โปรตีนบูมทั่วโลก ดันเวย์ขาดตลาด-ราคาพุ่ง แบรนด์อาหารไทยต้องจับตาต้นทุน
ไม่ว่าจะเดินเข้าไปในซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อ หรือเลื่อนดูสินค้าออนไลน์ คำว่า “High Protein” กลายเป็นข้อความที่พบได้แทบทุกหมวดอาหาร ตั้งแต่นม โยเกิร์ต ซีเรียล ขนมขบเคี้ยว เครื่องดื่ม ไปจนถึงอาหารพร้อมกิน
โปรตีนจึงไม่ได้เป็นเพียงสารอาหารสำหรับคนออกกำลังกายอีกต่อไป แต่กลายเป็น “จุดขาย” ที่ทำให้สินค้าดูดีต่อสุขภาพมากขึ้น ดูคุ้มค่าขึ้น และมีเหตุผลมากพอที่จะตั้งราคาสูงกว่าสินค้าทั่วไป
เมื่อผู้บริโภคยอมจ่ายแพงขึ้นเพื่อคำว่าโปรตีน ตัวเลขบนฉลากจึงไม่ได้เป็นแค่ข้อมูลโภชนาการ แต่กลายเป็นเครื่องมือแข่งขันของแบรนด์อาหาร ตั้งแต่การสร้างภาพลักษณ์ การตั้งราคา ไปจนถึงการช่วงชิงความเชื่อมั่นจากผู้บริโภคว่า สินค้านั้นให้ประโยชน์คุ้มกับราคาที่สูงขึ้นจริง
อย่างไรก็ตาม เบื้องหลังตลาดโปรตีนสูงที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว อุตสาหกรรมอาหารโลกกลับกำลังเผชิญปัญหาใหญ่ นั่นคือความต้องการโปรตีนเพิ่มขึ้นเร็วกว่าที่อุตสาหกรรมนมจะผลิตวัตถุดิบสำคัญอย่าง “เวย์โปรตีน” ได้ทัน
โลกต้องการโปรตีนมากขึ้น แต่เวย์เริ่มไม่พอ
เดิมที เวย์โปรตีนคอนเซนเทรต ซึ่งเป็นผงโปรตีนที่ได้จากกระบวนการผลิตชีส มักถูกใช้ในตลาดเฉพาะกลุ่ม เช่น นักกีฬา ผู้สูงอายุ หรือคนที่ต้องการสร้างและรักษามวลกล้ามเนื้อ ผ่านเมนูอย่างสมูทตี้ โปรตีนเชค หรืออาหารเสริม
แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เวย์โปรตีนไม่ได้จำกัดอยู่แค่ตลาดอาหารเสริมอีกต่อไป บริษัทอาหารเริ่มนำเวย์ไปเติมในสินค้าหลากหลายประเภท ตั้งแต่ซีเรียล ขนมขบเคี้ยว เบเกิล ตอร์ติญา ไปจนถึงเครื่องดื่มแบรนด์ใหญ่ เพื่อจับกระแสผู้บริโภคที่มองหาอาหารโปรตีนสูงในชีวิตประจำวัน
ข้อมูลจาก NielsenIQ บริษัทวิจัยและให้ข้อมูลพฤติกรรมผู้บริโภคระดับโลก ระบุว่า ซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไปในสหรัฐฯ มีสินค้าเฉลี่ยถึง 38,708 รายการที่โฆษณาเรื่องปริมาณโปรตีน ความต้องการที่พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วนี้กำลังทำให้เวย์โปรตีนเกรดอาหารขาดแคลน และดันราคาวัตถุดิบขึ้นสู่ระดับสูงสุดใหม่
Kathleen Wolfley จาก Ever.Ag Insights ระบุว่า ความต้องการเวย์โปรตีนในตลาดยังแข็งแรงมาก และดูเหมือนจะเพิ่มขึ้นเร็วกว่าฝั่งอุปทาน ราคาขายส่งของเวย์โปรตีนเริ่มขยับขึ้นตั้งแต่ปี 2024 ก่อนจะเร่งตัวต่อเนื่องในปีที่ผ่านมาและปีนี้
โดยเฉพาะเวย์โปรตีนคอนเซนเทรตชนิดที่มีโปรตีน 80% ซึ่งนิยมใช้ทั้งในอุตสาหกรรมอาหารและอาหารเสริม มีราคาซื้อขายในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์นมของสหรัฐฯ มากกว่า 13 ดอลลาร์ต่อปอนด์ เพิ่มขึ้นราว 250% จากปีก่อน ขณะที่เวย์โปรตีนไอโซเลต ซึ่งผ่านการแปรรูปมากกว่าและมีโปรตีนอย่างน้อย 90% มีราคาแพงขึ้นราว 150% จากปีก่อน
แรงกดดันด้านราคานี้เริ่มส่งต่อถึงผู้บริโภคแล้ว ข้อมูลจาก Datasembly ระบุว่า ราคาผงเวย์โปรตีนคอนเซนเทรตในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นประมาณ 15% ในช่วงปีที่ผ่านมา ส่วนเวย์โปรตีนไอโซเลต ซึ่งเป็นสินค้าพรีเมียมกว่า ปรับตัวขึ้นแรงกว่า
ฝั่งยุโรปก็เผชิญสถานการณ์คล้ายกัน โดยช่วงปลายเดือนพฤษภาคม เวย์โปรตีนคอนเซนเทรต 80% ทำสถิติราคาเฉลี่ยใหม่ที่สูงกว่าสองเท่าเมื่อเทียบกับไม่ถึงหนึ่งปีก่อนหน้า
เวย์มาจากไหน ทำไมผลิตเพิ่มไม่ได้ทันที
เหตุผลที่เวย์โปรตีนเพิ่มกำลังผลิตได้ไม่ง่าย เป็นเพราะเวย์ไม่ใช่วัตถุดิบที่ผู้ผลิตสามารถผลิตแยกออกมาตามความต้องการของตลาดได้โดยตรง แต่เป็นผลพลอยได้จากกระบวนการผลิตชีส
ในนมมีโปรตีนหลัก 2 ชนิด คือ เคซีนและเวย์ เมื่อผลิตชีส เคซีนจะจับตัวเป็นก้อน ส่วนของเหลวที่แยกออกมาคือเวย์ จากนั้นจึงนำเวย์ไปผ่านกระบวนการทำให้แห้งจนกลายเป็นผงโปรตีน โดยทั่วไป นมราว 10 ปอนด์สามารถผลิตชีสได้ประมาณ 1 ปอนด์ และได้เวย์เป็นของเหลวราว 9 ปอนด์
ในอดีต คนอเมริกันดื่มนมน้อยลงต่อเนื่อง เพราะหันไปบริโภคเครื่องดื่มประเภทอื่น เช่น น้ำอัดลม แต่ความต้องการชีสยังอยู่ในระดับสูง ทำให้สหรัฐฯ ผลิตเวย์ออกมาได้มาก และเคยมีส่วนเกินส่งออกไปยังจีนและประเทศอื่น ๆ
แต่สถานการณ์เริ่มเปลี่ยนไป เมื่อความต้องการสินค้าโปรตีนสูงภายในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เวย์โปรตีนจึงถูกเก็บไว้ใช้ในประเทศมากขึ้น ทั้งในฐานะวัตถุดิบอาหารและอาหารเสริม
ข้อมูลจาก Vesper บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลและราคาสินค้าโภคภัณฑ์ด้านอาหารและเกษตรจากอัมสเตอร์ดัม ระบุว่า การส่งออกเวย์โปรตีนคอนเซนเทรต 80% และเวย์โปรตีนไอโซเลตจากสหรัฐฯ ไปจีน ลดลง 47% ในช่วงเดือนมกราคมถึงเมษายน เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
นักวิเคราะห์จาก Vesper ระบุว่า ขณะนี้สินค้าไม่เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้าในสหรัฐฯ ทำให้การส่งออกต้องถูกชะลอให้มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ ขณะที่จีนเริ่มหันไปหาเวย์โปรตีนจากยุโรปมากขึ้น แต่ยุโรปเองก็เริ่มเผชิญภาวะตึงตัวเช่นกัน เพราะได้รับผลกระทบทางอ้อมจากการส่งออกของสหรัฐฯ ที่ลดลง
ยา GLP-1 ยิ่งเร่งความต้องการโปรตีน
อีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้ดีมานด์เวย์โปรตีนพุ่งขึ้น คือกระแสการใช้ยาลดน้ำหนักกลุ่ม GLP-1 เช่น Wegovy และ Zepbound ยากลุ่มนี้ช่วยลดความอยากอาหาร ทำให้ผู้ใช้กินอาหารได้น้อยลง ผู้เชี่ยวชาญจึงมักแนะนำให้ผู้ใช้เลือกอาหารที่มีสารอาหารหนาแน่น โดยเฉพาะโปรตีน เพื่อช่วยให้อิ่มนานขึ้นและรักษามวลกล้ามเนื้อระหว่างการลดน้ำหนัก
Morgan Stanley ประเมินว่า ปีที่แล้วมีผู้ป่วยโรคอ้วนและเบาหวานในสหรัฐฯ ราว 6% ใช้ยา GLP-1 ขณะที่ทั่วโลกอยู่ที่ราว 2% แต่บางการประเมินมองว่า การใช้ GLP-1 ในผู้ใหญ่สหรัฐฯ อาจสูงถึง 12% เพราะไม่ใช่ทุกคนที่ใช้ยากลุ่มนี้จะเป็นผู้ป่วยโรคอ้วนหรือเบาหวาน
เมื่อผู้ใช้ GLP-1 ต้องการอาหารที่ให้โปรตีนสูงขึ้น บริษัทอาหารและโภชนาการจึงเร่งพัฒนาสินค้าเติมโปรตีนเพื่อดึงผู้บริโภคกลุ่มนี้ ขณะเดียวกัน กระแสโปรตีนสูงยังขยายไปถึงผู้บริโภคทั่วไปที่เชื่อว่าการดื่มโปรตีนเชคหรือเลือกอาหารโปรตีนสูงสามารถช่วยควบคุมน้ำหนักและทำให้อิ่มได้นานขึ้น
กล่าวอีกอย่างคือ GLP-1 ไม่ได้เพิ่มความต้องการโปรตีนจากผู้ใช้ยาเพียงกลุ่มเดียว แต่ยังช่วยทำให้ “อาหารโปรตีนสูง” กลายเป็นภาพจำใหม่ของสินค้าที่เชื่อมโยงกับการดูแลสุขภาพและการควบคุมน้ำหนักในวงกว้าง
ต้นทุนโปรตีนแพงขึ้น ผู้ผลิตเริ่มขยับราคา
ซัพพลายที่ตึงตัวและต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น ทำให้ผู้ผลิตบางรายเริ่มต้องปรับราคาสินค้าโปรตีน Now Foods ผู้ผลิตอาหารสุขภาพและอาหารเสริมในรัฐอิลลินอยส์ ระบุว่า เวย์โปรตีนแบบกระปุกเป็นสินค้าขายดีที่สุดในกลุ่ม sports nutrition ของบริษัท แต่หลังจากต้องแบกรับต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นมานาน 2 ปี บริษัทจึงปรับราคาผลิตภัณฑ์เวย์โปรตีนของตัวเองเมื่อต้นปีนี้
Bryan Morin ผู้จัดการแบรนด์สายกีฬาของ Now Foods ระบุว่า บริษัทไม่คาดว่าจะขึ้นราคาเวย์โปรตีนเพิ่มเติมในปีนี้ แต่กำลังพยายามดูดซับต้นทุนบางส่วนด้วยการลดส่วนลดลง พร้อมพิจารณาขยายสินค้าไปยังผลิตภัณฑ์ที่ใช้ milk protein concentrate ซึ่งมีเวย์น้อยกว่าและมีต้นทุนต่ำกว่า
สถานการณ์นี้สะท้อนโจทย์สำคัญของผู้ผลิตอาหารในยุคโปรตีนบูม เพราะเมื่อวัตถุดิบแพงขึ้น แบรนด์มีทางเลือกไม่มากนัก หากขึ้นราคาขาย ก็เสี่ยงเสียผู้บริโภค หากไม่ขึ้นราคา ก็ต้องยอมให้มาร์จิ้นลดลง หากปรับสูตร ก็ต้องรักษารสชาติ เนื้อสัมผัส และภาพลักษณ์ของสินค้าให้ได้ ขณะเดียวกัน หากลดปริมาณโปรตีนลง ก็อาจกระทบจุดขายหลักของสินค้าโดยตรง
กำลังผลิตใหม่มีแน่ แต่ยังต้องใช้เวลา
ผู้ผลิตหลายรายเริ่มลงทุนเพิ่มกำลังการผลิตเวย์โปรตีน ซึ่งน่าจะช่วยบรรเทาปัญหาซัพพลายในอนาคต แต่ผลลัพธ์จะยังไม่เกิดขึ้นทันที
Glanbia บริษัทโภชนาการจากไอร์แลนด์ ระบุเมื่อเดือนพฤศจิกายนว่าจะเพิ่มกำลังผลิตเวย์โปรตีนไอโซเลตในรัฐนิวเม็กซิโก แต่กำลังผลิตใหม่จะเริ่มใช้ได้ในปี 2027 ส่วน Agropur บริษัทนมจากแคนาดา ระบุเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ว่ามีแผนเพิ่มกำลังผลิตเวย์โปรตีนที่โรงงานในควิเบก โนวาสโกเชีย เซาท์ดาโคตา และวิสคอนซิน ภายในปี 2029
ระหว่างนี้ ราคาที่สูงขึ้นอาจทำให้ผู้บริโภคบางส่วนลดการซื้อผงเวย์โปรตีนลง โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาของชำโดยรวมยังอยู่ในระดับสูง หากความต้องการฝั่งค้าปลีกชะลอลง ก็อาจช่วยลดแรงกดดันในตลาดขายส่งได้บ้าง
แต่ในภาพรวม ผู้เชี่ยวชาญมองว่าสมดุลระหว่างอุปสงค์และอุปทานยังต้องใช้เวลา เพราะปัญหานี้ไม่ได้เกิดจากดีมานด์ที่เพิ่มขึ้นเพียงชั่วคราว แต่เกิดจากการเปลี่ยนบทบาทของเวย์โปรตีน จากวัตถุดิบเฉพาะกลุ่มในตลาดอาหารเสริม ไปเป็นส่วนประกอบหลักของสินค้าอาหารแมสจำนวนมาก
ไทยต้องจับตา อาจหนีแรงกระแทกไม่พ้น
แม้ปัญหาเวย์โปรตีนขาดแคลนจะเริ่มชัดเจนในตลาดสหรัฐฯ และยุโรปเป็นหลัก แต่ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่แค่ผู้บริโภคฝั่งตะวันตกเท่านั้น หากราคาวัตถุดิบขยับขึ้นต่อเนื่อง ประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าวัตถุดิบหรือผลิตภัณฑ์โปรตีนสูงย่อมได้รับแรงกดดันตามไปด้วย รวมถึงไทย ซึ่งตลาดสินค้าโปรตีนสูงเติบโตเร็วขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
ในไทย กระแสโปรตีนสูงเริ่มขยับจากตลาดเฉพาะกลุ่มอย่างเวย์ผงหรืออาหารเสริม ไปสู่สินค้าแมสมากขึ้น ทั้งนมโปรตีนสูง เครื่องดื่มพร้อมดื่ม โยเกิร์ต ขนมสุขภาพ และอาหารพร้อมกินที่หาซื้อได้ง่ายในร้านสะดวกซื้อหรือซูเปอร์มาร์เก็ต
ข้อมูลจาก Tetra Pak ระบุว่า ตลาดผลิตภัณฑ์ High Protein ในไทยมีมูลค่าแตะ 4,300 ล้านบาทในช่วงกลางปี 2025 และเติบโตมากกว่า 126% ภายใน 2 ปี ตัวเลขนี้สะท้อนว่าโปรตีนไม่ได้เป็นเพียงเทรนด์เฉพาะกลุ่มอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นหนึ่งในสนามแข่งขันสำคัญของอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มไทย
ดังนั้น สำหรับตลาดไทย ผลกระทบจากเวย์ขาดแคลนจึงไม่ได้หมายความว่าสินค้าโปรตีนสูงจะหายไปจากชั้นวางทันที แต่อาจสะท้อนผ่านต้นทุนของผู้ผลิตที่สูงขึ้น ราคาขายหรือโปรโมชันที่เปลี่ยนไป สูตรสินค้าที่ถูกปรับใหม่ หรือการหันไปใช้วัตถุดิบโปรตีนทางเลือกมากขึ้น
ในวันที่ผู้บริโภคยอมจ่ายแพงขึ้นเพื่อคำว่า “High Protein” ตัวเลขบนหน้าซองจึงไม่ใช่แค่จุดขายทางการตลาดอีกต่อไป แต่ต้องเป็นข้อมูลที่อธิบายได้จริง ทั้งต่อผู้บริโภค ต่อแบรนด์ และต่ออุตสาหกรรมอาหารที่กำลังเผชิญข้อจำกัดด้านวัตถุดิบมากขึ้นเรื่อย ๆ
อ้างอิง : Forbes, ABC News, The Guardian