โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กูรูแนะ 1 ผักราคาถูก คนมองข้ามแต่ประโยชน์ล้น บำรุงตับ ต้านอักเสบ แค่ปรุงให้ถูกวิธี

sanook.com

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Sanook
ผักบ้านๆ ที่หลายคนมองข้าม บำรุงตับ แหล่งสารต้านอนุมูลอิสระ ต้านมะเร็ง แต่กินผิดวิธีอาจเสียประโยชน์

ใบมันเทศ ผักบ้านๆ ที่หลายคนมองข้าม แหล่งสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยบำรุงตับ แต่กินผิดวิธีอาจเสียประโยชน์

แม้จะเป็นเพียงผักพื้นบ้านที่พบได้ทั่วไปตามตลาดและโต๊ะอาหารในหลายประเทศเอเชีย แต่ “ใบมันเทศ” กลับถูกพูดถึงมากขึ้นในแวดวงโภชนาการ หลังผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าผักใบเขียวชนิดนี้อัดแน่นไปด้วยวิตามิน สารต้านอนุมูลอิสระ และสารประกอบจากพืชที่อาจช่วยลดการอักเสบ บำรุงตับ และลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรังได้ หากรับประทานอย่างเหมาะสม

อย่างไรก็ตาม แม้ใบมันเทศจะมีคุณค่าทางอาหารสูง แต่วิธีปรุงกลับเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่หลายคนมองข้าม เพราะหากปรุงไม่เหมาะสม สารอาหารสำคัญบางชนิดอาจสูญเสียไปจำนวนมาก

ทำไม “ใบมันเทศ” ถึงถูกยกว่าเป็นผักเพื่อสุขภาพ?

นักโภชนาการชาวไต้หวัน สวี กาซาน ให้ข้อมูลว่า ใบมันเทศเป็นหนึ่งในผักใบเขียวที่มีสารอาหารหลากหลาย ทั้งวิตามินเอ วิตามินซี และวิตามินอี ซึ่งช่วยดูแลสุขภาพในหลายด้าน

  • วิตามินเอ ช่วยดูแลสายตาและสุขภาพผิว
  • วิตามินซี มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระและช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน
  • วิตามินอี ช่วยปกป้องเซลล์และลดความเสื่อมของร่างกาย

นอกจากนี้ ใบมันเทศยังมีธาตุเหล็ก แคลเซียม และโพแทสเซียม ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด การสร้างเม็ดเลือด รวมถึงสุขภาพกระดูกและข้อต่อ

อีกจุดเด่นที่ทำให้ใบมันเทศได้รับความสนใจ คือการเป็นผักที่มีใยอาหารสูง ช่วยกระตุ้นการทำงานของลำไส้ ส่งเสริมแบคทีเรียดีในระบบทางเดินอาหาร และอาจช่วยลดความเสี่ยงของโรคเกี่ยวกับระบบเผาผลาญในระยะยาว

ผู้เชี่ยวชาญชี้ ใบมันเทศอุดม “โพลีฟีนอล” ช่วยต้านการอักเสบและปกป้องตับ

นพ.เทียน ชิง ฮวาง ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินอาหารและตับ ระบุว่า ใบมันเทศมีสารสำคัญหลายชนิด เช่น โพลีฟีนอล แอนโทไซยานิน และกรดโฟลิก ซึ่งเป็นสารจากพืชที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและต้านการอักเสบตามธรรมชาติ

งานศึกษาบางส่วนพบว่าสารเหล่านี้อาจช่วยลดความเสียหายของเซลล์จากภาวะเครียดออกซิเดชัน สนับสนุนการทำงานของตับ ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงโรคมะเร็งบางชนิด

โพลีฟีนอลเป็นสารธรรมชาติที่พบในพืช ซึ่งช่วยให้พืชรับมือกับแสงยูวี เชื้อโรค และความเสียหายจากสิ่งแวดล้อม เมื่อเข้าสู่ร่างกาย สารชนิดนี้ทำหน้าที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระที่เกี่ยวข้องกับความเสื่อมของเซลล์และโรคเรื้อรังต่างๆ

ต้ม ผัด หรือ นึ่ง? วิธีปรุงมีผลต่อคุณค่าทางอาหาร

แม้ใบมันเทศจะมีสารอาหารสูง แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าการปรุงอาหารสามารถส่งผลโดยตรงต่อปริมาณสารสำคัญที่ร่างกายได้รับ

ข้อมูลจากการศึกษาในผู้ใหญ่สุขภาพดีพบว่า การต้มใบมันเทศทำให้ปริมาณโพลีฟีนอลลดลงประมาณ 22.7% ขณะที่การผัดด้วยน้ำมันลดลงราว 17% เท่านั้น และร่างกายยังดูดซึมสารสำคัญจากใบมันเทศผัดได้ดีกว่าการต้ม

  • ผัดด้วยน้ำมันเล็กน้อย: อัตราการดูดซึมสารโพลีฟีนอลประมาณ 36%
  • ต้ม: อัตราการดูดซึมประมาณ 31%

นักวิจัยอธิบายว่า เมื่อผ่านการต้ม สารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิดสามารถละลายออกไปกับน้ำ ทำให้คุณค่าทางอาหารลดลง

“นึ่ง” วิธีที่ช่วยเก็บสารอาหารได้ดีที่สุด

อีกงานศึกษาจากประเทศจีนที่เปรียบเทียบการปรุงใบมันเทศหลายรูปแบบ ได้แก่ ต้ม นึ่ง อบ ใช้ไมโครเวฟ และทอด พบว่า “การนึ่ง” เป็นวิธีที่ช่วยรักษาคุณค่าทางอาหารได้ดีที่สุด

ผลวิจัยระบุว่า หลังการนึ่ง ปริมาณโพลีฟีนอลโดยรวมยังเพิ่มขึ้นประมาณ 9.4% ขณะที่การต้มอาจทำให้สารสำคัญลดลงได้เกือบ 30%

ลำดับวิธีปรุงที่ช่วยรักษาสารอาหารในใบมันเทศได้ดีที่สุด มีดังนี้

  • นึ่ง (ดีสุด)
  • ผัดด้วยน้ำมันเล็กน้อย
  • ต้ม
  • ทอดในน้ำมันท่วม (ไม่แนะนำ)

ผู้เชี่ยวชาญอธิบายว่า การนึ่งช่วยลดการสูญเสียสารอาหารจากการละลายในน้ำ จึงยังคงรักษาสารสำคัญเอาไว้ได้ดีกว่าวิธีอื่น

กินใบมันเทศอย่างไรให้ได้ประโยชน์สูงสุด?

คำแนะนำด้านโภชนาการระบุว่า หากต้องการคงสารต้านอนุมูลอิสระไว้ให้มาก ควรเลือกวิธีนึ่งหรือผัดเร็วโดยใช้น้ำมันในปริมาณเหมาะสม และไม่ปรุงรสจัดเกินไป

สำหรับเมนูผักต้มตามร้านอาหาร ควรระวังน้ำมันต้นหอมหรือซอสปรุงรสที่อาจเพิ่มโซเดียมและไขมันโดยไม่รู้ตัว

ในผู้สูงอายุหรือเด็กเล็ก ควรเลือกใบอ่อนและหลีกเลี่ยงก้านแก่ เพื่อลดปัญหาเคี้ยวยากหรืออาการแน่นท้องจากใยอาหารหยาบ

แม้ใบมันเทศจะเป็นผักราคาย่อมเยาและหาได้ง่าย แต่สิ่งสำคัญคือการรับประทานอย่างสมดุล ควบคู่กับอาหารหลากหลาย และไม่ควรคาดหวังว่าผักชนิดใดชนิดหนึ่งจะช่วยป้องกันโรคได้เพียงลำพัง เพราะสุขภาพที่ดีเกิดจากพฤติกรรมโดยรวมในระยะยาว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...