ศาลสหรัฐ ตัดสิน “อีลอน มัสก์” แพ้คดีฟ้อง OpenAI เปิดทาง IPO มูลค่า 1 ล้านล้านดอลลาร์
ศาลสหรัฐ มีมติเอกฉันท์ยกฟ้องคดีที่ อีลอน มัสก์ กล่าวหา OpenAI เบี่ยงเบนพันธกิจเพื่อมนุษยชาติ โดยชี้ว่ายื่นฟ้องช้าเกินกำหนด เปิดทาง IPO มูลค่า 1 ล้านล้านดอลลาร์
วันที่ 19 พฤษภาคม 2569 เวลา 07.40 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า คณะลูกขุนสหรัฐมีมติเป็นเอกฉันท์เมื่อวันจันทร์ (19 พ.ค.) ตัดสินให้อีลอน มัสก์ แพ้คดีที่ยื่นฟ้อง OpenAI โดยระบุว่า บริษัทปัญญาประดิษฐ์แห่งนี้ไม่มีความผิดจากข้อกล่าวหาที่ว่าเบี่ยงเบนจากพันธกิจดั้งเดิมในการพัฒนา AI เพื่อประโยชน์ของมนุษยชาติ พร้อมชี้ว่ามัสก์ยื่นฟ้องช้าเกินกว่ากรอบเวลาตามกฎหมายกำหนด
คำตัดสินดังกล่าวมีขึ้นหลังการพิจารณาคดีนาน 3 สัปดาห์ ซึ่งถูกจับตามองว่าเป็นคดีสำคัญต่ออนาคตของ OpenAI และอุตสาหกรรม AI โดยรวม ทั้งในแง่ของแนวทางการใช้งานเทคโนโลยีและผู้ที่จะได้รับผลประโยชน์จาก AI ในอนาคต
คณะลูกขุนในศาลรัฐบาลกลางเมืองโอ๊กแลนด์ รัฐแคลิฟอร์เนีย ใช้เวลาไตร่ตรองไม่ถึง 2 ชั่วโมง ก่อนมีคำตัดสินว่า มัสก์ฟ้องร้องช้าเกินไป เนื่องจากเขารับรู้แผนการขยายธุรกิจของ OpenAI มาหลายปีก่อนแล้ว ขณะที่กฎหมายกำหนดอายุความในการยื่นฟ้องไว้ 3 ปี
คดีนี้ถือเป็นชัยชนะครั้งสำคัญของ OpenAI และ Sam Altman ซึ่งอาจเปิดทางให้บริษัทเดินหน้าสู่การเสนอขายหุ้น IPO ได้ง่ายขึ้น โดยมีการประเมินว่ามูลค่ากิจการอาจแตะระดับ 1 ล้านล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม อัลต์แมนยังต้องเผชิญแรงกดดันด้านภาพลักษณ์ หลังระหว่างการพิจารณาคดีมีพยานหลายรายกล่าวหาว่าเขาโกหกและขาดความน่าเชื่อถือ
หลังคำตัดสิน มัสก์ประกาศผ่านแพลตฟอร์ม X ว่าเขาจะยื่นอุทธรณ์ พร้อมกล่าวหาอัลต์แมนและ Greg Brockman ว่าใช้ OpenAI เพื่อแสวงหาความมั่งคั่งส่วนตัว โดยระบุว่า “พวกเขาร่ำรวยจากการขโมยองค์กรการกุศล” และเตือนว่าการสร้างบรรทัดฐานเช่นนี้จะบั่นทอนระบบองค์กรไม่แสวงหากำไรในสหรัฐ
ด้านผู้พิพากษา Yvonne Gonzalez Rogers ซึ่งดูแลคดีนี้ ระบุในศาลว่า มัสก์อาจเผชิญความยากลำบากในการอุทธรณ์ เพราะมีหลักฐานจำนวนมากสนับสนุนข้อสรุปของคณะลูกขุน
ในคำฟ้อง มัสก์กล่าวหาว่า OpenAI หลอกให้เขาบริจาคเงินราว 38 ล้านดอลลาร์ ก่อนจะเปลี่ยนโครงสร้างจากองค์กรไม่แสวงหากำไรไปสู่ธุรกิจเชิงพาณิชย์ และรับเงินลงทุนมหาศาลจาก Microsoft และนักลงทุนรายอื่น
OpenAI โต้แย้งว่า มัสก์เองต่างหากที่มองเห็นผลประโยชน์ทางธุรกิจ และพยายามใช้คดีนี้เพื่อขัดขวางคู่แข่ง หลังจากเขาก่อตั้งบริษัท AI ของตัวเองคือ xAI ซึ่งปัจจุบันถูกรวมเข้ากับธุรกิจของ SpaceX แล้ว
นักวิเคราะห์จาก Wedbush Securities มองว่า คำตัดสินครั้งนี้ช่วยปลด “แรงกดดันก้อนใหญ่” ต่อแผน IPO ของ OpenAI พร้อมระบุว่า แม้อัลต์แมนจะได้รับผลกระทบด้านภาพลักษณ์ แต่คดีนี้ถือเป็นชัยชนะสำคัญของบริษัท
ทั้งนี้ คดีดังกล่าวสะท้อนความขัดแย้งที่กำลังเกิดขึ้นในอุตสาหกรรม AI ระหว่างแนวคิดพัฒนาเพื่อมนุษยชาติกับการสร้างผลกำไรทางธุรกิจ ท่ามกลางความกังวลของสังคมเกี่ยวกับอิทธิพลของ AI ต่อแรงงาน ความน่าเชื่อถือของข้อมูล และความปลอดภัยของเทคโนโลยีในอนาคต
อ้างอิง : www.reuters.com