ตำรวจคุมตัว "ชายใส่ฮู้ด" ชี้จุดซุกเฮโรอีน เจ้าตัวลั่น "ขอโทษแอร์ด้วยครับ"
4 ก.ค. 2569 พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการประจำสำนักงานผบ.ตร. พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รองผบช.น. นำกำลังชุดสืบสวนนครบาล พร้อม บช.ปส. และ พฐ. ลงพื้นที่ตรวจค้นบริเวณอพาร์ตเม้นท์แห่งในอำเภอพระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นแหล่งกบดาลและใช้แพ็กสิ่งของกระเป๋าผ้าซุกซ่อนเฮโรอีนของ นายอุทัย คณาภิวัฒน์ อายุ 57 ปี ชาวม้ง ซึ่งเป็นชายใส่ฮู้ดสีน้ำเงิน ที่ถือกล่องพัสดุไปส่งให้กับ "มินา" แอร์โฮสเตสสาว เมื่อวันที่ 22 มิ.ย.ที่คอนโดมิเนียม ย่านบางนา กทม.
จากการตรวจค้น ภายในห้องพัก
- ผ้าลายช้างที่มีลักษณะ แยกชิ้นส่วน จำนวน 8 ผืน เศษผ้าที่เป็นลายช้างลักษณะถูกตัดเป็นริ้วๆจำนวนมาก ซึ่งเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้นำเศษผ้าที่ถูกตัดเป็นริ้วมากองและเกลี่ย เพื่อนำผงสีขาวที่ติดอยู่ตามเศษผ้าออกมา และ บรรถุงซิบล็อกเพื่อนำไปทำการตรวจพิสูจน์ว่าเป็นผงชนิดใด
- เงินสดเป็นแบงค์พันจำนวนมาก
- โทรศัพท์มือถือ
- กระเป๋าตังค์
- เสื้อผ้าที่เป็นกางเกงขาสั้น แลละเสื้อสีน้ำเงินแขนสั้น กระเป๋าเป้ คาดว่าเป็นของใช้ที่นายอุทัย ใช้ในวันที่นำพัสดุเฮโรอีนไปส่งให้กับแอร์สาวมินา
โดยหลักฐานทั้งหมด เจ้าหน้าที่ได้นำมาวางรวมกันเพื่อตรวจยึดไว้ ซึ่งจะให้กองพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบโดยละเอียดโดยเฉพาะลายนิ้วมือแฝง
จากนั้นเวลา 16.16 น. เจ้าหน้าที่ได้คุมตัวนายอุทัย ลงจากรถ ให้มายืนยันของกลางและนำตรวจค้นห้องพัก ระหว่างคุมตัวลงจากรถ นักข่าวพยายามสอบถามนายอุทัยถึงการรับยามาจากใคร นายอุทัย ตอบเพียงสั้นๆว่า "ผมรับจ้างมาอีกทีครับ"
ระหว่างนั้นเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้ใช้เครื่อง FTIR (Fourier Transform Infrared Spectroscopy) หรือเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ ในการตรวจวิเคราะห์ทางเคมีโดยใช้แสงอินฟราเรด เพื่อตรวจพิสูจน์ผงสีขาวที่ได้จากการเกลี่ยออกมาจากกองเศษผ้าลายช้าง
ผลการตรวจยืนยันชัดว่า ผงสีขาวเป็น "เฮโรอีน"
จากนั้น พล.ต.อ.สำราญ ซักถามนายอุทัยว่า กองเศษผ้าลายช้างเป็นสิ่งที่บรรจุนี้ใส่ยาเสพติด มาใช่หรือไม่ นายอุทัย พยักหน้าตอบรับว่าบรรจุยาเสพติดใส่มาในนั้นจริง
ก่อนที่เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจะได้อธิบายลักษณะและผลการตรวจพิสูจน์ จากการนำตัวอย่างผงสีขาวบนกองเศษผ้าที่เป็นของกลางมาตรวจด้วยเครื่อง FTIR ผลออกมาว่าเป็นเฮโรอีน ยังไม่สามารถบอกปริมาณเฮโรอีนที่พบได้
ก่อนที่ตำรวจคุมตัวนายอุทัยขึ้นไปยังห้องพัก เพื่อตรวจค้นและชี้จุดอีกครั้ง ใช้เวลาไม่ถึง30นาที ก่อนจะคุมตัวนายอุทัยกลับขึ้นรถ เพื่อนำไปควบคุมไว้ที่ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด
นักข่าวพยายามสอบถามนายอุทัยว่า อยากชี้แจงอะไรหรือไม่ นายอุทัย ตอบว่า "ขอโทษแอร์ด้วยครับ ขอโทษที่ทำลงไป ขอโทษจริงๆครับ"
ด้าน พล.ต.อ.สำราญ เปิดเผยว่า จากการสอบปากคำ นายอุทัย รับสารภาพว่า วันที่ 20 มิ.ย. ขึ้นไปที่ อ.เชียงคำ จ.พะเยา เพื่อไปรับกระเป๋าลายช้าง 2 ตัว 6 ใบ และลายช้าง 4 ตัว 12 ใบ ซึ่งเย็บมาสำเร็จแล้วโดยมียาเสพติด คือ เฮโรอีน บรรจุอยู่ภายใน
หลังจากแอร์โอสเตสถูกจับกุม นายอุทัย ก็ได้นำยาส่วนที่เหลือไปทิ้ง แล้วนำกระเป๋าลายช้าง 2 ตัว และ 4 ตัว ที่เหลืออยู่ไปทิ้งในที่ต่างๆ ระหว่างทางหลบหนี ซึ่งเราได้พานายอุทัยไปตรวจยึดมาได้ รวมถึงมีที่ทิ้งชักโครกไปบางส่วนด้วย แต่จากการตรวจพบว่า กระเป๋าที่ทำลายแล้วมีคราบเฮโรอีน ติดค้างอยู่ในกระเป๋าชัดเจน
นายอุทัย ยังให้การยืนยันว่า ตอนไปรับของที่ อ.เชียงคำ เจ้าตัวรู้อยู่แล้วว่าในกระเป๋ามีเฮโรอีนซุกซ่อนและเมื่อไปรับทราบพฤติกรรมของคนมาส่งกระเป๋าซุกซ่อนยา มีลักษณพปกปิดหน้าตา เป็นผู้ชายมา 1 คน โดยหลังรับกระเป๋าที่เชียงคำเสร็จ ก็ขึ้นรถทัวร์มาลงแล้ว มาเก็บของไว้ที่อพาตเม้นต์ที่เข้าตรวจค้น ใน จ.พระนครศรีอยุธยา ก่อนจะไปส่งที่คอนโดบางนา ซึ่งได้ค่าจ้าง 60,000 บาท และทำมาแล้วทั้งหมด 3 ครั้ง ครั้งที่ส่งให้แอร์มินา เป็นครั้งที่ 3 และทั้ง 3 ครั้ง จะติดต่อกับคนจ้างในไลน์ ชื่อ รินริน เป็นคนไทย โดยได้ให้ชุดสืบสวนให้ไปขยายผลต่อ แต่นายอุทัยให้การค่อนข้างชัดเจน
ทั้ง3ครั้ง นายอุทัย จะใช้คนขับแกร๊บ ก็คือ ชายชื่อเป้ วัย 59 ปี ที่ตำรวจเชิญตัวมาสอบเมื่อวาน โดยนายอุทัยอ้างว่า ไม่ได้ติดต่อนายเป้ผ่านแอพ แต่ติดต่อผ่านเบอร์โทรศัพท์และไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัว
- ครั้งแรก นายอุทัย ไปส่งของที่ จ.สมุทรปราการ
- ครั้งที่ 2 จำสถานที่ ไม่ได้
- ครั้งที่ 3 คือ คอนโดแอร์มินา บางนา
ทั้ง 3 ครั้งจะใช้ลักษณะการส่ง คือ นำพัสดุไปวางไว้ให้เหมือนกัน โดนที่ไม่ได้เจอกันคนรับพัสดุ ซึ่งไม่ทราชัดเจนปริมาณยาเสพติดที่รับมา
ส่วนนายเป้ คนขับรถที่มารับนายอุทัยจะเกี่ยวข้องมากน้อยแค่ไหนนั้น เจ้าหน้าที่ได้เชิญมาสอบปากคำแล้วและได้ปล่อยตัวไป แต่อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานให้ชัดเจน ถ้าพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกันจริงก็จะขอหมายจับนายเป้เพิ่มด้วย
พล.ต.อ.สำราญ ยืนยันว่า นายอุทัยและชายใส่ฮู้ดเป็นคนเดียวกัน ผู้ต้องหารับสารภาพด้วยตนเองว่าเป็นบุคคลในภาพ ส่วนเสื้อผ้าที่สวมใส่ในวันเกิดเหตุถูกนำไปทิ้งแล้ว แม้สีจะแตกต่างจากเสื้อที่สวมในวันที่ถูกจับกุม แต่เป็นเสื้อยี่ห้อเดียวกันที่เจ้าตัวนิยมสวมใส่และชื่นชอบยี่ห้อนี้ ทั้งนี้อยู่ระหว่างพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหา น่าจะมีหลายข้อหา เนื่องจากเกี่ยวข้องกับการครอบครองและลำเลียงยาเสพติด รวมถึงการกระทำผิดอื่นที่ปรากฏจากพยานหลักฐาน พร้อมขยายผลถึงผู้ร่วมขบวนการทั้งต้นทางและปลายทางต่อไป
ส่วนสถานะแอร์มินาที่ถูกจับกุมที่ประเทศออสเตรเลีย พล.ต.อ.สำราญ ระบุว่า เป็นอำนาจการสอบสวนของตำรวจออสเตรเลีย จึงไม่สามารถก้าวล่วงได้ ตำรวจไทยพร้อมประสานและส่งมอบพยานหลักฐานทั้งหมด หากทางการออสเตรเลียร้องขอเพิ่มเติม