมประชาชนในพื้นที่อย่างใกล้ชิด พร้อมพระราชทานความช่วยเหลือทั้งด้านการรักษาพยาบาล การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ ตลอดจนพระราชทานสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภค เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนอย่างทันท่วงที นับเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจแก่ประชาชนและกำลังพลในพื้นที่ให้สามารถดำรงชีวิต และก้าวผ่านพ้นห้วงเวลาแห่งความยากลำบากไปได้ด้วยความเข้มแข็งและปลอดภัย

พระกรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อประชาชนและกำลังพลนั้น ยังคงปรากฏเป็นที่ประจักษ์ ด้วยพระดำริฯ ให้จัดตั้ง“กองทุนหทัยทิพย์” ภายใต้มูลนิธิจุฬาภรณ์ เพื่อให้ประชาชนชาวไทยสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างมั่นคงปลอดภัย และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยทรงรับเป็นประธานกรรมการบริหารกองทุน พร้อมทั้งพระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์เพื่อเป็นทุนเริ่มต้น อันเป็นสิริมงคลแก่การดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ของกองทุนฯ ในการป้องกันและบรรเทาทุกข์ภัยของประชาชนทุกหมู่เหล่าจากสถานการณ์ความไม่สงบ หรือเหตุการณ์ที่ก่อให้เกิดภยันตรายแก่ชีวิต ทรัพย์สิน และอธิปไตยของชาติ โดยมีภารกิจแรกที่สำคัญ คือ การดำเนินการก่อสร้างสิ่งป้องกันภัยตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา จึงได้พระราชทานพระนโยบายให้การสนับสนุนด้านงบประมาณเพื่อดำเนินโครงการก่อสร้างสิ่งป้องกันภัยต่าง ๆ ในพื้นที่เสี่ยงภัยครอบคลุมทุกจังหวัดชายแดน โดยมีกองบัญชาการกองทัพไทย รั้ว(บก.ทท.) และกองทัพบก (ทบ.) ร่วมสนองพระดำริฯ เพื่อน้อมนำไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม และขับเคลื่อนการดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่อง

โครงการก่อสร้างดังกล่าว มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการยกระดับความมั่นคงปลอดภัย และเป็นที่พึ่งจำเป็นของประชาชนเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินจากภัยคุกคามด้านความมั่นคงของประเทศ โดยมีองค์กรจากหลายภาคส่วน ตลอดจนประชาชนผู้มีจิตศรัทธาจากทั่วประเทศ ร่วมสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสะท้อนถึงพลังแห่งความสามัคคีในการร่วมพิทักษ์และธำรงอธิปไตยของชาติให้มั่นคงยั่งยืน ผู้ประสงค์จะร่วมสมทบทุน สามารถบริจาคผ่าน ธนาคารกรุงเทพ สาขาหลักสี่พลาซ่า ชื่อบัญชี เงินกองทุนหทัยทิพย์ ประเภทบัญชีกระแสรายวัน เลขที่บัญชี 229-3-03266-6 และประเภทบัญชีสะสมทรัพย์ เลขที่บัญชี 229-4-29977-7 หรือสแกน QR Code ผ่านระบบ e-Donation สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานกองทุนหทัยทิพย์ ชั้น 1 อาคารอเนกประสงค์ สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ โทร. 0-2553-8616-19 ในวันและเวลาทำการ

จากพระปณิธานอันแน่วแน่ ที่ทรงมุ่งมั่นปฏิบัติพระกรณียกิจด้วยพระวิริยอุตสาหะและพระปรีชาสามารถตลอดระยะเวลาอันยาวนาน เพื่อวางรากฐานการพัฒนาประเทศในทุกมิติ ได้นำมาซึ่งความมั่นคง ปลอดภัย และคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืนแก่ประชาชนชาวไทยสืบไป เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทรงเจริญพระชนมายุ 69 พรรษา วันที่ 4 กรกฎาคม 2569 ขอน้อมเกล้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน สถิตเป็นมิ่งขวัญร่มเกล้าแก่ประชาชนชาวไทย ตราบนานเท่านาน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...