โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แม่ค้า ระบุ ไทยช่วยไทยพลัส กระตุ้นเศรษฐกิจได้จริง

INN News

อัพเดต 26 พ.ค. เวลา 13.04 น. • เผยแพร่ 26 พ.ค. เวลา 07.00 น. • INN News

โครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ถูกจับตามองว่าเป็นมาตรการเยียวยาระยะสั้น ที่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากได้จริง โดยเฉพาะในมุมของผู้ประกอบการรายย่อย ทั้งร้านอาหาร ร้านโชห่วย และธุรกิจชุมชน ที่ถือเป็น “ปลายน้ำ” ของเม็ดเงินจากภาครัฐ

รัฐบาลระบุว่า โครงการนี้มีเป้าหมายลดภาระค่าครองชีพ และเพิ่มสภาพคล่องให้ประชาชน ผ่านการสนับสนุนค่าใช้จ่ายสูงสุด 4,000 บาทต่อคน ตลอดช่วงระยะเวลา 4 เดือน รวมถึงกระตุ้นให้เกิดการจับจ่ายในประเทศมากขึ้น

โดยในนมุมของผู้ประกอบการ หลายคนมองว่า “ไทยช่วยไทยพลัส” สามารถช่วยต่อลมหายใจธุรกิจขนาดเล็กได้ไม่น้อย

นางสาวณลินดา วันโซะ เจ้าของร้านขายอาหารในตลาดบางกะปิ ระบุว่า ทางร้านเคยลงทะเบียนร้านค้าคนละครึ่งไว้แล้ว มารอบของไทยช่วยไทยพลัส ก็ลงทะเบียนไม่ยาก เพราะมีข้อมูลในระบบอยู่แล้ว และช่วงของโครงการคนละครึ่ง ก็รู้สึกว่าการใช้จ่ายของประชาชน ง่ายขึ้น มาครั้งนี้ กับโครงการไทยช่วยไทยพลัส ที่รัฐจ่ายให้ 60% คิดว่า การจับจ่ายน่าจะคล่องตัวและกระตุ้นเศรษฐกิจได้ดีมากขึ้น และอยากให้มีโครงการดีๆแบบนี้ อีก

ขณะที่ เจ้าของร้านขายก๋วยเตี๋ยว ระบุว่า เคยลงทะเบียนโครงการคนละครึ่งไว้แล้ว ทำให้การลงทะเบียน โครงการไทยช่วยไทยพลัส ทำได้ง่าย ซึ่งโครงการนี้น่าจะช่วย ในการตัดสินใจซื้อของลูกค้าได้ง่ายขึ้นเพราะไม่ต้องใช้เงินของตัวเองซื้อของทั้งร้อยเปอร์เซ็นต์ โดยยอดเงิน 4000 บาท ที่รัฐบาล จ่ายให้ก็ถือว่าเป็นจํานวนไม่น้อย

ขณะที่แม่ค้าขายน้ำตาลมะพร้าวและน้ำตาลโตนด มองอีกมุม ระบุว่า ทุกวันนี้ คนเดินตลาดเงียบมาก เหมือนกำลังซื้อของคนลดน้อยลง และของทุกอย่างก็แพงขึ้น

การที่มีโครงการไทยช่วยไทยพลัสเข้ามาก็อาจจะช่วยกระตุ้นสถิติได้บ้างเล็กน้อย แต่ในมุมของ คนขายของ ยังมองว่า เศรษฐกิจค่อนข้างที่จะซบเซา คนไม่ค่อยซื้อ อยากฝากถึงรัฐบาลให้ช่วยลงมาดูแล พ่อค้าแม่ค้ารายย่อยในตลาดบ้าง

อย่างไรก็ตามข้อมูลในระบบ ระบุว่า วันแรกของการเปิดลงทะเบียน มีประชาชนเข้าร่วมรับสิทธิ์ กว่า 24 ล้านสิทธิ์ และมีร้านค้าเข้าระบบจำนวนมาก ซึ่งสะท้อนว่า ผู้ประกอบการยังมีคาดหวังให้โครงการนี้ช่วยสร้างเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจฐานราก

ผู้ประกอบการบางรายยอมรับว่า โครงการลักษณะนี้ช่วย “เพิ่มลูกค้า” ได้จริง โดยเฉพาะร้านค้ารายย่อยที่พึ่งพากำลังซื้อในชุมชน แต่ปัญหาสำคัญยังคงเป็นเรื่องต้นทุน ทั้งค่าไฟ ค่าน้ำมัน และราคาวัตถุดิบที่ยังอยู่ในระดับสูง ทำให้แม้ยอดขายเพิ่มขึ้น แต่กำไรไม่ได้เพิ่มตามมากนัก

ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการ SME หลายรายมองว่า สิ่งที่ต้องการมากกว่าเงินกระตุ้นระยะสั้น คือมาตรการลดต้นทุนและเพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งทุน เพราะเศรษฐกิจในภาพรวมยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่

นักวิเคราะห์บางส่วนจึงมองว่า “ไทยช่วยไทยพลัส” อาจช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายได้ระดับหนึ่ง แต่ไม่สามารถทำให้เศรษฐกิจพลิกฟื้นได้ทันที เพราะปัญหาหลักยังอยู่ที่กำลังซื้อของประชาชนและภาระหนี้ครัวเรือน

ขณะที่ เสียงสะท้อนจากโลกออนไลน์ก็มีทั้งมุมบวกและมุมกังวล บางคนมองว่า “มีดีกว่าไม่มี” เพราะอย่างน้อยช่วยให้ร้านค้าเล็กๆ มีลูกค้าเพิ่มขึ้นและระบายสินค้าได้ ขณะที่อีกฝ่ายมองว่า เป็นเพียงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ระยะสั้น ที่เม็ดเงินอาจหายไปทันทีเมื่อโครงการสิ้นสุด

สิ่งที่น่าสนใจคือ โครงการนี้ไม่ได้วัดผลเพียงจำนวนคนลงทะเบียน หรือยอดใช้จ่าย แต่ต้องดูว่า หลังจบมาตรการแล้ว ผู้ประกอบการรายย่อยจะ “ยืนได้ด้วยตัวเอง” หรือไม่ เพราะสุดท้ายแล้ว เศรษฐกิจฐานรากจะเข้มแข็งได้ไม่ใช่แค่มีเงินช่วยชั่วคราว แต่ต้องทำให้ประชาชนมีกำลังซื้ออย่างยั่งยืน และทำให้ธุรกิจขนาดเล็กสามารถแข่งขันและอยู่รอดได้ในระยะยาว

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...