หุ้นโลกดิ่ง! เงินเฟ้อ–น้ำมันพุ่งกดดันตลาด นักลงทุนหวั่นเฟดขึ้นดอกเบี้ยเพิ่ม
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ และยุโรปปรับตัวลดลงแรงในวันศุกร์ (15 พ.ค. 2569) หลังนักลงทุนกลับมากังวลต่อแรงกดดันเงินเฟ้อจากราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้น ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ยังยืดเยื้อ ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลทั่วโลกปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ตลาดกังวลว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (FED) อาจจำเป็นต้องคงดอกเบี้ยระดับสูงต่อไปนานกว่าคาด หรืออาจกลับมาพิจารณาปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้ง
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ร่วงแรง หุ้นเทคโดนเทขายหนัก
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดลบในวันศุกร์ หลังแรงขายกดดันหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและหุ้นเติบโต ท่ามกลางความกังวลต่อทิศทางดอกเบี้ยและเงินเฟ้อที่เร่งตัวขึ้นจากราคาพลังงาน
แรงขายกระจุกตัวในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 30 ปี พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 1 ปี ขณะที่นักลงทุนจับตาผลประกอบการของ Nvidia, Walmart และ Target ในสัปดาห์นี้ รวมถึงติดตามสถานการณ์สงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านอย่างใกล้ชิด
- ดัชนี Dow Jones Industrial Average ปิดที่ 49,526.17 จุด ลดลง 537.29 จุด (-1.07%)
- ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 7,408.50 จุด ลดลง 92.74 จุด (-1.24%)
- ดัชนี Nasdaq Composite ปิดที่ 26,225.145 จุด ลดลง 410.077 จุด (-1.54%)
ตลาดหุ้นยุโรปปิดลบ กังวลเงินเฟ้อ–ราคาน้ำมันพุ่ง
ตลาดหุ้นยุโรปปิดลดลงแรงในวันเดียวกัน หลังนักลงทุนวิตกว่าราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องอาจกระตุ้นเงินเฟ้อทั่วโลก และทำให้ธนาคารกลางต่าง ๆ ต้องคงดอกเบี้ยระดับสูงนานขึ้น
หุ้นกลุ่มเหมืองแร่และสินค้าโภคภัณฑ์ถูกเทขายหนัก หลังราคาทองคำปรับตัวลดลง ขณะที่ราคาน้ำมันยังพุ่งสูงจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง นอกจากนี้ นักลงทุนยังติดตามผลการประชุมสุดยอดสหรัฐฯ–จีน ซึ่งยังไม่มีความคืบหน้าสำคัญด้านการค้าและการยุติสงครามอิหร่าน
- ดัชนี STOXX 600 ปิดที่ 606.92 จุด ลดลง 9.13 จุด (-1.48%)
- ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนี ปิดที่ 23,950.57 จุด ลดลง 505.69 จุด (-2.07%)
- ดัชนี CAC 40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศส ปิดที่ 7,952.55 จุด ลดลง 129.72 จุด (-1.60%)
ตลาดหุ้นอังกฤษร่วง นักลงทุนกังวลเศรษฐกิจ–การเมือง
ตลาดหุ้นลอนดอนปิดลบแรงในวันศุกร์ ท่ามกลางแรงกดดันจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอังกฤษที่พุ่งขึ้น รวมถึงความไม่แน่นอนทางการเมืองภายในประเทศ
นักลงทุนกังวลต่อความเสี่ยงด้านการคลังและแนวโน้มการใช้จ่ายภาครัฐ หลังเกิดแรงกดดันทางการเมืองต่อรัฐบาลของนายกรัฐมนตรีเคียร์ สตาร์เมอร์ ขณะที่ค่าเงินปอนด์อ่อนค่าต่อเนื่องเป็นวันที่ 5 ติดต่อกันเมื่อเทียบกับดอลลาร์
- ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นอังกฤษ ปิดที่ 10,195.37 จุด ลดลง 177.56 จุด (-1.71%)
ราคาน้ำมันพุ่ง หลังทรัมป์กดดันอิหร่าน
ราคาน้ำมันโลกปรับตัวขึ้นแรง หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งสัญญาณหมดความอดทนต่ออิหร่าน และเรียกร้องให้อิหร่านเร่งบรรลุข้อตกลงเพื่อยุติความขัดแย้ง
ตลาดยังจับตาสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซ หลังจีนส่งสัญญาณสนับสนุนการเปิดเส้นทางเดินเรืออีกครั้ง ขณะที่นักลงทุนกังวลว่า หากความขัดแย้งยืดเยื้อ อาจกระทบต่ออุปทานพลังงานโลกและดันเงินเฟ้อสูงขึ้นอีก
- ราคาน้ำมันดิบ WTI (ส่งมอบเดือนมิถุนายน) ปิดที่ 105.42 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มขึ้นกว่า 4%
- ราคาน้ำมันดิบ Brent (ส่งมอบเดือนกรกฎาคม) ปิดที่ 109.26 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มขึ้นกว่า 3%
ราคาทองคำร่วงแรง ดอลลาร์แข็ง–บอนด์ยีลด์พุ่งกดดันตลาด
ราคาทองคำโลกปรับตัวลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า 1 สัปดาห์ หลังค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับตัวขึ้น
นักวิเคราะห์มองว่า ราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นจากสงครามอิหร่านกำลังเพิ่มแรงกดดันเงินเฟ้อทั่วโลก ส่งผลให้ตลาดลดความคาดหวังต่อการลดดอกเบี้ยของ FED และกลับมาให้น้ำหนักต่อโอกาสขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้ง ซึ่งเป็นปัจจัยลบต่อทองคำ
- ราคาทองคำตลาดสปอต (Spot Gold) ปิดที่ 4,556.46 ดอลลาร์/ออนซ์ ลดลง 2%
- ราคาทองคำตลาดโคเม็กซ์ (ส่งมอบเดือนมิถุนายน) ปิดที่ 4,561.50 ดอลลาร์/ออนซ์ ลดลง 2.7%
ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าต่อ นักลงทุนเพิ่มเดิมพันเฟดขึ้นดอกเบี้ย
ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าต่อเนื่องเป็นวันที่ 5 หลังตลาดเพิ่มน้ำหนักต่อโอกาสที่ FED อาจกลับมาปรับขึ้นดอกเบี้ยจากแรงกดดันเงินเฟ้อและราคาน้ำมัน
ตลาดประเมินว่า FED มีโอกาสเกือบ 50% ที่จะปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกอย่างน้อย 0.25% ภายในเดือนธันวาคมนี้ หลังเจ้าหน้าที่ FED หลายรายยังเน้นย้ำว่าการควบคุมเงินเฟ้อยังคงเป็นเป้าหมายสำคัญ
- ดัชนีดอลลาร์ (Dollar Index) ปิดที่ 99.28 จุด เพิ่มขึ้น 0.5%
- ยูโร/ดอลลาร์ ปิดที่ 1.1622 ดอลลาร์ ลดลง 0.3%
- ดอลลาร์/เยน ปิดที่ 158.71 เยน เพิ่มขึ้น 0.2%