โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

พระเวียดนามตั้งวงหมูกระทะ-ซดเหล้า ก่อนบุกย่ำยี "แม่ชีน้อยวัย 12"

Amarin TV

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
พระเวียดนามตั้งวงหมูกระทะ-ซดเหล้า ก่อนบุกย่ำยี

พระเวียดนามตั้งวงหมูกระทะ-ซดเหล้า ก่อนบุกย่ำยี "แม่ชีน้อยวัย 12" หลวงพ่อลั่นเอาเรื่องถึงที่สุด แต่กลับถูกเจ้าอาวาสสั่งไล่พ้นวัดอ้างเอาเรื่องไปบอกตำรวจ

เกิดเหตุสะเทือนใจในแวดวงพระพุทธศาสนา เมื่อหลวงพ่อเอ (นามสมมติ) พระลูกวัดของวัดชื่อดังแห่งหนึ่ง ได้เดินทางเข้าร้องเรียนและขอความช่วยเหลือจาก นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด เพื่อขอให้ช่วยเร่งรัดและติดตามคดีหลังจากที่ลูกสาวของตนเอง ซึ่งเยาวชนอายุเพียง 12 ปี และได้บวชเป็นแม่ชีอยู่ภายในวัดดังกล่าว ถูกพระภิกษุสงฆ์ชาวเวียดนามล่วงละเมิดทางเพศอย่างอุกอาจภายในกุฏิพัก

โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงค่ำของวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งก่อนเกิดเหตุ พระภิกษุชาวเวียดนามรูปดังกล่าวได้ชักชวนกลุ่มแม่ชีและฆราวาสมาร่วมรับประทานหมูกระทะภายในกุฏิของตนเอง รวมทั้งหมด 5 คน ประกอบด้วย ตัวพระผู้ก่อเหตุ แม่ชี 2 รูป ซึ่งหนึ่งในนั้นคือลูกสาวของหลวงพ่อเอ และฆราวาสอีก 2 คน โดยในระหว่างที่ร่วมรับประทานอาหารกันนั้น พระชาวเวียดนามได้มีการดื่มสุราเข้าไปด้วย เมื่อรับประทานเสร็จสิ้น พระรูปนี้ได้อาสาขับรถกอล์ฟของวัดเพื่อไปส่งแม่ชีทั้ง 2 รูปกลับที่พัก โดยเลือกขับไปส่งลูกสาวของหลวงพ่อเอที่กุฏิก่อนเป็นรายแรก จากนั้นจึงเดินทางไปส่งแม่ชีอีกรูปหนึ่ง ก่อนจะวนรถกอล์ฟย้อนกลับมายังกุฏิของลูกสาวหลวงพ่อเออีกครั้งในเวลาไล่เลี่ยกัน

ผู้เสียหายเล่าให้ฟังว่า ในระหว่างที่เธอกำลังอาบน้ำและเตรียมจะปิดล็อกห้องพัก พระชาวเวียดนามได้ฉวยโอกาสผลักประตูเข้ามาอย่างแรง ก่อนจะใช้มืออุดปากเพื่อไม่ให้ส่งเสียงร้องและลงมือก่อเหตุกระทำชำเราจนสำเร็จความใคร่ หลังเกิดเหตุด้วยความตกใจและหวาดกลัว ลูกสาวได้รีบวิ่งไปหาแม่ชีอีกรูปพร้อมทั้งร้องไห้โฮและเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟัง ก่อนจะพากันไปแจ้งให้หลวงพ่อเอทราบเรื่อง

ซึ่งทันทีที่ผู้เป็นพ่อรู้ข่าวร้าย ก็ได้รีบพาลูกสาวเดินทางเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรหนองหิน จังหวัดเลย ทันที อ

ย่างไรก็ตาม หลวงพ่อเอ ระบุว่าหลังจากที่เรื่องแดงขึ้น ได้มีพระผู้ใหญ่บางรูปในวัดพยายามเข้ามาเจรจาเสนอให้ยุติเรื่องราวทั้งหมดไว้ภายในวัด โดยไม่ต้องแจ้งความดำเนินคดี แต่ตนเองไม่ยอม เนื่องจากเห็นว่าเป็นคดีอาญาร้ายแรง และเป็นเรื่องที่กระทบกระเทือนต่อจิตใจรวมถึงศักดิ์ศรีของลูกสาวอย่างรุนแรง จึงยืนยันที่จะดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุด

ซึ่งในเวลาต่อมาทางเจ้าอาวาสวัดได้ยินยอมให้ดำเนินคดีได้ แต่ก็ยังมีการพูดถึงแนวทางการเยียวยาด้วยเงินชดเชย ซึ่งทางหลวงพ่อเอยืนยันหนักแน่นว่าไม่ต้องการเงินและไม่ขอจบเรื่องด้วยวิธีนี้ เพราะต้องการเห็นผู้กระทำผิดได้รับโทษตามกระบวนการยุติธรรมอย่างสูงสุด แต่ผลกระทบที่ตามมาคือ หลังจากแจ้งความแล้ว หลวงพ่อกลับถูกสั่งให้ออกจากวัดและต้องคืนกุฏิพัก โดยได้รับคำชี้แจงจากทางวัดสั้นๆ ว่า สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการที่หลวงพ่อนำเรื่องราวภายในวัดออกไปแจ้งความกับตำรวจ

สำหรับความคืบหน้าทางคดีในปัจจุบัน ลูกสาวของหลวงพ่อได้เข้าให้ปากคำต่อหน้าสหวิชาชีพและมีใบรับรองแพทย์ตรวจร่างกายแนบในสำนวนเรียบร้อยแล้ว ส่วนพระชาวเวียดนามผู้ก่อเหตุถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวไว้ได้แล้วในระหว่างดำเนินคดี แต่สิ่งที่หลวงพ่อยังคงมีความกังวลใจเป็นอย่างมากคือ ขั้นตอนการสรุปสำนวนของพนักงานสอบสวนที่อาจมีความล่าช้าและไม่แล้วเสร็จทันตามกำหนดระยะเวลาฝากขังตามกฎหมาย ซึ่งอาจส่งผลให้ผู้ต้องหาได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวหรือได้รับการประกันตัว และเนื่องจากผู้ต้องหาเป็นชาวต่างชาติ จึงมีความเสี่ยงสูงมากที่จะหลบหนีออกนอกประเทศเพื่อหนีความผิด ขณะที่สภาพจิตใจของลูกสาวในปัจจุบันยังคงย่ำแย่ มีอาการหวาดผวาอย่างรุนแรง ไม่กล้าออกไปไหนมาไหนเพียงลำพัง และแสดงอาการหวาดกลัวทุกครั้งที่ต้องพบเจอผู้ชาย จึงอยากเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาเร่งรัดคดีนี้โดยเร็ว

ทางด้าน นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด กล่าวถึงกรณีนี้ว่า พฤติกรรมของพระชาวต่างชาติรูปนี้ถือว่ามีความอุกอาจ ร้ายแรง และสะเทือนใจสังคมเป็นอย่างมาก หลังจากนี้ตนเองจะรีบประสานไปยังผู้กำกับการ สภ.หนองหิน จ.เลย เพื่อติดตามความคืบหน้าและเร่งรัดคดีอย่างใกล้ชิดเพื่อลดความกังวลใจของครอบครัวผู้เสียหาย เบื้องต้นทราบว่าพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำผู้เกี่ยวข้องไปครบถ้วนแล้ว หากพยานหลักฐานแน่นหนาก็จะเร่งส่งฟ้องทันที ทั้งนี้ตนเองมีความกังวลเช่นเดียวกับหลวงพ่อว่าหากผู้ต้องหาได้ประกันตัวอาจจะหลบหนีคดีออกนอกประเทศเนื่องจากเป็นคนต่างด้าว

นอกจากนี้ ตนอยากเรียกร้องให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) รวมถึงสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดเลย เข้ามาตรวจสอบสถานปฏิบัติธรรมหรือวัดแห่งนี้เป็นการด่วน เนื่องจากหลวงพ่อเอได้ให้ข้อมูลที่น่าสงสัยหลายประเด็น โดยเฉพาะกระบวนการบวชของพระภายในวัดที่มีลักษณะแปลกและผิดปกติไปจากเดิม อีกทั้งยังมีพระสงฆ์ต่างด้าวจำวัดอยู่ภายในสำนักแห่งนี้เป็นจำนวนมากหลายร้อยรูป ซึ่งหากผลการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบว่ามีการกระทำความผิดซ่อนอยู่ หรือมีกระบวนการที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ก็จะต้องถูกดำเนินคดีและกวาดล้างให้สิ้นซากต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...