หน่วยข่าวกรองอังกฤษ เตือน “จีน-รัสเซีย” เพิ่มภัยคุกคามโลก AI ทำตะวันตกเสียเปรียบเร็วขึ้น
หน่วยข่าวกรองอังกฤษ เตือน "จีน-รัสเซีย" เพิ่มภัยคุกคามโลก AI พร้อมชี้ว่า AI และเทคโนโลยีใหม่กำลังทำให้หน้าต่างแห่งความได้เปรียบของชาติตะวันตกแคบลงอย่างรวดเร็ว
วันที่ 27 พฤษภาคม 2569 เวลา 15.50 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า แอนน์ คีสต์-บัตเลอร์ ผู้อำนวยการหน่วยข่าวกรองและความมั่นคงทางไซเบอร์ของอังกฤษ หรือ GCHQ เตรียมออกมาเตือนว่า สหราชอาณาจักรและพันธมิตรกำลังเผชิญช่วงเวลาที่หน้าต่างแห่งความได้เปรียบกำลังแคบลง ในการรับมือภัยคุกคามด้านความมั่นคงจากจีน รัสเซีย และประเทศคู่แข่งอื่น ๆ
ในการกล่าวสุนทรพจน์ต่อสาธารณะซึ่งเกิดขึ้นไม่บ่อยนัก คีสต์-บัตเลอร์ จะระบุว่า อังกฤษกำลังอยู่ในช่วงเวลาสำคัญ ท่ามกลางพฤติกรรมที่แข็งกร้าวและเปิดเผยมากขึ้นของประเทศที่เป็นปฏิปักษ์
เธอเตรียมกล่าวว่า จีนได้ก้าวขึ้นเป็นมหาอำนาจด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่มีขีดความสามารถขั้นสูงทั้งในหน่วยข่าวกรอง ความมั่นคงไซเบอร์ และกองทัพ
“พื้นดินใต้เท้าของเรากำลังเปลี่ยนแปลง” คีสต์-บัตเลอร์จะกล่าว โดยชี้ว่าการพัฒนาอย่างรวดเร็วของปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเทคโนโลยีใหม่ ๆ กำลังทำให้ช่วงเวลาที่อังกฤษและพันธมิตรจะสามารถรักษาความได้เปรียบเอาไว้แคบลงเรื่อย ๆ
คำเตือนดังกล่าวมีขึ้นหลังเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ศาลอังกฤษตัดสินให้ชาย 2 คนมีความผิดฐานจารกรรมข้อมูลให้จีน ซึ่งถือเป็นคดีลักษณะนี้ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของประเทศ
ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนที่แล้ว สำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐ (FBI) ร่วมกับหน่วยงานไซเบอร์จากอีก 9 ประเทศ รวมถึงอังกฤษ เยอรมนี และญี่ปุ่น ออกแถลงการณ์ร่วมเตือนว่า กลุ่มที่เชื่อมโยงกับจีนกำลังใช้เครือข่ายลับและปฏิบัติการบอตเน็ต เพื่อโจมตีทางไซเบอร์ในลักษณะมุ่งร้าย
คีสต์-บัตเลอร์จะเรียกร้องให้การรักษาความมั่นคงไซเบอร์กลายเป็นเรื่องเร่งด่วนมากขึ้น 10 เท่า พร้อมผลักดันให้ทุกภาคส่วนเพิ่มการป้องกันทางดิจิทัล ตั้งแต่ระดับองค์กรไปจนถึงครัวเรือนทั่วไป
นอกจากนี้เธอยังเตรียมกล่าวถึงภัยคุกคามจากรัสเซียที่เพิ่มสูงขึ้น โดยระบุว่า รัสเซียกำลังยกระดับสงครามแบบไฮบริดต่ออังกฤษและยุโรปในทุกวัน
เธอจะกล่าวหาว่า รัสเซียกำลังโจมตีโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ กระบวนการประชาธิปไตย ห่วงโซ่อุปทาน และความเชื่อมั่นของสาธารณชนอย่างต่อเนื่อง พร้อมเตือนว่า “ความเสี่ยงจากการคำนวณผิดพลาดสูงที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา”
องค์การ NATO ให้นิยามสงครามแบบไฮบริดว่า เป็นการใช้วิธีการที่ไม่ใช่ทางทหาร เช่น การโฆษณาชวนเชื่อ การบิดเบือนข้อมูล และการก่อวินาศกรรม เพื่อสร้างความไร้เสถียรภาพให้ฝ่ายตรงข้าม
คีสต์-บัตเลอร์ ระบุว่า GCHQ กำลังทำงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยข่าวกรองและหน่วยงานกลาโหม เพื่อสกัดและลดภัยคุกคามจากรัสเซีย ทั้งการขัดขวางความพยายามลักลอบนำเข้าเทคโนโลยีตะวันตก การป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์ รวมถึงรับมือการก่อวินาศกรรมและแผนลอบสังหาร
เธอยังกล่าวว่า แม้อังกฤษและพันธมิตรจะยังคงสนับสนุนยูเครนอย่างมั่นคง แต่ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซียกำลังถอยหลังในสนามรบ
ก่อนหน้านี้ เมื่อเดือนพฤษภาคมปีที่ผ่านมา หน่วยงานด้านความมั่นคงไซเบอร์ของสหรัฐ รวมถึง FBI, NSA และพันธมิตรระหว่างประเทศ เคยออกคำเตือนเกี่ยวกับปฏิบัติการจารกรรมไซเบอร์ที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐรัสเซีย ซึ่งมุ่งเป้าไปยังบริษัทเทคโนโลยีและธุรกิจด้านโลจิสติกส์
ขณะเดียวกัน หน่วยงานสหรัฐยังเตือนว่า กลุ่มแฮกเกอร์สนับสนุนรัสเซียกำลังโจมตีโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ แม้จะเป็นการโจมตีที่มีความซับซ้อนไม่สูงมากนัก
ทั้งนี้ สุนทรพจน์ของคีสต์-บัตเลอร์มีขึ้นในวาระครบรอบ 80 ปีของข้อตกลงข่าวกรอง UKUSA ซึ่งต่อมาพัฒนาเป็นพันธมิตรด้านข่าวกรอง Five Eyes ระหว่างอังกฤษ สหรัฐ ออสเตรเลีย แคนาดา และนิวซีแลนด์ โดยมีเป้าหมายในการแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านความมั่นคงและข่าวกรองระหว่างประเทศพันธมิตรอย่างใกล้ชิด
อ้างอิง : cnbc.com