โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ลำไส้กับนาฬิกาชีวิต คุยกันได้? ไขความลับสู่การสร้างสมดุลสุขภาพระยะยาว

TODAY

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • TODAY

ในวัฒนธรรมของคนเอเชีย เรามักได้ยินคำสอนที่ว่า ‘กินอาหารอย่างพระราชาในตอนเช้า แต่กินมื้อเบาๆ ในตอนเย็น’ ถึงดูจะดูเป็นคำแนะนำที่เรียบง่าย แต่ใช่ว่าคนในทุกวันนี้จะทำได้ทั้งหมด

ทว่า งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์กำลังยืนยันสิ่งที่คนรุ่นก่อนเชื่อกันมา นั่นคือการกินมื้ออาหารที่สอดคล้องกับชีวิตประจำวันของเรา หรือสอดคล้องกับนาฬิกาชีวิตของร่างกาย โดยสุขภาพลำไส้จะเป็นหนึ่งในระบบแรกๆ ที่ได้รับประโยชน์

[‘ลำไส้’ และ ‘นาฬิกาชีวิต’ คุยกันยังไง?]

สิ่งที่หลายคนอาจไม่ทันสังเกตคือ ร่างกายของคนเรามี ‘นาฬิกาภายใน’ ที่แม่นยำอย่างมาก หรือที่เรียกว่า Circadian Rhythm ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมวงจรตลอด 24 ชั่วโมงของร่างกาย ทั้งการนอนหลับ ความหิว และการทำงานของระบบต่าง ๆ ตลอดทั้งวัน

โดยนาฬิกานี้ไม่ได้อยู่แค่ในสมอง แต่มีอยู่ในแทบทุกเซลล์ เพื่อให้ร่างกายทำงานสอดคล้องกับจังหวะเวลา ช่วงกลางวันและกลางคืน

ระบบย่อยอาหารและจุลินทรีย์ในลำไส้ ถือเป็นหนึ่งในระบบที่ไวต่อนาฬิกาชีวิตมากที่สุด ซึ่งจากงานวิจัยพบว่า

‘ลำไส้’ และ ‘นาฬิกาชีวิต’ มีการสื่อสารกันตลอดเวลา เพื่อช่วยควบคุมเมตาบอลิซึม น้ำหนักตัว การทำงานของฮอร์โมนอินซูลิน สุขภาพหัวใจ ภูมิคุ้มกัน และสุขภาพโดยรวมให้อยู่ในภาวะปกติ

แต่ไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปอย่างเงียบๆ ของคนยุคใหม่กำลังท้าท้ายการสื่อสารของร่างกายนี้อยู่

ไม่ว่าจะเป็นการนอนดึก กินไม่เป็นเวลา ทำงานเป็นกะ (โดยเฉพาะกะกลางคืน) หรือใช้หน้าจอจนดึก ล้วนรบกวนจังหวะของนาฬิกาชีวิต

เมื่อจังหวะนี้เสียสมดุล ลำไส้ก็ได้รับผลกระทบตามไปด้วย ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาน้ำหนักตัว ระดับน้ำตาลในเลือด และการอักเสบเรื้อรังในระยะยาว

ด้าน ดร.ภญ. วิภาดา แซ่เล้า ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการศึกษา และฝึกอบรมด้านโภชนาการ เฮอร์บาไลฟ์ เอเชียแปซิฟิก รวบรวมเรื่องราวน่าสนใจ และเคล็ดลับการปรับสมดุลง่าย ๆ โดยเริ่มจากพฤติกรรมเล็กๆ ที่ทำได้ทุกวันอย่างสม่ำเสมอ เพื่อช่วยให้ ‘นาฬิกาชีวิต’ และ ‘ลำไส้’ กลับมาทำงานสอดคล้องกันอีกครั้ง

[เริ่มต้นโภชนาการของวันให้ดี ‘กินอย่างมีสติ’]

มื้อเช้า คือ มื้ออาหารที่ผู้คนทั่วโลกต่างให้ความสำคัญ ซึ่งวิทยาศาสตร์ด้านโภชนาการสามารถอธิบายได้ว่า หลังจากการอดอาหารในช่วงกลางคืน ระบบย่อยอาหารจะอยู่ในสภาวะพร้อมทำงาน

ทั้งเอนไซม์ย่อยอาหารที่ทำงานอย่างเต็มที่ และระบบเมตาบอลิซึมที่เปิดรับสารอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ร่างกายสามารถดูดซึมสารอาหารได้ดี

การเริ่มต้นวันด้วยอาหารที่คุณประโยชน์ มีสารอาหารครบถ้วนหลากหลาย และรับประทานให้เป็นเวลาในช่วงระหว่างวัน จะช่วยให้เราได้รับพลังงานสม่ำเสมอ ระบบย่อยอาหารทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีการเผาผลาญที่เหมาะสม

โดยให้เน้นกินอาหารที่มีใยอาหารเพียงพอ มีโปรตีนคุณภาพดี ไขมันดี และคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนในทุกๆ มื้อ (ร่างกายต้องใช้เวลาในการย่อยคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน เพื่อเปลี่ยนแป้งไปเป็นน้ำตาลอย่างช้า ๆ ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสม่ำเสมอ และช่วยให้อิ่มท้องได้นานขึ้น)

นอกจากนี้ การกำหนดเวลาการกินให้แน่นอน เช่น ภายในช่วงเวลา 8–12 ชั่วโมงต่อวัน การกินอย่างมีสติ ก็มีส่วนช่วยให้ระบบย่อยอาหารและนาฬิกาชีวิตทำงานสอดคล้องกันมากขึ้น

ดื่มน้ำให้ถูกเวลา ช่วยให้ระบบย่อยทำงานดีขึ้น

การดื่มน้ำก็มีช่วงเวลาที่เหมาะเหมือนกับการกิน โดยน้ำมีบทบาทสำคัญในทุกขั้นตอนของการย่อย ตั้งแต่น้ำลายที่ช่วยย่อยอาหาร ไปจนถึงน้ำย่อยในกระเพาะ และการขับของเสียออกจากร่างกาย

การดื่มน้ำหนึ่งแก้วก่อนมื้อแรกของวัน ช่วยกระตุ้นระบบย่อยและปลุกนาฬิกาชีวิตให้เริ่มทำงาน และการดื่มน้ำอย่างสม่ำเสมอตลอดวันยังช่วยให้ใยอาหารทำงานได้ดีขึ้น ทำให้ระบบขับถ่ายเป็นปกติ

ขณะที่การลดการดื่มน้ำในช่วงค่ำ จะช่วยส่งสัญญาณให้ร่างกายเตรียมพักผ่อน และฟื้นฟูในตอนกลางคืน

นอนหลับดี ช่วยให้ลำไส้ได้ฟื้นฟูตัวเอง

แม้ว่าจะปิดไฟ ปิดเสียงรบกวน ไม่ใช้มือถือ และนอนครบ 8 ชั่วโมง แต่ตื่นมากลับรู้สึกไม่สดชื่น อาจเป็นเพราะ ‘การนอน’ ไม่ใช่แค่การพักผ่อนของสมอง แต่เป็นกระบวนการทางชีวภาพที่เกี่ยวข้องกับหลายระบบในร่างกาย โดยเฉพาะระบบย่อยอาหาร ซึ่งส่งสัญญาณไปยังระบบประสาทว่าควร “พัก” หรือ “ตื่นตัว”

ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงมื้อหนัก คาเฟอีน อาหารมัน หรือหวานจัดก่อนนอน เพราะระบบย่อยอาหารเองก็ต้องการเวลาในการพักเช่นเดียวกับสมอง

กิจกรรมเบาๆ เช่น การอ่านหนังสือ ยืดเหยียดร่างกาย หรือดื่มชาสมุนไพร ก่อนนอนประมาณ 30–60 นาที จะช่วยส่งสัญญาณให้ทั้งร่างกาย และลำไส้รับรู้ว่าวันนี้ใกล้สิ้นสุดลงแล้ว รวมทั้งการเข้านอนและตื่นนอนให้เป็นเวลา ยังช่วยให้ลำไส้ปรับจังหวะได้ดีขึ้น และหากสมาชิกในบ้านมีเวลาพักผ่อนที่ใกล้เคียงกัน ก็ยิ่งช่วยสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการพักผ่อนมากยิ่งขึ้น

[ความเครียด ตัวร้ายทำลายลำไส้และนาฬิกาชีวิต]

แม้จะมีตารางการนอนที่ดี แต่สิ่งหนึ่งที่มักติดตัวเราไปถึงเตียงทุกคืน คือ ‘ความเครียด’ ซึ่งจุลินทรีย์ในลำไส้ ไม่ได้มีหน้าที่แค่ช่วยย่อยอาหารเท่านั้น แต่ยังมีบทบาทในการควบคุมการตอบสนองต่อความเครียดของร่างกาย

งานวิจัยเปิดเผยว่า แบคทีเรียหลายล้านตัวที่อาศัยอยู่ในลำไส้ ไม่ได้ช่วยแค่การย่อยอาหารเท่านั้น แต่ยังช่วยควบคุมการตอบสนองต่อความเครียดของร่างกาย โดยทำงานร่วมกับจังหวะชีวภาพ คอร์ติซอล ซึ่งเป็นฮอร์โมนความเครียดหลักของร่างกาย สามารถรบกวนการเคลื่อนไหวของลำไส้ ทำลายสมดุลของจังหวะชีวภาพ

และเมื่อเวลาผ่านไปจะเปลี่ยนแปลงจุลินทรีย์ในลำไส้ ในลักษณะที่ทำให้ระบบย่อยอาหารตอบสนองไวขึ้น และมีความยืดหยุ่นน้อยลง ทำให้ความเครียดเป็นหนึ่งในตัวร้ายที่เราต้องให้ความสำคัญ

ก่อนที่วิทยาศาสตร์จะอธิบายเรื่องนี้ได้ ภูมิปัญญาสมัยก่อนได้แนะนำการใช้ชีวิตให้สอดคล้องกับจังหวะของวัน การนำรูปแบบเหล่านี้กลับมาใช้ในชีวิตประจำวันตามสไตล์คนเมือง ไม่จำเป็นต้องเคร่งครัดกับตัวเองมากเกินไป แค่เริ่มปรับเปลี่ยนทีละน้อย แต่ให้ทำอย่างสม่ำเสมอ

และเมื่อเวลาผ่านไปร่างกายก็จะหาสมดุลเจอ สุขภาพดีไม่ใช่เรื่องยาก แต่เป็นเรื่องของการใช้ชีวิตได้ตามจังหวะธรรมชาติ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...