โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คลังเปิดอุทธรณ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ กรณีลูกใช้ชื่อลดหย่อนภาษี

ThaiNews - ไทยนิวส์ออนไลน์

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

กรุงเทพฯ (4 มิถุนายน 2569)– เกิดกระแสความกังวลในกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหลังกระทรวงการคลังเปิดให้ยืนยันตัวตนตั้งแต่วันที่ 4 มิถุนายน 2569 แล้วพบว่ามีประชาชนบางส่วนไม่ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติ เนื่องจากถูกนำชื่อไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีค่าอุปการะเลี้ยงดู ล่าสุดโฆษกกระทรวงการคลังออกมาชี้แจง ยืนยันว่าผู้ที่ประสบปัญหานี้สามารถยื่นอุทธรณ์เพื่อขอพิจารณาใหม่ได้ทันที
นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลังในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ปัญหาการไม่ผ่านเกณฑ์คัดกรองในรอบนี้ เกิดจากการที่ผู้ถือบัตรมีชื่อเป็นผู้ถูกนำไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้ในฐานะบิดา มารดา คู่สมรส หรือบุตร

คลังเปิดช่องอุทธรณ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ กรณีลูกใช้ชื่อลดหย่อนภาษี

ทางกระทรวงการคลังอธิบายถึงหลักเกณฑ์ดังกล่าวว่า มีขึ้นเพื่อพิจารณาว่าผู้ลงทะเบียนมีผู้อุปการะดูแลอยู่แล้วหรือไม่ หากบุตรมีการแจ้งลดหย่อนภาษีค่าอุปการะบิดามารดา (รายละ 30,000 บาทต่อปี) รัฐจะถือว่าผู้นั้นมีผู้ดูแลอยู่แล้ว ซึ่งหากรัฐต้องให้ความช่วยเหลือซ้ำซ้อนจะทำให้เกิดความลักลั่นในระบบ และเป็นภาระงบประมาณในภาวะวิกฤตที่ต้องใช้เงินอย่างระมัดระวัง
"ธงครั้งนี้ไม่ได้ตั้งใจจะตัดสิทธิให้เหลือน้อยที่สุด แต่เราตั้งใจจะคัดให้ได้คนที่ลำบากมากที่สุดจริงๆ หากท่านมีลูกดูแล ท่านต้องนึกถึงคนที่เขาไม่มีลูกและไม่มีใครดูแล ซึ่งเขาควรได้รับสิทธิเสริมสร้างคุณภาพชีวิตตรงนี้" นายวินิจระบุ
สำหรับกรณีที่บุตรนำชื่อไปใช้หักลดหย่อนโดยที่พ่อแม่ไม่ทราบเรื่องเนื่องจากปัจจุบันระบบการยื่นภาษีมีการลดขั้นตอนและหลักฐานการยินยอมจากบิดามารดาลงจนอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิด กระทรวงการคลังพร้อมเปิดช่องให้ผู้ถือบัตรสามารถดำเนินการยื่นอุทธรณ์เพื่อพิจารณาเป็นรายกรณีได้ทันทีหากพบข้อมูลที่ไม่ตรงความจริงหรือไม่สบายใจในผลการคัดกรอง

เกณฑ์ใหม่ปี 2569 เข้มงวดขึ้นในหลายมิติ
นอกจากประเด็นเรื่องการลดหย่อนภาษีแล้ว การตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในรอบนี้ยังมีความเข้มงวดมากขึ้นในอีกหลายด้าน ประกอบด้วย
สถานะทางธุรกิจ:ต้องไม่เป็นผู้ถือหุ้น กรรมการบริษัท หรือหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วน
รายได้และสินทรัพย์:มีรายได้หรือการจ่ายเงินให้บุคคลอื่นไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี
การลงทุน:ต้องไม่มีบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์หรือถือครองตราสารหนี้
ประกันชีวิต:ต้องไม่มีกรมธรรม์ประกันชีวิตประเภทสามัญที่ชำระเบี้ยตั้งแต่ 12,000 บาทต่อปีขึ้นไป
นายวินิจย้ำว่า คนที่จะมีบัญชีเทรดหุ้นได้ย่อมต้องมีรายได้และทรัพย์สินพอสมควร เกณฑ์เหล่านี้จึงมีไว้เพื่อคัดกรองให้ได้ "คนที่ลำบากจริง ไม่ใช่คนอยากจน"
ที่มา : ฐานเศรษฐกิจ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...