รัฐบาลเคาะ 6 มาตรการสกัดยาเสพติดไปต่างประเทศ เข้มการตรวจสัมภาระลูกเรือ ฟันวินัยร้ายแรงลูกเรือสายการบินรับหิ้ว-รับฝากสิ่งของ
วันนี้ (3 กรกฎาคม) เวลา 17.20 น. ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล ภายหลัง อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ครั้งที่ 2/2569
นายกรัฐมนตรีย้ำถึงสถานการณ์ปัญหายาเสพติดในประเทศไทยว่า ส่งผลกระทบและสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชน สาเหตุหนึ่งคือแหล่งผลิตยาเสพติดมาจากพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ ซึ่งเป็นแหล่งผลิตที่มีศักยภาพในระดับสูง โดยเฉพาะยาบ้าและไอซ์ ทำให้มีขบวนการค้ายาเสพติดตามแนวชายแดนลักลอบนำเข้าสู่ประเทศไทย นำมาพักคอยในพื้นที่ตอนใน และขนส่งผ่านระบบโลจิสติกส์เพื่อกระจายไปยังพื้นที่ต่าง ๆ
ก่อนถูกนำไปค้าขายและแพร่ระบาดในหมู่บ้านและชุมชน โดยกลุ่มเด็กและเยาวชนเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงเข้าสู่วงจรยาเสพติดเร็วขึ้น นอกจากนี้ ผู้ที่มีอาการทางจิตเวชจากยาเสพติดยังส่งผลกระทบและสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนในหมู่บ้านและชุมชนเป็นจำนวนมาก
นายกรัฐมนตรีกำชับให้ทุกหน่วยงาน ทั้งสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง การท่าอากาศยาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน เพื่อบูรณาการการทำงานและเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมาย พร้อมย้ำถึงคดีแอร์สาวการบินไทยว่า ทุกฝ่ายต้องดำเนินคดีอย่างรัดกุม รอบคอบ เน้นรวบรวมพยานหลักฐานให้ครบถ้วน และประสานส่งสำนวนคดีให้แก่ทางการออสเตรเลียดำเนินการตามกฎหมาย โดยคดีนี้ได้สร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงของประเทศไทยและสายการบินเป็นอย่างมาก
ทั้งนี้ ที่ประชุมรับทราบมาตรการในการควบคุมและสกัดกั้นมิให้ยาเสพติดถูกลำเลียงออกไปยังต่างประเทศ ดังนี้
- การท่าอากาศยานบูรณาการร่วมกับกรมศุลกากรและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพิ่มประสิทธิภาพและยกระดับการตรวจสัมภาระของผู้โดยสารและสัมภาระขนส่งขาออก ผ่านการ X-ray และการใช้สุนัข K-9 ดมกลิ่น
- การท่าอากาศยานจะเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสัมภาระของลูกเรืออย่างเข้มงวดและจริงจัง
- สถาบันการบินพลเรือน การบินไทย รวมถึงสายการบินอื่น ๆ จะกำหนดกฎระเบียบที่เข้มงวดสำหรับลูกเรือในการรับหิ้ว รับฝากสิ่งของ และดำเนินการทางวินัยอย่างร้ายแรง หากฝ่าฝืนจะถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ
- เห็นชอบให้กรมศุลกากรยกร่างคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อจัดตั้งหน่วยข้อมูลผู้โดยสาร (Passenger Information Unit: PIU) เพื่อยกระดับการแลกเปลี่ยนข้อมูลผู้โดยสารระหว่างประเทศ (Passenger Name Record: PNR)
- สถาบันการบินพลเรือนจะยกระดับการพัฒนาศักยภาพบุคลากรในการตรวจสอบสัมภาระของผู้โดยสารและลูกเรือ
- ให้ดำเนินการเชื่อมโยงฐานข้อมูลระหว่างกรมศุลกากร การท่าอากาศยาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถบริหารจัดการข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ ที่ประชุมเห็นชอบในหลักการปฏิบัติการพิฆาตยาเสพติด ซึ่งสอดคล้องกับคำแถลงนโยบายของรัฐบาลและข้อสั่งการนายกรัฐมนตรีในการปราบปรามยาเสพติดทุกรูปแบบ โดยมอบหมายให้ทุกหน่วยงานจัดทำแผนปฏิบัติการที่เชื่อมโยงและสอดคล้องกันในทุกระดับ ตั้งแต่อำเภอ จังหวัด กระทรวง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเป็นรูปธรรม ครอบคลุม 7 ด้าน
- การยกระดับความร่วมมือกับต่างประเทศ
- การเสริมความมั่นคงชายแดน
- การปราบปรามเครือข่ายค้ายาและเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้อง
- การลดผลกระทบต่อประชาชน
- การแก้ปัญหาผู้ป่วยจิตเวชจากยาเสพติด
- การดำเนินนโยบาย 1 อำเภอ 10 บำบัด
- การสร้างสังคมปลอดภัย