โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

"ญี่ปุ่น" รีดเงินต่างชาติ ขึ้นค่าวีซ่าพุ่ง 5 เท่า! อวสานยุคเที่ยวราคาถูก?

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ญี่ปุ่นประกาศขึ้นค่าธรรมเนียมวีซ่าสูงสุด 5 เท่า มีผล 1 กรกฎาคม 2569 นับเป็นการปรับครั้งแรกในรอบ 48 ปี เบื้องหลังไม่ใช่แค่เรื่องต้นทุน แต่สะท้อนการรับมือเงินเยนอ่อน เงินเฟ้อ สังคมสูงวัย และภาระการดูแลชาวต่างชาติที่เพิ่มขึ้น

ญี่ปุ่นขึ้นค่าวีซ่า 5 เท่า ครั้งแรกรอบ 48 ปี สัญญาณเตือนเศรษฐกิจไม่เหมือนเดิม?

รัฐบาลญี่ปุ่นประกาศปรับขึ้นค่าธรรมเนียมการออกวีซ่าสำหรับชาวต่างชาติ โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป นับเป็นการปรับขึ้นครั้งแรกในรอบ 48 ปี หรือนับตั้งแต่ปี 2521

อัตราใหม่กำหนดให้วีซ่าแบบเดินทางเข้าครั้งเดียว (Single-entry Visa) ปรับจาก 3,000 เยน เป็น 15,000 เยน หรือเพิ่มขึ้น 5 เท่า ขณะที่วีซ่าแบบเข้าออกหลายครั้ง (Multiple-entry Visa) ปรับจาก 6,000 เยน เป็น 30,000 เยน

กระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่นระบุว่า อัตราค่าธรรมเนียมเดิมใช้มาเป็นเวลานาน ไม่สอดคล้องกับต้นทุนในปัจจุบัน ทั้งภาวะเงินเฟ้อ ค่าครองชีพ และความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน จึงจำเป็นต้องปรับให้เหมาะสมกับสถานการณ์เศรษฐกิจที่เปลี่ยนไป

ญี่ปุ่นกำลังส่งสัญญาณ "หมดยุคเที่ยวราคาถูก"

การขึ้นค่าวีซ่าครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มรายได้จากค่าธรรมเนียม แต่สะท้อนภาพใหญ่ของเศรษฐกิจญี่ปุ่นที่กำลังเปลี่ยนผ่านอย่างมีนัยสำคัญ

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ญี่ปุ่นเผชิญแรงกดดันจากหลายด้าน ทั้งเงินเฟ้อที่กลับมาหลังหายไปนาน ค่าแรงที่ทยอยปรับสูงขึ้น ต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้น ภาระงบประมาณของภาครัฐ รวมถึงจำนวนแรงงาน นักศึกษา และนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน ค่าเงินเยนก็อ่อนค่าต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2564 ส่งผลให้ต้นทุนนำเข้าสินค้าสูงขึ้น และทำให้รัฐบาลต้องเร่งปรับนโยบายด้านรายได้ของรัฐ

สำหรับนักท่องเที่ยวทั่วโลก สิ่งเหล่านี้หมายความว่า ญี่ปุ่นกำลังค่อย ๆ ออกจากภาพลักษณ์ "ประเทศท่องเที่ยวราคาประหยัด" ที่เคยได้รับอานิสงส์จากค่าเงินเยนอ่อนในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

เงินเยนอ่อน ดึงนักท่องเที่ยว แต่สร้างโจทย์ใหญ่ให้เศรษฐกิจ

แม้ค่าเงินเยนที่อ่อนค่าจะสร้างความกังวลต่อเศรษฐกิจญี่ปุ่น แต่ในอีกด้านกลับเป็นแรงส่งสำคัญให้ภาคการท่องเที่ยว

เมื่อค่าเงินเยนอ่อนลง นักท่องเที่ยวต่างชาติสามารถใช้เงินสกุลของตนแลกเงินเยนได้มากขึ้น ทำให้สินค้า โรงแรม ร้านอาหาร และบริการต่าง ๆ มีราคาถูกลงเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วหลังการเปิดประเทศหลังโควิด-19

ปีที่ผ่านมา ญี่ปุ่นทำสถิติต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติกว่า 42.7 ล้านคน สูงที่สุดในประวัติศาสตร์

อย่างไรก็ตาม หากมองในมิติของเศรษฐกิจมหภาค ค่าเงินเยนที่อ่อนค่ามากเกินไปกลับเป็นดาบสองคม เพราะทำให้ต้นทุนนำเข้าสินค้า พลังงาน และวัตถุดิบเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

หากย้อนกลับไปในปี 2555 ค่าเงิน 1 ดอลลาร์สหรัฐแลกได้ประมาณ 80 เยน แต่ในปี 2569 ค่าเงินเคลื่อนไหวใกล้ระดับ 160 เยนต่อดอลลาร์ สะท้อนว่าเงินเยนอ่อนค่าลงเกือบครึ่งหนึ่งภายในเวลาเพียง 14 ปี

ญี่ปุ่นเคยเก็บค่าวีซ่าถูกกว่าหลายประเทศ

อีกเหตุผลสำคัญที่รัฐบาลญี่ปุ่นใช้ประกอบการตัดสินใจ คือ อัตราค่าธรรมเนียมวีซ่าของญี่ปุ่นต่ำกว่าประเทศพัฒนาแล้วหลายแห่งมาเป็นเวลานาน

ตัวอย่างเช่น สหรัฐอเมริกาเก็บค่าธรรมเนียมวีซ่าชั่วคราวอยู่ที่ประมาณ 185-315 ดอลลาร์สหรัฐ ส่วนสหราชอาณาจักรเรียกเก็บค่าวีซ่าท่องเที่ยวระยะสั้น 135 ปอนด์

รัฐบาลญี่ปุ่นจึงมองว่าการปรับขึ้นค่าธรรมเนียมครั้งนี้ จะช่วยให้ระดับค่าบริการของญี่ปุ่นใกล้เคียงกับประเทศสมาชิก G7 อื่น ๆ มากขึ้น

ญี่ปุ่นไม่ต้องการให้คนในประเทศแบกรับต้นทุนชาวต่างชาติ

อีกประเด็นที่น่าสนใจ คือ ญี่ปุ่นกำลังเปลี่ยนแนวคิดด้านการบริหารจัดการชาวต่างชาติ

ปัจจุบัน ญี่ปุ่นเปิดรับแรงงาน นักศึกษา และนักท่องเที่ยวต่างชาติมากขึ้น เพื่อชดเชยปัญหาการขาดแคลนแรงงานจากสังคมสูงวัย

แม้ว่าชาวต่างชาติจะสร้างรายได้ให้เศรษฐกิจ แต่ภาครัฐก็ต้องใช้งบประมาณจำนวนมากในการบริหารจัดการ ตั้งแต่ระบบตรวจคนเข้าเมือง การตรวจสอบเอกสาร การต่อวีซ่า ไปจนถึงการออกใบอนุญาตพำนัก

แนวคิดของรัฐบาลจึงชัดเจนว่า ต้นทุนดังกล่าวไม่ควรตกอยู่กับผู้เสียภาษีชาวญี่ปุ่นเพียงฝ่ายเดียว แต่ผู้ได้รับบริการควรเป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่ายบางส่วน

ล่าสุด สภาสูงญี่ปุ่นยังผ่านกฎหมายปรับขึ้นค่าธรรมเนียมด้านการพำนักของชาวต่างชาติหลายรายการ เช่น การยื่นขอสิทธิพำนักถาวร (Permanent Residency) ที่ปรับจาก 10,000 เยน เป็นสูงสุด 300,000 เยน หรือเพิ่มขึ้นถึง 30 เท่า

เงินเฟ้อกลับมา หลังญี่ปุ่นเงินฝืดนานกว่า 30 ปี

อีกหนึ่งแรงผลักดันสำคัญ คือ การกลับมาของเงินเฟ้อในญี่ปุ่น

ตลอดเวลากว่า 30 ปีที่ผ่านมา ญี่ปุ่นเผชิญภาวะเงินฝืดหรือราคาสินค้าที่แทบไม่เพิ่มขึ้น แต่ปัจจุบันสถานการณ์เปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ

ปัจจัยสำคัญมาจากค่าเงินเยนที่อ่อนลง ทำให้สินค้านำเข้าแพงขึ้น ราคาพลังงานและวัตถุดิบโลกที่ยังอยู่ในระดับสูง รวมถึงการปรับขึ้นค่าแรงในประเทศ

ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) จึงต้องดำเนินนโยบายการเงินอย่างระมัดระวัง เพื่อรักษาอัตราเงินเฟ้อให้อยู่ใกล้เป้าหมาย 2%

ก่อนหน้านี้ BOJ ได้ยุตินโยบายอัตราดอกเบี้ยติดลบที่ใช้มานานกว่า 17 ปี และเริ่มเข้าสู่ยุคดอกเบี้ยเป็นบวกในปี 2567 ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของเศรษฐกิจญี่ปุ่น

สังคมสูงวัย ยังเป็นโจทย์ใหญ่ของญี่ปุ่น

นอกจากปัญหาเงินเฟ้อและค่าเงินแล้ว ญี่ปุ่นยังต้องรับมือกับความท้าทายเชิงโครงสร้างจากสังคมสูงวัย จำนวนประชากรวัยทำงานลดลง ขณะที่ผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ผู้เสียภาษีลดลง แต่รายจ่ายด้านสวัสดิการของรัฐกลับเพิ่มขึ้นทุกปี

รัฐบาลจึงต้องมองหาแหล่งรายได้ใหม่ ทั้งจากการท่องเที่ยว การเปิดรับแรงงานต่างชาติ และการปรับค่าธรรมเนียมด้านการเข้าเมือง เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระงบประมาณในระยะยาว

บทสรุป

การขึ้นค่าธรรมเนียมวีซ่าสูงสุด 5 เท่าในครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงข่าวของนักท่องเที่ยว แต่เป็นภาพสะท้อนการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ของเศรษฐกิจญี่ปุ่น ทั้งค่าเงินเยนที่อ่อน เงินเฟ้อที่กลับมา ภาระจากสังคมสูงวัย และต้นทุนการบริหารจัดการชาวต่างชาติที่เพิ่มขึ้น

แม้เงินเยนยังอ่อนค่าและอาจทำให้ญี่ปุ่นยังคงเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวทั่วโลก แต่ต้นทุนการเดินทางกำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนหลายฝ่ายมองว่า "ยุคเที่ยวญี่ปุ่นราคาถูก" กำลังสิ้นสุดลง และนโยบายใหม่ของรัฐบาลญี่ปุ่นอาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการปรับโครงสร้างค่าธรรมเนียมด้านการท่องเที่ยวและการพำนักในอนาคต

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...