"บุญเชิด" รอง ผอ.พศ.จ่อยื่นอุทธรณ์คำสั่งปลดออกจากราชการ
ชื่อของนายบุญเชิด กิตติธรางกูร ถูกนำออกจากหน้าเว็บไซต์ของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติทันที หลังที่ประชุมของคณะอนุกรรมการข้าราชการพลเรือน หรือ อ.ก.พ.มีมติปลดออกจากราชการ พร้อมกับข้าราชการอีก 2 คน ในตำแหน่ง ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดระยอง และเจ้าพนักงานธุรการชำนาญงาน กรณีทุจริตเงินนิตยภัตพระสงฆ์ในพื้นที่ปทุมธานี โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 29 มิ.ย.2569
กรณีการทุจริตเงินนิตยภัต เกิดขึ้นในช่วงปี 2567 ขณะนายบุญเชิด ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดปทุมธานี ก่อนจะได้รับการแต่งตั้งเป็นรองผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
แหล่งข่าวในสำนักพุทธฯ เปิดเผยว่า มีการอนุมัติงบประมาณเงินนิตยภัตประมาณ 800,000 บาท เพื่อโอนเข้าบัญชีพระสงฆ์ในพื้นที่ โดยมีเจ้าพนักงานธุรการชำนาญงาน รับผิดชอบการเบิกจ่าย ในขั้นตอนเมื่อระบบโอนเงินไปยังบัญชีพระสงฆ์แล้วไม่สำเร็จ เนื่องจากบัญชีปลายทางถูกปิด เงินจะถูกตีกลับมายังสำนักพุทธฯ เพื่อให้เจ้าหน้าที่แก้ไขข้อมูลบัญชีและดำเนินการโอนใหม่
แต่ช่องโหว่นี้กลับถูกใช้เป็นช่องทางทุจริต โดยมีการเปลี่ยนบัญชีปลายทางจากบัญชีพระสงฆ์ เป็นบัญชีส่วนตัวของเจ้าหน้าที่ ทำให้เงินที่ควรถึงพระสงฆ์ ถูกโอนเข้าบัญชีของเจ้าหน้าที่การเงินคนดังกล่าวแทน ครั้งละประมาณ 1,000-2,000 บาท สะสมเป็นความเสียหายเบื้องต้นราว 100,000 บาท
แม้การตรวจสอบเส้นทางการเงิน ยังไม่พบหลักฐานว่าเงินที่ทุจริตถูกส่งต่อไปถึงนายบุญเชิด แต่ในฐานะผู้บังคับบัญชา ถูกพิจารณาว่าบกพร่องต่อการกำกับดูแล และควบคุมการปฏิบัติงานของผู้ใต้บังคับบัญชา คณะการ อ.พ.ก.มีมติให้ออกจากราชการ
ทั้งนี้ นายบุญเชิด ยืนยันว่า จะใช้สิทธิอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงและขอความเป็นธรรม
สำหรับนายบุญเชิด นอกจากกรณีการตรวจสอบทุจริตเงินนิตยภัตร ยังมีกรณีการร้องเรียนไปยัง ป.ป.ช.ให้ตรวจสอบอดีตคู่สมรส ซึ่งเป็นอดีตนักวิชาการศาสนาชำนาญการ กองพุทธศาสนศึกษา ในข้อกล่าวหาร่ำรวยผิดปกติ โดยผู้ถูกกล่าวหารายนี้เป็นหนึ่งในผู้ต้องหาคดีทุจริตเงินทอนวัดด้วย
ขณะที่นายธรรมราช สาระปัญญา ทนายความ ผู้ยื่นร้องทั้งสำนักพุทธฯ และสำนักนายกรัฐมนตรี ตั้งคำถามว่า ได้มีการตั้งเรื่องยึดทรัพย์ผู้ถูกกล่าวหาคนดังกล่าว รวมถึงดำเนินการกับนายบุญเชิด ในฐานะคู่สมรสหรือไม่ โดยมองว่า ปมทุจริตเงินนิตยภัต เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยเท่านั้น
ด้านพระศรีวัชรปัทมคุณ เจ้าคณะอำเภอเมืองปทุมธานี และเจ้าอาวาสวัดบางหลวง ระบุว่า ไม่ทราบแหล่งที่มาของเงินก้อนนี้ ที่ผ่านมาเข้าใจว่าสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เป็นผู้ดำเนินการ เนื่องจากมีเจ้าหน้าที่มารับเอกสารหน้าสมุดบัญชี และจะโอนเงินให้ในทุกเดือน แต่บางเดือนก็ล่าช้า
พระศรีวัชรปัทมคุณ บอกด้วยว่า ที่ผ่านมา วัดและสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดปทุมธานี จะประสานงานกัน และวัดไม่ได้คุ้นเคย หรือรู้จักกับนายบุญเชิด และไม่ทราบเรื่องปมทุจริต กรณีที่เกิดขึ้นพระแต่ละวัดต้องนำสมุดบัญชีไปอัปเดต เพื่อตรวจสอบว่าเงินเข้าครบหรือไม่
อ่านข่าว :
สภาพอากาศวันนี้ "เหนือ-อีสาน-ตะวันออก-ใต้" ฝนตกหนัก
ทะเลาะวิวาทในแคมป์คนงานย่านปุณณวิถี จุดแก๊สพ่นไฟใส่คู่กรณี พลาดล้มไฟลามเจ็บ 5 คน
ปตท.-บางจาก ลดเบนซิน 1.20 บาท โซฮอล์ลง 60 สตางค์ มีผล 05.00 น. พรุ่งนี้