โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

แกะรอยเงินสกปรกแก๊งคอลฯ รวบ 2 นายทุนไทย เร่ขายเหล้า-เบียร์ หักค่าฟอก 5%

เดลินิวส์

อัพเดต 8 มิถุนายน 2569 เวลา 1.52 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
ทลายขบวนการฟอกเงินแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ACSC รวบ 2 นายทุนไทย ซื้อเหล้า-เบียร์ห้างดังเร่ขายตัดราคาฟอกเงินหัก 5% ส่งต่อบอสชาวจีน

เมื่อวันที่ 7 มิ.ย. ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร. และผอ.ศปอส.ตร., พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร. และรอง ผอ.ศปอส.ตร. รวมถึง พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. สั่งการให้ พล.ต.ต.ชนันนัทธ์ สารถวัลย์แพศย์ ผบก.ปอท. และ พ.ต.อ.นิธิ ตรีสุวรรณ รรท.ผกก.2 บก.ปอท. นำกำลังจับกุมนายสุเมธ อายุ 38 ปี และนายเศรษฐวิชญ์ อายุ 34 ปี ตามหมายจับศาลอาญา ที่ 2495-2496/2569 ลงวันที่ 30 เม.ย. 2569 ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นคนอื่น, ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ, ร่วมกันฟอกเงิน และร่วมกันเป็นอั้งยี่”

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากตั้งแต่ต้นปี 2569 สถิติคดีฉ้อโกงออนไลน์ของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ประเภทข่มขู่ทางโทรศัพท์เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากการตรวจสอบผ่านระบบแจ้งความออนไลน์ Thaipoliceonline ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พบคดีลักษณะดังกล่าวมากกว่า 630 คดี สร้างความเสียหายรวมเกือบ 120 ล้านบาท

ต่อมาเจ้าหน้าที่ บก.ปอท. ได้สืบสวนคดีที่ผู้เสียหายถูกคนร้ายอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองเลย โทรศัพท์ไปข่มขู่ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด ก่อนหลอกให้โอนเงินเข้าบัญชีม้าที่เตรียมไว้ จากการบูรณาการข้อมูลร่วมกันระหว่างศูนย์ ACSC บริษัทโทรคมนาคม และสถาบันการเงินต่างๆ ทำให้สามารถเปิดปฏิบัติการจับกุมผู้ต้องหาในเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์ที่ทำหน้าที่โทรฯ หลอกลวงเหยื่อได้รวม 3 ราย พร้อมตรวจยึดเครื่องซิมบ็อกซ์ เราเตอร์ไวไฟ โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จำนวนมาก

ต่อจากนั้นเจ้าหน้าที่ยังขยายผลต่อไปจนพบเครือข่ายฟอกเงินที่ทำหน้าที่ยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินและอำพรางเส้นทางการเงิน โดยใช้วิธีนำเงินที่ได้จากเหยื่อไปซื้อสินค้าตามห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นเหล้า เบียร์ บุหรี่ และสินค้าอุปโภคบริโภคอื่นๆ ก่อนนำไปส่งขายต่อให้ร้านค้าทั่วไป ในราคาต่ำกว่าท้องตลาด เพื่อเปลี่ยนสภาพเงินและตัดตอนเส้นทางการตรวจสอบ

จากการสืบสวนพบว่า นายเศรษฐวิชญ์ ทำหน้าที่เป็นนายทุนคนไทย คอยติดต่อกับบอสชาวจีน และนำเงินจากบัญชีม้าไปสแกนจ่ายค่าสินค้าตามห้างสรรพสินค้าต่างๆ ขณะที่นายสุเมธ ทำหน้าที่ประสานสั่งซื้อสินค้า รับสินค้า และนำไปจำหน่ายต่อให้ร้านค้าทั่วไป ก่อนรวบรวมเงินสดส่งคืนให้กับนายทุนเพื่อนำส่งต่อไปยังผู้บงการชาวจีนอีกทอดหนึ่ง

นอกจากนี้ นายสุเมธ ยังทำหน้าที่ชักชวนบุคคลใกล้ชิดสมัครสมาชิกห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ เพื่อใช้สิทธิสั่งซื้อสินค้าในปริมาณมาก โดยเฉพาะเหล้า เบียร์ และบุหรี่ ก่อนถ่ายภาพคิวอาร์โค้ดรายการสั่งซื้อส่งให้นายเศรษฐวิชญ์สแกนชำระเงิน จากนั้นจึงนำสินค้าไปเร่ขายให้ร้านค้าทั่วไปในราคาถูกกว่าปกติ แล้วรวบรวมเงินสดส่งคืนให้เครือข่าย กระทั่งติดตามจับกุมผู้ต้องหาทั้งสองได้ในพื้นที่ จ.สมุทรสาคร และ จ.นนทบุรี พร้อมตรวจยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดไว้ตรวจสอบ

สอบสวนหนึ่งในผู้ต้องหาให้การว่า ตนประกอบธุรกิจโลจิสติกส์รับส่งสินค้าทั่วไป ก่อนจะรู้จักกับบอสชาวจีนรายหนึ่งซึ่งอ้างว่ามีเงินทุนจากต่างประเทศจำนวนมาก และต้องการหลีกเลี่ยงภาษีเพื่อนำมาลงทุนในประเทศไทย

ผู้ต้องหาระบุอีกว่า ตนเป็นผู้เสนอแนวทางให้นำเงินไปซื้อสินค้าอย่างเหล้าและเบียร์ เนื่องจากสามารถจำหน่ายต่อได้ง่ายและมูลค่าสินค้าไม่ลดลงมาก โดยแต่ละครั้งจะกำหนดปริมาณสินค้าที่ต้องการซื้อ จากนั้นมอบหมายให้นายสุเมธไปติดต่อสั่งซื้อกับห้างสรรพสินค้า ก่อนส่งคิวอาร์โค้ดมาให้ชำระเงิน เมื่อขายสินค้าได้แล้วจึงนำเงินสดไปส่งมอบให้บอสชาวจีนตามโรงแรมหรือสถานที่ต่างๆ ที่นัดหมายกันไว้ โดยตนได้รับค่าดำเนินการคิดเป็น 5% ของยอดขายทั้งหมด

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ฝากเตือนประชาชนว่า ปัจจุบันขบวนการฟอกเงินจากแก๊งหลอกลวงออนไลน์มีการพัฒนารูปแบบอย่างต่อเนื่อง ทั้งการแปลงเงินเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล การซื้ออสังหาริมทรัพย์ ทองคำ หรือแม้แต่การนำเงินไปซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคเพื่อขายต่อและอำพรางที่มาของเงิน

เจ้าหน้าที่ขอให้ประชาชนและผู้ประกอบการร้านค้าต่างๆ เพิ่มความระมัดระวัง หากพบผู้เสนอขายสินค้าราคาถูกผิดปกติ โดยอ้างว่าเป็นสินค้าจากห้างสรรพสินค้าชั้นนำ อาจเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการฟอกเงินของแก๊งสแกมเมอร์ ซึ่งผู้ที่เข้าไปเกี่ยวข้องอาจตกเป็นเครื่องมือหรือมีส่วนร่วมในการกระทำความผิดทางกฎหมายโดยไม่รู้ตัวได้.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...