โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โลกร้อนแก้ได้ แค่ปล่อยให้ธรรมชาติ ฟื้นฟูตัวเอง สรุปไฮไลท์งานวันสิ่งแวดล้อมโลก

SpringNews

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

คุณเคยตั้งคำถามกับตัวเองไหมคะว่า ในรอบปีที่ผ่านมา เราพูดว่า ‘วันนี้อากาศร้อนจัง’ หรือ ‘ค่าไฟขึ้นอีกละ’ ไปกี่ครั้ง?

มีประโยคหนึ่งจากคุณเดเชน เซอร์ริ่ง ผู้อำนวยการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) ประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ในงานวันสิ่งแวดล้อมโลก

“เธอบอกว่า วิกฤตสภาพภูมิอากาศไม่ใช่สิ่งที่มันจะเกิดขึ้นในอนาคต แต่มันกำลังเกิดขึ้นตรงนี้ ตอนนี้ กับพวกเราทุกคน และทางเดียวที่จะแก้ไขคือการให้ธรรมชาติฟื้นฟูธรรมชาติด้วยกันเอง”

ใช่ คำว่า ‘โลกร้อน’ มันกลายเป็นอดีตไปแล้ว ตอนนี้เราได้ก้าวเข้าสู่ยุค ‘โลกเดือด’ อย่างเต็มตัว และเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นำโดยนายสุชาติ ชมกลิ่น และกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ นำโดย ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช ร่วมกับพาร์ทเนอร์อีกหลายภาคส่วนได้จัดงานทอล์คขึ้น

ซึ่งปีนี้ มาในธีม Inspired by Nature หรือ การใช้ธรรมชาติ ฟื้นฟูธรรมชาติ ซึ่งน่าสนใจมาก เค้าบอกว่า

อย่างแรกเลย คือเราเลิกกวนธรรมชาติ แล้วปล่อยให้เขาดูแลตัวเอง บางครั้งการรักษ์โลกที่ดีที่สุด ไม่ใช่การเกณฑ์คนไประดมปลูกต้นไม้พันธุ์แปลก ๆ แต่คือการ ‘หยุดบุกรุก’ แล้วปล่อยให้เมล็ดพันธุ์ดั้งเดิมในดินและสัตว์ป่าทำหน้าที่ฟื้นฟูขึ้นมาเอง ป่าที่โตด้วยตัวเองแบบนี้จะสมบูรณ์กว่าป่าปลูกและกักเก็บคาร์บอนได้ดีที่สุด

หรือถ้ายกตัวอย่างใกล้ตัวอย่างการปลูกป่าชายเลน ตามแนวชายฝั่งของไทย รู้ไหมคะว่าระบบนิเวศป่าชายเลนสามารถดูดซับคาร์บอนได้มากกว่าป่าบนบกถึง 3-5 เท่า แถมรากของมันยังทำหน้าที่เป็นกำแพงธรรมชาติกันคลื่นลดการกัดเซาะได้ด้วย

ถ้าเป็นเมืองใหญ่ การเพิ่มพื้นที่สีเขียว เพื่อทำหน้าที่เป็นฟองน้ำธรรมชาติก็สำคัญ เพราะมันจะคอยซับน้ำฝนที่ตกลงมา แทนที่จะเป็นพื้นคอนกรีตที่ยามฝนตกลงมาก็จะเกิดน้ำท่วมน้ำขัง แถมยังทำให้เมืองเย็นขึ้นด้วย

ซึ่งแนวคิดการใช้ธรรมชาตินี่แหละค่ะ กำลังจะถูกผลักดันให้เป็นระบบมากขึ้นผ่านนโยบายระดับประเทศ โดยในงานนี้ รัฐมนตรี สุชาติ ชมกลิ่น ได้ออกมาอัปเดตว่า ตอนนี้กระทรวงทส.ได้ดัน ร่างพ.ร.บ.การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ กฎหมายสู้โลกเดือด ซึ่งตอนนี้ผ่านชั้นครม.ไปเรียบร้อยแล้ว

กฎหมายตัวนี้จะเข้ามาเป็นตัวช่วยสำคัญ ทั้งบังคับและสนับสนุนให้ประเทศไทยเดินหน้าสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2050 เพื่อให้เรามีอากาศดีๆ และสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอดได้ในอนาคต

ซึ่งเรื่องนี้ ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ได้ย้ำในงานไว้ว่า 'การเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวันของพวกเราทุกคน คือสิ่งที่จะเปลี่ยนอนาคตได้จริง ๆ

ความจริงแล้ว… ธรรมชาติอยู่รอดได้โดยไม่มีมนุษย์ แต่พวกเราต่างหากที่จะอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีธรรมชาติ

การใช้ธรรมชาติฟื้นฟูธรรมชาติ จึงไม่ใช่แค่การรักษาต้นไม้… แต่มันคือการรักษาทางรอดของพวกเราทุกคนในยุคโลกเดือด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...