โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เจรจาสันติภาพตะวันออกกลางค้างเติ่ง อเมริกา-อิหร่านผลัดกันโจมตีโต้ตอบ

Manager Online

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

เอพี – อเมริกาถล่มฐานเรดาร์และโดรนในอิหร่าน หลังถูกเตหะรานสอยโดรนร่วงเมื่อสุดสัปดาห์ ด้าน IRGC อ้างโจมตีตอบโต้อเมริกาแต่ไม่ได้ให้รายละเอียด ขณะที่คูเวตยิงสกัดโดรนและขีปนาวุธที่พยายามรุกล้ำน่านฟ้า

กองบัญชาการกลางของกองทัพสหรัฐฯ (CENTCOM) แถลงว่า ได้โจมตีรอบเมืองเกรุกและเกาะเกชม์ของอิหร่านเมื่อวันเสาร์และอาทิตย์ที่ผ่านมา (30-31 พ.ค.) และทำลายระบบป้องกันภัยทางอากาศ สถานีควบคุมภาคพื้นดิน และโดรนโจมตีแบบสองทางที่เป็นภัยคุกคามเรือในตะวันออกกลาง ทั้งนี้ เพื่อตอบโต้การกระทำของอิหร่าน ซึ่งรวมถึงการยิงโดรน MQ-1 ของอเมริกาตกในน่านน้ำสากล

ทางด้านคูเวตรายงานว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศยิงสกัดโดรนและขีปนาวุธที่พยายามรุกล้ำน่านฟ้าเมื่อเช้าวันจันทร์ (1 มิ.ย.)

ในเวลาเดียวกันนั้น กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) เผยว่า ได้ตอบโต้การโจมตีของอเมริกาโดยไม่ได้ให้รายละเอียด แต่มีแนวโน้มว่า หมายถึงการโจมตีคูเวต

ในแถลงการณ์ที่เผยแพร่ผ่านสำนักข่าว IRNA ของทางการอิหร่าน IRGC ยังระบุว่า กองทัพอเมริกาพุ่งเป้าโจมตีเสาสัญญาณโทรคมนาคมแห่งหนึ่ง

คูเวตเป็นที่ตั้งกองบัญชาการกองทัพบกสหรัฐฯ ภาคกลาง (U.S. Army Central) ซึ่งเป็นกองบัญชาการส่วนหน้าของกองทัพบกอเมริกาประจำตะวันออกกลาง

ในเวลาต่อมา สถานีทีวีของทางการอิหร่านได้เผยแพร่คลิปการยิงขีปนาวุธทิ้งตัวที่รวมถึงภาพระยะใกล้ที่มองเห็นสติ๊กเกอร์บนตัวขีปนาวุธเป็นภาพประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในสภาพบอบช้ำซ้อนทับบนภาพช่องแคบฮอร์มุซที่ถูกระบุว่า “ปิด” พร้อมคำบรรยาย “จนกว่าทหารอเมริกันคนสุดท้ายจะพ้นจากตะวันออกกลาง”

เหตุการณ์โจมตีเหล่านี้สะท้อนสถานการณ์ที่ตึงเครียดขึ้นอีกครั้งระหว่างอเมริกาและอิหร่าน โดยในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาอเมริกายิงขีปนาวุธใส่ห้องเครื่องของเรือสินค้าติดธงแกมเบียลำหนึ่งที่พยายามฝ่าฝืนการปิดล้อม

การหยุดยิงเพียงแค่ในนาม ระหว่างอเมริกากับอิหร่านถูกทดสอบหลายครั้งจากการโจมตีตอบโต้กัน แม้เจ้าหน้าที่ทั้งสองชาติพยายามเจรจาเพื่อยุติสงคราม ซึ่งนอกจากไม่มีความชัดเจนว่า สองฝ่ายใกล้บรรลุข้อตกลงมากน้อยแค่ไหนแล้ว ยังมีความเสี่ยงที่การโจมตีอาจทำลายการเจรจา

ขณะเดียวกัน อิหร่านยังคงควบคุมและปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซที่ส่งผลให้ซัปพลายพลังงาน รวมถึงปุ๋ยชะงักงัน ราคาเชื้อเพลิงพุ่งทะยานทั่วโลกสร้างผลกระทบกว้างไกล และจุดชนวนความกังวลเกี่ยวกับการขาดแคลนอาหาร เนื่องจากตะวันออกกลางเป็นผู้ผลิตปุ๋ยเคมีถึง 30% ที่ใช้อยู่ทั่วโลก

นอกจากนั้น อิสราเอลยังคงสู้รบดุเดือดกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน แม้อิสราเอลและเลบานอนทำข้อตกลงหยุดยิงกันก็ตาม โดยอิสราเอลได้บุกลึกเข้าสู่เลบานอน ขณะที่ฮิซบอลเลาะห์ที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านยังคงส่งโดรนโจมตีพื้นที่ตอนเหนือของอิสราเอล

เมื่อวันศุกร์ (29 พ.ค.) ทรัมป์พบกับกลุ่มที่ปรึกษา แต่ไม่มีการตัดสินใจว่า จะเดินหน้าผลักดันข้อตกลงเพื่อขยายเวลาการหยุดยิงหรือเปิดช่องแคบฮอร์มุซต่อไปหรือไม่ ส่วนทางฝ่ายอิหร่านเผยว่า ข้อตกลงยังไม่เสร็จสิ้น

อเมริกาและอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 ก.พ. นับแต่นั้นทรัมป์ประกาศเป้าหมายการทำสงครามที่เปลี่ยนไปมาตลอดเวลา โดยหนึ่งในนั้นคือการขัดขวางไม่ให้อิหร่านผลิตอาวุธนิวเคลียร์ ขณะที่อิหร่านยืนยันว่า โครงการนิวเคลียร์ของตนมีวัตถุประสงค์เพื่อสันติ แม้ขณะนี้เตหะรานมียูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงเพียงพอที่จะสร้างอาวุธนิวเคลียร์จำนวนมากหากต้องการก็ตาม

สัปดาห์ที่แล้ว รองประธานาธิบดีเจดี แวนซ์ เผยว่า คณะเจรจากำลังพยายามตกลงเงื่อนไขกว้างๆ เกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน ส่วนรายละเอียดเฉพาะเจาะจงอื่นๆ จะไปเจรจากันในรอบต่อๆ ไป

ต่อมาเมื่อเช้าวันจันทร์ ทรัมป์โพสต์บนทรูธโซเชียลว่า อิหร่านต้องการทำข้อตกลงอย่างแท้จริง ซึ่งจะเป็นข้อตกลงที่ดีสำหรับอเมริกาและพันธมิตร “แค่นั่งรออย่างใจเย็นและทุกอย่างจะลงเอยด้วยดีเหมือนที่เคยเป็นมา!”

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...