โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ฉีกหน้าดีอี “ทวี” ถล่มบิ๊กโปรเจกต์ AI รัฐบาลผลาญงบ 1.6 พันล้านแค่เช่าชั่วคราว หวั่นทุนนอกสูบเงินชาติ ยืนคำขาดต้องชุปชีวิตสตาร์ตอัพไทยอุ้มเศรษฐกิจระยะยาว

THE ROOM 44 CHANNEL

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ฉีกหน้าดีอี “ทวี” ถล่มบิ๊กโปรเจกต์ AI รัฐบาลผลาญงบ 1.6 พันล้านแค่เช่าชั่วคราว หวั่นทุนนอกสูบเงินชาติ ยืนคำขาดต้องชุปชีวิตสตาร์ตอัพไทยอุ้มเศรษฐกิจระยะยาว

เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. 69 พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชาติ กล่าวถึงกรณีกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมหรือดีอี ดำเนินโครงการTH–AI Passport วงเงินกว่า 1,600 ล้านบาทว่า ตามรายงานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาแนวทางในการควบคุมและส่งเสริมการใช้AI สภาผู้แทนราษฎร(กมธ.) ที่ได้ศึกษาข้อมูลภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษาและผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องรวม 74 หน่วย ก่อนจัดทำรายงานแล้วเสร็จ แต่ยุบสภาก่อนจึงไม่ได้นำรายงานเข้าสู่ที่ประชุมสภา โดยรายงานฉบับนี้สะท้อนมุมมองนโยบายที่สำคัญต่อทิศทางAI เมื่อเทียบกับดีอี

โดยมีความเห็นแตกต่างที่สำคัญ มิติ ดังนี้
1.ซื้อสิทธิ์ใช้งาน หรือ สร้างฐานข้อมูลของชาติ โดยโครงการของดีอีใช้งบประมาณจำนวนมาก เพื่อจัดหาสิทธิ์การใช้งาน AI จากต่างประเทศและแจกจ่ายให้ประชาชนเข้าถึงเครื่องมือ AI ได้มากขึ้น ในทางกลับกัน รายงานของกมธ.เสนอว่า ไทยควรเร่งดำเนินการพัฒนาฐานข้อมูลภาครัฐแบบเปิด และข้อมูลในรูปแบบที่เครื่องสามารถอ่านและประมวลผลได้ เพื่อให้นักพัฒนาและผู้ประกอบการไทยสามารถนำข้อมูลเหล่านี้ไปสร้างและพัฒนา AI ของตนเอง คำถามจึงไม่ใช่เพียงว่าประชาชนจะได้ใช้ AI ฟรีหรือไม่ แต่คือไทยจะเป็นเพียงผู้ใช้เทคโนโลยี หรือจะเป็นผู้สร้างเทคโนโลยีของตนเองในอนาคต พ.ต.อ.ทวีกล่าวว่า
2.ส่งเงินภาษีไปต่างประเทศ หรือ ลงทุนในผู้ประกอบการไทย ตามข้อมูลกมธ.แสดงให้เห็นว่า อุตสาหกรรม AI ของไทยมีศักยภาพเติบโตสูง แต่ผู้ประกอบการและสตาร์ตอัปไทยจำนวนมากยังขาดแคลนเงินทุนและโอกาสในการแข่งขัน เมื่อรัฐใช้งบประมาณกว่า 1,600 ล้านบาทจัดซื้อสิทธิ์ใช้งานจากต่างประเทศ ย่อมมีคำถามว่าทรัพยากรดังกล่าวควรถูกนำมาใช้เพื่อสนับสนุนการวิจัย พัฒนา และสร้างนวัตกรรม AI ภายในประเทศมากกว่าหรือไม่ หากไทยต้องการสร้างอุตสาหกรรม AI ที่เข้มแข็ง การลงทุนในผู้ประกอบการไทย นักวิจัยไทย และสถาบันการศึกษาไทย ย่อมสร้างผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ การจ้างงาน และองค์ความรู้ภายในประเทศได้มากกว่าการเช่าใช้เทคโนโลยีจากต่างประเทศเพียงชั่วคราวพ.ต.อ.ทวีกล่าวว่า
3.เพิ่มยอดผู้ใช้ หรือ พัฒนาคนอย่างเป็นระบบ โครงการของดีอีมุ่งเน้นขยายจำนวนผู้เข้าถึงเครื่องมือ AI และกำหนดหลักสูตรการเรียนรู้ประกอบการใช้งาน ขณะที่กมธ.เสนอแนวทางพัฒนากำลังคนด้าน AI อย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ระดับพื้นฐาน ระดับวิศวกรและนักพัฒนา ไปจนถึงระดับนักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญขั้นสูง พร้อมผลักดันระบบสะสมและเทียบโอนหน่วยกิตระดับชาติ เพื่อเชื่อมโยงการเรียนรู้กับคุณวุฒิวิชาชีพและตลาดแรงงาน ความสำเร็จของการพัฒนาคนจึงไม่ควรวัดจากจำนวนผู้ลงทะเบียนหรือผู้ผ่านหลักสูตรเท่านั้น แต่ต้องวัดจากศักยภาพที่เพิ่มขึ้นและความสามารถในการสร้างนวัตกรรมของประเทศ
4.รวมศูนย์อำนาจ หรือ สร้างธรรมาภิบาล รายงานของกมธ.ตั้งข้อสังเกตว่า การกำหนดนโยบาย การส่งเสริม และการกำกับดูแลเทคโนโลยี หากอยู่ภายใต้กลไกเดียวกัน อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านผลประโยชน์ทับซ้อน จึงเสนอให้แยกบทบาทของหน่วยงานกำกับดูแล ออกจากหน่วยงานส่งเสริมและพัฒนา รวมถึงผลักดันระบบข้อมูลเปิดและการจัดซื้อจัดจ้างที่ตรวจสอบได้ตามมาตรฐานสากล เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลและตรวจสอบการใช้งบประมาณได้อย่างโปร่งใส สาระสำคัญจึงไม่ใช่เทคนิคของ AI แต่เป็นเรื่องธรรมาภิบาล ความโปร่งใส ความเชื่อมั่นของสังคมต่อการบริหารงบประมาณภาครัฐพ.ต.อ.ทวีกล่าวด้วยว่า
5.พึ่งพาต่างประเทศ หรือ สร้างอธิปไตยทางดิจิทัล แม้ข้อมูลผู้ใช้งานจะถูกจัดเก็บภายในประเทศ แต่การประมวลผล AI จำนวนมากยังต้องอาศัยโมเดลที่พัฒนาโดยบริษัทต่างชาติ กมธ.จึงเสนอแนวคิดการพึ่งพาตนเองทางเทคโนโลยี เพื่อให้ประเทศไทยสามารถพัฒนาและควบคุมโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของชาติได้ด้วยตนเอง ประเด็นนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องเฉพาะข้อมูลส่วนบุคคลเท่านั้น แต่ยังรวมถึงองค์ความรู้ วิธีคิด และข้อมูลเชิงยุทธศาสตร์ที่อาจกลายเป็นทรัพยากรสำคัญของประเทศในอนาคต
6.โครงการระยะสั้น หรือ ยุทธศาสตร์ระยะยาว หัวใจสำคัญของความแตกต่างระหว่างสองแนวทางอยู่ที่มุมมองต่ออนาคต แนวทางหนึ่งมุ่งเน้นการเพิ่มการเข้าถึง AI ในระยะสั้นผ่านการจัดซื้อสิทธิ์ใช้งาน ขณะที่อีกแนวทางหนึ่งมุ่งสร้างระบบนิเวศ AI ของประเทศผ่านการลงทุนในข้อมูล โครงสร้างพื้นฐาน บุคลากร และนวัตกรรม กมธ.เตือนว่า หากไทยไม่เร่งสร้างระบบนิเวศ AI และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของตนเอง ประเทศอาจสูญเสียโอกาสทางเศรษฐกิจ ความสามารถในการแข่งขัน และความมั่นคงทางเทคโนโลยีในระยะยาว ขอย้ำว่าผลศึกษาของกมธ.เน้นให้ไทยพัฒนาเทคโนโลยีAI ที่ผลิตโดยคนไทย เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมในระยะยาว รวมถึงลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ.

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...