โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ไม่เชื่อ“ดีลสันติภาพสหรัฐฯ-อิหร่าน”จบจริง มองครึ่งปีหลังเงินเฟ้อพุ่ง-ธุรกิจไทยกระทบหนัก

Thairath Money

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว
ภาพไฮไลต์

“ศุภจี”มองด้านบวก เตรียมปรับขึ้นประมาณการเศรษฐกิจไทย หากสหรัฐฯตกลงยุติสงครามกับอิหร่าน ชี้ดีกับการค้าการส่งออก ขณะที่นักวิชาการ-เอกชน ตบเท้า “ไม่มั่นใจ” ชี้ยังสงครามยังกลับมาประทุได้ทุกเมื่อ มองครึ่งปีหลังธุรกิจไทยกระทบหนัก เงินเฟ้อพุ่ง ดอกเบี้ยลดไม่ได้

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ กล่าวถึงกรณีที่สหรัฐฯเตรียมลงนามข้อตกลงเพื่อยุติสงครามกับอิหร่านว่า เป็นเรื่องที่ดี ขณะที่เป้าการส่งออกไตรมาสแรกปี 2569 ก็ดีมาก ฉะนั้น คาดว่าจะเป็นไปในทิศทางที่ดี แต่ถึงอย่างไรต้องติดตามดูสถานการณ์ก่อน ส่วนการเปิดช่องแคบฮอร์มุซปัจจุบันยังเป็นเหมือนเดิมจึงต้องรอการเซ็นสัญญาสงบศึก หากมีการดำเนินการจริงๆ ก็น่าจะดีสำหรับพวกเราทุกคน เเต่ก็ต้องรอดูทิศทางหลังจากนี้อีกเพียง 1-2 วัน โดยทางกระทรวงพาณิชย์จะดูความเคลื่อนไหวของราคาสินค้าและมาตรการต่างๆ เพื่อสรุปอีกครั้ง

“ตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ(จีดีพี) ไตรมาสแรกอยู่ที่ 2.8% ขณะนี้จะต้องมีการทบทวน เพราะทั้งปี 69 เรามองจีดีพีอยู่ที่ 1.5- 2 % แต่เมื่อมีความชัดเจนการลงนามสันติภาพ ก็คาดว่าจีดีพีน่าจะดีขึ้น เพราะการส่งสินค้าผ่านช่องแคบฮอร์มุซจะไม่ติดขัด ราคาพลังงา ก็น่าจะผ่อนคลายลง ทำให้เรามีกำลังซื้อที่ดีขึ้น มีการค้าขายที่ดีขึ้น”

ด้านนายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวว่า หลังจากสหรัฐฯ - อิหร่าน ลงนามสันติภาพว่าคงดีขึ้น แต่คิดว่าสถานการณ์ยังไม่แน่นอน ขอดูให้มีความชัดเจน เพราะที่ผ่านมาก็กลับไปกลับมา ส่วนจีดีพีของไทยดีดตัวสูงขึ้นหรือไม่ นายดนุชา กล่าวว่า การปรับตัวของจีดีพีมีหลายปัจจัย ซึ่งอาจมีเรื่องเงินเฟ้อเข้ามาด้วย ฉะนั้น จึงขอประเมินสถานการณ์ก่อน

ขณะที่นายอัทธ์ พิศาลวานิช นักวิชาการอิสระ กล่าวเพิ่มเติมว่า แม้ว่า 2 ประเทศสามารถหาข้อยุติความขัดแย้ง และมีกำหนดลงนามร่วมกันในวันที่ 19 มิ.ย.นี้ แต่ยังมีสัญญาณบางประการที่สะท้อนว่าทั้ง 2 ฝ่ายมีความเข้าใจต่อสถานะของข้อตกลงไม่ตรงกัน โดยสหรัฐฯ เรียกเอกสารข้อตกลงว่า “Deal” หมายถึงความตกลงร่วมกัน ชี้ให้เห็นว่า การเจรจาได้ประสบความสำเร็จและประกาศผลได้แล้ว แต่อิหร่านใช้ “MOU” หรือบันทึกความเข้าใจหมายถึงความเข้าใจร่วมกันของคู่สัญญา แสดงถึงการเห็นพ้องในหลักการเบื้องต้น “ผมมองว่า ข้อตกลงนี้ ไม่ถือว่า เป็นสันติภาพถาวร เป็นเพียงการพักรบเชิงยุทธศาสตร์ หรือการลดระดับความขัดแย้งชั่วคราว และยังต้องเจรจาเพิ่มเติมภายใน 60 วันหลังการลงนาม ดังนั้น สงครามหรือความตึงเครียดในตะวันออกกลางจึงมีโอกาสกลับมาปะทุขึ้นได้อีกในอนาคต”

ขณะที่มุมมองของบริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด น.ส.ณัฐพร ตรีรัตน์ศิริกุล รองกรรมการผู้จัดการ กล่าวว่า ว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้น่าจะผ่านจุดต่ำสุดในช่วงไตรมาส 2 และทยอยฟื้นตัวในครึ่งปีหลัง จากแรงหนุนของมาตรการภาครัฐ แต่ยังมีความเสี่ยงจากความไม่แน่นอน ของมาตรการภาษีสหรัฐฯ ซึ่งกระทบต่อการส่งออกในช่วงที่เหลือ ทั้งนี้ แม้ความขัดแย้งอิหร่านจะได้ข้อยุติ แต่ราคาพลังงานโลกจะไม่ลดลงเร็วนัก ทำให้การส่งผ่านต้นทุนราคาผู้ผลิตยังคงมีต่อเนื่อง โดยจะเห็นเงินเฟ้อทั่วไปเร่งตัวสูงสุดในไตรมาส 3-4 นี้ ขณะที่ ประเมินจีดีพีปีนี้จะโตได้ที่ 2%

ด้านนายบุรินทร์ อดุลวัฒนะกรรมการผู้จัดการ และ Chief Economist ศูนย์วิจัยกสิกรไทย กล่าว่า การลงทุนในอุตสากรรม AI และดาต้า เซ็นเตอร์ จะสร้างแรงกดดันให้เกิดการแก่งแย่งแหล่งพลังงาน ทรัพยากร และเงินทุนในอนาคต ทั้งการแย่งกันในด้านเศรษฐกิจ และการก่อสงครามในพื้นที่จริง เห็นได้จากความพยายามควบคุมประเทศที่เป็นแหล่งพลังงาน และแร่หายากของสหรัฐฯ โดยการลงทุนในหมวดนี้จะอยู่ที่ 600,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปีนี้ และเพิ่มเป็น 1 ล้านล้านเหรียญฯ ในปีต่อไป ดังนั้น เราจะเห็นราคาพลังงาน และทรัพยากรที่ใช้ในการอุตสาหกรรม AI สูงขึ้น สร้างผลกระทบให้เงินเฟ้อโลกสูงขึ้น ส่งผลให้ดอกเบี้ยทั่วโลกเป็นขาขึ้น ธนาคารกลางไม่สามารถลดดอกเบี้ยลงได้ สร้างความตึงตัวให้ระบบการเงินโลก ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) น่าจะคงดอกเบี้ยต่อไปถึงสิ้นปี

นางสาวเกวลิน หวังพิชญสุข รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด กล่าวว่า แม้มีสัญญาณบวก แต่ในช่วงครึ่งปีหลัง เราจะยังเห็นผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลางที่กระทบภาคธุรกิจชัดเจนขึ้น ส่งผลให้ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) หดตัวเป็นปีที่ 4 ที่ -0.5% ขณะที่การท่องเที่ยวในช่วงไตรมาส 3 ยังลดลงต่อเนื่อง โดยคาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยทั้งปี แม้ยังมีโอกาสเพิ่มได้ แต่ยังต่ำกว่า 33 ล้านคนในปีก่อน ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าว สอดคล้องกับความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจเดือน เม.ย.ที่ต่ำที่สุดในรอบ 5 ปี

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ไม่เชื่อ“ดีลสันติภาพสหรัฐฯ-อิหร่าน”จบจริง มองครึ่งปีหลังเงินเฟ้อพุ่ง-ธุรกิจไทยกระทบหนัก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...