Meta ถอดฟีเจอร์ AI สร้างภาพบน Instagram หลังเจอแรงต้านละเมิดส่วนบุคคล
Meta ประกาศระงับฟีเจอร์ AI บนเครื่องมือ Muse Image ทันที หลังเจอกระแสต่อต้านปมละเมิดความเป็นส่วนตัว แอบนำภาพผู้ใช้ Instagram บัญชีสาธารณะไปดัดแปลงโดยไม่ได้รับอนุญาต
11 ก.ค.69 (BBC) - Meta บริษัทแม่ของ Instagram ได้ทำการถอดฟีเจอร์ใหม่ที่เปิดโอกาสให้ผู้ใช้สามารถนำเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ (AI) ไปใช้สร้างภาพปลอมจากเนื้อหาของผู้ใช้งานรายอื่นบน Instagram ออกอย่างกะทันหัน
ฟีเจอร์ดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการเปิดตัว "Muse Image" ซึ่งเป็นเครื่องมือสร้างภาพด้วย AI ตัวใหม่ที่เปิดตัวไปเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา โดยระบบนี้ช่วยให้ผู้ใช้งานแชตบอต Meta AI สามารถแท็กบัญชีผู้ใช้ Instagram ที่ตั้งค่าเป็นสาธารณะ (Public) และนำเนื้อหาในบัญชีเหล่านั้นมาใช้สร้างหรือดัดแปลงเป็นภาพและเนื้อหาใหม่ด้วย AI ได้อย่างรวดเร็ว
ประเด็นความกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัว
ฟีเจอร์นี้ได้จุดชนวนให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างรวดเร็วเนื่องจากประเด็นความกังวลด้านความเป็นส่วนตัว ส่งผลให้ Metaต้องออกมายอมรับว่าบริษัท "ทำพลาดไป" (missed the mark) และประกาศว่าฟีเจอร์ดังกล่าว"ไม่เปิดให้บริการอีกต่อไปแล้ว"
ทั้งนี้ Muse Image ถือเป็นก้าวแรกของ Metaในการเข้าสู่แวดวงการสร้างภาพด้วย AI แต่กลับต้องเผชิญกับแรงต้านอย่างหนัก เนื่องจากผู้ใช้งาน Instagram ถูกตั้งค่าให้เข้าร่วมฟีเจอร์นี้โดยอัตโนมัติ (Opted in by default) ซึ่งหมายความว่าบุคคลใดก็ตามที่มีบัญชีสาธารณะ อาจถูกนำรูปลักษณ์หรืออัตลักษณ์ส่วนบุคคลไปใช้โดยที่เจ้าตัวไม่รับรู้หรือไม่ได้รับอนุญาต
เสียงสะท้อนจากกลุ่มสิทธิและองค์กรต่าง ๆ
- Sag-Aftra (สหภาพแรงงานฮอลลีวูด): ได้ออกมาอธิบายว่าการเปลี่ยนใจยอมถอยของMeta ในครั้งนี้ถือเป็น "ชัยชนะ" ซึ่งก่อนหน้านี้ทางสหภาพได้กระตุ้นเตือนให้สมาชิกและ "ผู้ใช้ Instagram ทุกคน" ร่วมมือกันปกป้องสิทธิในรูปลักษณ์ของตนเอง พร้อมระบุว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคือ "ความผิดพลาดอย่างสิ้นเชิงในการประเมินความรู้สึกของสาธารณชน ต่ออันตรายและความเสียหายที่เห็นได้อย่างชัดเจนจากการใช้งานในลักษณะนี้"
- Privacy International (องค์กรการกุศลด้านสิทธิมนุษยชนในลอนดอน): ได้วิพากษ์วิจารณ์ฟีเจอร์นี้ผ่านทาง BBC โดยกล่าวว่า นี่คือ "สัญญาณล่าสุดที่ชี้ให้เห็นว่าบริษัท AI มองภาพถ่ายและข้อมูลของผู้คนเป็นเพียงวัตถุดิบที่จะนำไปตักตวงผลประโยชน์"
คำชี้แจงจากทาง Meta
แถลงการณ์จากMeta ระบุถึงการตัดสินใจยกเลิกฟีเจอร์นี้ว่า:
"ความตั้งใจเดิมของเราคือการมอบเครื่องมือสร้างสรรค์ที่เป็นประโยชน์ และให้ผู้คนสามารถควบคุมได้ว่าเนื้อหาที่เป็นสาธารณะของพวกเขาจะถูกนำไปใช้อ้างอิงในลักษณะนี้หรือไม่ ซึ่งเราได้รับฟังความคิดเห็นที่สะท้อนกลับมาแล้ว"
ทั้งนี้ ตอนที่ Metaประกาศเปิดตัว Muse Image บริษัทระบุว่าเครื่องมือนี้จะจำกัดการใช้งานอยู่แค่บน Instagram เท่านั้น แต่มีแผนที่จะรวมฟีเจอร์ AI อื่น ๆ เข้าสู่วิแพลตฟอร์ม WhatsApp, Facebook และ Messenger เพิ่มเติมในอนาคต นอกจากนี้ Metaยังมีเครื่องมือสร้างวิดีโอด้วย AI ที่กำลังอยู่ระหว่างการพัฒนาอีกด้วย
อย่างไรก็ตาม ทาง Metaได้ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นใด ๆ เพิ่มเติมจากนี้
อ้างอิง : www.bbc.com