โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 16 มิถุนายน 2569

สวพ.FM91

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 16 มิถุนายน 2569

>> หนุ่มป่วยจิตเวช ปีนเข้าบ้านอดีตนายจ้าง ตัดสายไฟเผา สุดท้ายตัวเองสำลักควันหมดสติหวิดดับ จ.นนทบุรี

07.45 น. หน้าที่ตำรวจ สภ.ปากเกร็ด ได้รับแจ้งมีไฟไหม้บ้านและมีผู้บาดเจ็บ เหตุเกิดภายในซอยศรีอุดมทรัพย์ ถนนติวานนท์ ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด จึงเร่งเข้าตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ 2 ชั้น เจ้าหน้าที่พบกลุ่มควันเกิดขึ้นบริเวณด้านหลังของตัวบ้านซึ่งเป็นห้องครัว เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจึงลากสายฉีดน้ำเข้าไปพร้อมสกัดเพลิง โดยพบว่าต้นเพลิงอยู่ภายในห้องน้ำชั้นล่าง จนกระทั่งเพลิงสงบลง

พบว่าต้นเพลิงดังกล่าว เกิดจากการเผาสายไฟและพัดลม ขณะเดียวกันข้างห้องน้ำเจ้าหน้าที่ยังพบชาย 1 คน นอนคว่ำหน้า ใช้จมูกหายใจผ่านช่องแผ่นไม้ แต่อยู่ในสภาพหมดสติ จึงรีบนำตัวออกมาด้านนอกพร้อมประสานกู้ภัยให้เข้ามาช่วยเหลือนำตัวส่งโรงพยาบาลกรมชลประทาน โดยทราบต่อมา คือ นายกอ (นามสมมุติ) อายุประมาณ 40-45 ปี ขณะเดียวกันกล้องวงจรปิดของบ้านตรงข้ามที่เกิดเหตุบันทึกภาพได้เวลา 05.30 น.พบนายกอ นั่งอยู่บริเวณหน้าบ้านที่เกิดเหตุก่อนจะลุกเดินหายไปบริเวณข้างบ้าน

ทางด้าน หญิงไทย อายุ 63 ปี เจ้าของบ้าน กล่าวว่า เขา (นายกอ) เป็นคนเร่ร่อน ตนเอามาทำงาน แต่ตอนนี้ไม่ได้อยู่กับตนแล้ว เขามีแฟนเขาก็ออกไป เขาป่วยเป็นจิตเวชรักษาตัวอยู่ที่ รพ.ศรีธัญญา 2 ครั้งและล่าสุดพึ่งออกมา ตนไม่รู้ว่าเขาเข้ามาที่บ้านตอนไหน เพราะตนไม่ได้อยู่บ้าน เขาน่าจะปีนเข้ามา มีเพื่อนบ้านมาบอกว่าไฟไหม้บ้านจึงได้ออกมาดู ซึ่งบ้านหลังนี้ไม่ได้อยู่อาศัยนานแล้วจะใช้เป็นที่เก็บของประเภทเสื้อผ้ามือ 2 รอการคัดแยกเพื่อนำไปขาย

หลังเกิดเหตุทางเจ้าหน้าที่พร้อมเจ้าของบ้านได้ตรวจสอบบริเวณชั้นล่าง พบว่าถูกนายกอ ใช้มีดตัดสายไฟออกทั้งหมดก่อนนำไปเผา

ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวว่าเบื้องต้นได้ทำการบันทึกภาพที่เกิดเหตุพร้อมสอบปากคำเจ้าของบ้านไว้ โดยคาดว่าผู้ก่อเหตุนั้นปีนเข้าทางหน้าต่างข้างบ้านเพื่อเข้าไปทำการลักตัดสายไฟและเผาเพื่อเอาทองแดงไปขาย แต่ระหว่างนั้นกลุ่มควันจำนวนมากผู้ก่อเหตุจึงเกิดอาการสำลักควันจนหมดสติไป แต่อย่างไรก็ตามจะต้องทำการควบคุมตัวเพื่อนำมาสอบปากคำรวมถึงให้แพทย์ตรวจสอบว่าเป็นผู้ป่วยจิตเวชจริงหรือไม่อีกครั้ง

>> รวบ สองผัวเมีย เปิดเพจรับสร้างบ้านทิพย์ ตุ๋นเหยื่อโอนเงินแล้วทิ้งงาน

10.41 น. กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย กองบังคับการปราบปราม ร่วมกันจับกุม ผู้ต้องหา 2 ราย คือ ผู้ชายไทย และ ผู้หญิงไทย โดยจับกุมได้ บริเวณ องค์การตลาด ซ.สวนผัก 4 เขตตลิ่งชัน กทม. แจ้งข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน

คดีนี้สืบเนื่องจากมีกลุ่มผู้เสียหายจำนวนมาก ได้รวมตัวเข้าแจ้งความพนักงานสอบสวน บก.ป. ว่าถูกผู้ต้องหาทั้งสองรายซึ่งเป็นสามีภรรยากัน หลอกลวงรับเหมาก่อสร้างและต่อเติมบ้าน โดยมีพฤติการณ์กระทำความผิดที่เป็นรูปแบบเดียวกัน คือ สร้างโปรไฟล์หรู ดึงดูดด้วยของถูก โพสต์ภาพผลงานการสร้างบ้านที่แอบอ้างว่าเป็นของตนเอง พร้อมโฆษณาว่ารับเหมาในราคาถูก เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อทักไปสอบถามและนัดหมายประเมินราคา ก็จะมีการจัดฉากเริ่มงาน ก่อนเชิดเงินหนี หรือเมื่อเหยื่อโอนเงินค่าจ้างงวดแรก ผู้ต้องหาจะนำคนงาน 2-3 คน เข้าไปทุบรื้อ หรือลงเสาเข็มเพียงเล็กน้อย เพื่อตบตาให้เห็นว่ามีการเริ่มงานและขอเบิกเงินงวดต่อไป จากนั้นก็จะเริ่มทิ้งงาน และเมื่อมีผู้เสียหายรู้ตัวว่าถูกหลอกและนำเรื่องราวไปโพสต์เตือนภัยในกลุ่มเฟซบุ๊ก ผู้ต้องหาก็จะนำข้อความดังกล่าวไปฟ้องร้องคดีอาญาในข้อหา “หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา” ตัวอย่างความเสียหายที่พบเบื้องต้น มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 2.9 ล้านบาท

หลังจากตำรวจ บก.ป. สืบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน จนศาลอนุมัติหมายจับ แต่จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหายังคงให้การปฎิเสธ เจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิตามกฎหมาย และควบคุมตัวส่งดำเนินคดี

>> ไล่ล่า “เกาจุ้น” มาเฟียจีน หัวหน้าแก๊งค้ามนุษย์ ที่ทางการจีนต้องการตัวมานาน

11.15 น. กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) โดย กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1 ร่วมกันทำการตรวจสอบและดำเนินการกับ นายเกา อายุ 40 ปี สัญชาติ จีน ดำเนินการ “เพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร หลังเข้าควบคุมตัวได้ที่ โถงทางเดินบริเวณหน้าห้องพักโรงแรมแห่งหนึ่ง ภายในซอยประชาราษฎร์บำเพ็ญ 1 เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร
สืบเนื่องมาจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจีน ได้ดำเนินการสืบสวนคดีที่แก๊งอาชญากรรมกลุ่มหนึ่งได้ก่อเหตุในลักษณะเป็นขบวนการลักลอบพาคนข้ามพรมแดนโดยผิดกฎหมาย หลังพบตั้งแต่ปี 2567 เป็นต้นมา เครือข่ายอาชญากรรมดังกล่าวมีการจัดหาหญิงชาวเมียนมากว่า 20 คน ลักลอบเดินทางเข้าประเทศจีนอย่างผิดกฎหมาย พร้อมจัดให้ชายชาวจีนอีกกว่า 20 คน เดินทางออกนอกประเทศไปยังนครย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมจัดหาคู่อย่างผิดกฎหมาย โดยใช้วิธีการปลอมเอกสารอ้างเหตุอันเป็นเท็จ เพื่อให้ได้วีซ่าธุรกิจในการลักลอบผ่านแดน

ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจีนได้เปิดปฏิบัติการจับกุมผู้ต้องหาหลายรายในกลุ่มแก๊งอาชญากรรมดังกล่าว แต่ นายเกา หนึ่งในแกนนำสำคัญของขบวนการ หลบหนีจากประเทศจีนมากบดานที่ประเทศไทย ทางการจีนจึงส่งคำร้องขอให้ทางการไทยสืบสวนติดตามตัว กระทั่งสามารถติดตามตัวได้

ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า นายเกา มีประวัติการเดินทางเข้า-ออกราชอาณาจักรไทยกว่า 21 ครั้ง โดยครั้งล่าสุดมีการแฝงตัวเข้าในในวีซ่านักท่องเที่ยว และหลังเจ้าหน้าที่เปิดปฏิบัติการเข้าชาร์จตัวนายเกา พร้อมได้นำหนังสือคำสั่งแจ้งเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร จากนั้นได้ดำเนินการผลักดันออกนอกประเทศตามกฎหมายต่อไป

>> ประมง จ.สมุทรสาคร แจ้งเตือนประชาชน เกษตรกร ห้ามเพาะเลี้ยงปลาหมอคางดำ ฝ่าฝืนมีโทษสูงสุด

11.48 น. นายเผดิม รอดอินทร์ ประมงจังหวัดสมุทรสาคร เปิดเผยว่า ด้วยปัจจุบันจังหวัดสมุทรสาครประสบปัญหาการรุกรานของปลาหมอคางดำ ซึ่งปลาชนิดนี้สามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมของพื้นที่จังหวัดสมุทรสาครได้ดี ทำให้เจริญเติบโตและแพร่ขยายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและสร้างความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและชาวประมง ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ออกประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง กำหนดชนิดสัตว์น้ำที่ห้ามเพาะเลี้ยงในราชอาณาจักร พ.ศ. ๒๕๖๔ ห้ามเพาะเลี้ยงปลาหมอคางดำ หากผู้ใดฝ่าฝืนทำการเพาะเลี้ยงปลาหมอคางดำจะถูกดำเนินคดีตามมาตรา ๑๔๔ แห่งพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากนำไปปล่อยในที่จับสัตว์น้ำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสองล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ประกอบกับในขณะนี้ กรมประมงอยู่ระหว่างดำเนินการควบคุมกำจัดมิให้ปลาชนิดนี้แพร่ขยายพันธุ์และเป็นการลดผลกระทบต่อระบบนิเวศ และลดการสร้างความเดือดร้อนให้กับเกษตรกร ผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและชาวประมง จึงขอประชาสัมพันธ์ห้ามมิให้เพาะเลี้ยงและนำปลาหมอคางดำไปปล่อยในแหล่งน้ำอย่างเด็ดขาด หากพบเห็นดังกล่าวให้แจ้งสำนักงานประมงจังหวัดหรือสำนักงานประมงอำเภอในเขตท้องที่ทุกแห่ง และหากพบเห็นปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำธรรมชาติขอความร่วมมือให้กำจัดออกจากแหล่งน้ำนั้นด้วย จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน

>> หนุ่มเมาเดินออกจากร้านคาราโอเกะ เจอดักรุมทำร้าย เจ็บสาหัส

12.53 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนนทบุรี ได้รับแจ้งมีเหตุชายวัยรุ่นถูกฟันด้วยอาวุธมีดบาดเจ็บสาหัส 2 ราย เหตุเกิดปากซอยเรวดี 56 ถนนเรวดี ต.ตลาดขวัญ อ.เมืองนนทบุรี หลังรับแจ้งเดินทางไปตรวจสอบ เหตุเกิดเมื่อเวลา 01.00 น.ที่ผ่านมา

ที่เกิดเหตุพบเจ้าหน้าที่กู้ชีพ ร.พ.พระนั่งเกล้า เจ้าหน้าที่กู้ชีพเทศบาลนครนนทบุรี กำลังช่วยทำแผลปฐมพยาบาลให้คนเจ็บรายแรก ชาย อายุ 23 ปี ถูกมีดฟันเข้าที่ลำคอด้านซ้าย 1 แผล อาการสาหัส รายที่ 2 ชาย อายุ 21 ปี ถูกมีดฟันที่ศรีษะ 4 แผล ถูกแทงที่แผ่นหลัง 4 แผล ก่อนจะรีบนำตัวผู้บาดเจ็บส่ง ร.พ.พระนั่งเกล้า ให้แพทย์รักษา
ผู้บาดเจ็บ เล่าว่า ตนกับเพื่อนสองคนมานั่งดื่มเหล้าที่ร้านคาราโอเกะตั้งแต่ช่วง 3-4 ทุ่ม หลังดื่มจนเมาได้ชักชวนกันกลับบ้าน แต่พอเดินออกมาจากร้าน ก็ถูกทำร้าย ตนเมามากจำไม่ได้ว่าใครทำร้าย

ชาย อายุ 19 ปี พลเมืองดีที่เข้าไปช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ กล่าวว่า ขณะตนนั่งอยู่ได้ยินเสียงคนทะเลาะกัน จึงได้เรียกเพื่อนออกมาดู เห็นคนนอนอยู่ได้เดินเข้าไปดูพบว่าถูกทำร้ายได้รับบาดเจ็บ ส่วนผู้ก่อเหตุเป็นกลุ่มวัยรุ่น ขับรถ จยย.มา 2 คัน คันแรก ฮอนด้า สีเทา คันที่ 2 ฮอนด้า สีส้ม ซ้อนกันมาคันละ 3 คน รวม 6 คน กลุ่มคนก่อเหตุได้ขับหลบหนีไปทางปากซอย เรวดี ด้านถนนติวานนท์ ตนจึงโทรศัพท์แจ้งตำรวจ

ตำรวจสอบสวนเบื้องต้นทราบว่าคนเจ็บ มานั่งดื่มเหล้าที่ร้านคาราโอเกะ ในตลาดใหม่เรวดี อยู่ฝั่งตรงข้ามกับที่พบคนเจ็บ ส่วนกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุ เป็นชาวไทยใหญ่ ประมาณ 5-6 คน ตามมารุมทำร้ายทั้งสองคนได้รับบาดเจ็บ ส่วนสาเหตุทำร้ายครั้งนี้อยู่ระหว่างสอบสวน

>> นายกฯ สั่งปรับกฎหมายคนเข้าเมือง เร่งผลักดันผู้กระทำความผิดหลังพ้นโทษกลับประเทศต้นทาง

14.01 น. นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย สั่งการต่อที่ประชุมว่า แนวเรื่องการแก้กฎหมายควรกระทำความผิดส่งกลับประเทศให้ไวที่สุดตามที่เป็นที่รับทราบโดยทั่วไปว่ารัฐบาล ได้ดำเนินการปราบปรามคนต่างด้าวที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องอาชญากรรมข้ามชาติ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ นอมินี การลักลอบประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย และการกระทำความผิดในรูปแบบต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันเห็นผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรม และได้มีการแถลงข่าวการดำเนินการอยู่หลายครั้ง

ซึ่งในเรื่องนี้นายกรัฐมนตรีได้ย้ำว่า แม้ว่าจะมีการจับกุมแต่ดำเนินคดีไปแล้ว แต่ก็ยังมีข้อจำกัดในกระบวนการส่งตัวชาวต่างชาติที่กระทำความผิดกลับประเทศ หรือที่ใช้คำศัพท์ว่า Evocation และหลายกรณียังใช้ระยะเวลานานกว่าที่ผู้กระทำความผิดจะเดินทางกลับไปยังประเทศแม่ เมื่อได้รับการปล่อยตัว จึงทำให้กลุ่มบุคคลเหล่านี้ยังคงออกไปใช้ชีวิตได้ตามปกติแต่อาจจะมีการกระทำความผิด

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย และให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และกระทรวงมหาดไทย ร่วมกันพิจารณาการปรับปรุงกฎหมายคนเข้าเมือง และระเบียบที่เกี่ยวข้องเพื่อให้กระบวนการส่งตัวคนต่างด้าวที่กระทำความผิดกลับประเทศ มีความรวดเร็ว คล่องตัว และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

>> ตร.ทล. จอดช่วยรถเสียริมทาง จับพิรุธคนขับ พบต่างด้าวผิดกฎหมายซุกตู้ทึบ 33 ราย

15.17 น. ตำรวจทางหลวงสุราษฎร์ธานี ออกลาดตระเวนดูแลความปลอดภัยบนถนนสายเอเชีย ก่อนพบรถบรรทุกจอดริมทางจึงเข้าให้ความช่วยเหลือ แต่สังเกตเห็นคนขับมีท่าทีพิรุธ ลุกลี้ลุกลน พูดจาวกวน และแสดงท่าทีมีพิรุธ เจ้าหน้าที่จึงขอตรวจค้นรถ พบต่างด้าวผิดกฎหมายสัญชาติเมียนมา จำนวน 33 ราย ซุกซ่อนอยู่ภายในตู้ทึบ โดยทั้งหมดไม่สามารถแสดงเอกสารการเดินทางหรือเอกสารอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรได้
คนขับรับสารภาพ ถูกว่าจ้างให้ขนต่างด้าวผิดกฎหมายจากพื้นที่ จ.ราชบุรี ไปส่งยัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยได้รับค่าจ้างตามจำนวนผู้โดยสาร แต่ระหว่างทางได้จอดพักรถ ก่อนถูกเจ้าหน้าที่ตรวจพบและจับกุม

นอกจากนี้ จากการตรวจสอบประวัติยังพบว่า ผู้ต้องหารายดังกล่าวเคยถูกจับกุมในความผิดลักษณะเดียวกันมาแล้วก่อนหน้านี้ และคดียังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่าชนะ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

>> ครม. เกาะติด "ซูเปอร์เอลนีโญ" นายกฯ สั่งรายงานแผนความมั่นคงน้ำ-เกษตร สัปดาห์หน้า

15.51 น. น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้แสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์ซูเปอร์เอลนีโญ โดยที่ผ่านมาได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมและกำหนดมาตรการรองรับผลกระทบไว้แล้ว

โดย แผน/มาตรการดังกล่าว จะครอบคลุมเรื่องน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค ภาคการเกษตร ภาคอุตสาหกรรม สิ่งแวดล้อม และความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับความเป็นอยู่ของประชาชนและความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีให้ทุกหน่วยงานที่รับผิดชอบนำแผนปฏิบัติการ / มาตรการที่ได้ดำเนินการ รวมถึงความคืบหน้าในการเตรียมความพร้อม มารายงานต่อที่ประชุม ครม. ในสัปดาห์หน้า
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวแสดงความห่วงใยชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ที่อาจได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศแปรปรวน ฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และพายุฤดูร้อน จนส่งผลให้เกิดต้นไม้และกิ่งไม้หักโค่นในหลายพื้นที่

โดยมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย กรุงเทพมหานคร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งสำรวจพื้นที่เสี่ยง ตัดแต่งต้นไม้ ตรวจสอบป้ายโฆษณา สิ่งปลูกสร้าง และสาธารณูปโภคต่าง ๆ ที่ที่อาจได้รับผลกระทบ พร้อมจัดทำมาตรการป้องกันและแผนเผชิญเหตุให้พร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา

>> คนร้ายลอบวางระเบิดฐานลาดตระเวน ชป.จรยุทธ์ ร้อย.ปชด. อ.แว้ง ทหารบาดเจ็บ 1 นาย

17.00 น. กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า รายงานเกิดเหตุ คนร้ายลอบวางระเบิดแสวงเครื่องบริเวณฐานลาดตระเวน ของ ชุดปฏิบัติการจรยุทธ์ กองร้อยป้องกันชายแดนที่ 2 ในพื้นที่หัวสะพาน บ้านไม้ฝาด–ตอออ ตำบลกายูคละ อำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส

จากเหตุการณ์ดังกล่าว ส่งผลให้พลทหาร นราพงษ์ หนูสงวน ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย มีอาการแน่นหน้าอก เจ้าหน้าที่ได้นำส่งโรงพยาบาลแว้งเพื่อเข้ารับการรักษาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขณะที่หน่วยได้ดำเนินการปิดกั้นพื้นที่เกิดเหตุเพื่อรักษาสภาพพื้นที่ และประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติม เพื่อสืบสวนหาสาเหตุและติดตามผู้ก่อเหตุมาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

>> สน.วังทองหลาง จับผู้ต้องหา หัวจ่ายกระจายยาเสพติด พร้อมของกลางคีตามีน แฮปปี้วอเตอร์ 24 ซอง

18.35 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน พ.ต.อ.เจษฎา ยางนอก ผกก.สน.วังทองหลาง นำกำลังชุดป้องกันและปราบปราม สน.วังทองหลาง ร่วมกันจับกุมชาย ชาวลาว อายุ 22 ปี พร้อมของกลางยาเสพติดและวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท จำนวนมาก โดยจับกุมได้บริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อ ภายในซอยลาดพร้าว 114 เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ
ผกก.สน.วังทองหลาง เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ออกตรวจพื้นที่ เมื่อมาถึงบริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อในซอยลาดพร้าว 114 ได้พบบุคคลต้องสงสัยท่าทางมีพิรุธ เดินถือกระเป๋าผ้าลักษณะมีน้ำหนักผิดปกติ เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าขอตรวจค้น

จากการตรวจค้นเบื้องต้นในกระเป๋าผ้าและขยายผลเข้าค้นห้องพักของผู้ต้องหา พบยาเสพติดซุกซ่อนอยู่ในบรรจุภัณฑ์ ทั้งในถุงคอลลาเจนและกล่องพลาสติก โดยสามารถตรวจยึดของกลางได้จำนวนมาก ประกอบด้วย คีตามีน รวมกว่า 1,000 ถุง น้ำหนักประมาณ 856.4 กรัม, แฮปปี้วอเตอร์ จำนวน 24 ซอง นอกจากนี้ยังตรวจยึดรถจักรยานยนต์ 1 คัน และอุปกรณ์บรรจุภัณฑ์ที่ใช้ซุกซ่อนยาเสพติดอีกหลายรายการ

พฤติการณ์ของผู้ต้องหารายนี้ ถือเป็นหัวจ่ายรายสำคัญที่ทำหน้าที่กระจายยาเสพติดประเภทปาร์ตี้รัก ทั้งคีตามีนและแฮปปี้วอเตอร์ ให้กับกลุ่มนักเที่ยวและสถานบันเทิงต่างๆ ในพื้นที่ โดยมีการแพ็กใส่ซองเครื่องดื่มสำเร็จรูปและถุงอาหารเสริมเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ในการขนส่ง

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา มีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทในประเภท 2 คีตามีน ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย โดยผิดกฎหมาย เพื่อการค้า, มียาเสพติดให้โทษในประเภท 1 แฮปปี้วอเตอร์ ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย โดยผิดกฎหมาย และเป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด ก่อนควบคุมตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สน.วังทองหลาง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และเตรียมขยายผลขุดรากถอนโคนเครือข่ายยาเสพติดนี้ต่อไป

>> เพลิงไหม้ภายในโรงเก็บไม้ ซอยพระราม 9 ซอย 59 ลุกลามรถจักรยานยนต์เสียหาย 1 คัน

19.00 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ซอยพระราม 9 ซอย 59 ถนนพระราม 9 แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นอาคารโครงสร้างเหล็กชั้นเดียว ประกอบกิจการ ประกอบและจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์ ต้นเพลิงเกิดขึ้นภายในอาคาร เพลิงลุกไหม้เสียหายปั๊มลม กองไม้ เฟอร์นิเจอร์ และลุกลามรถจักรยานยนต์ จำนวน 1 คัน หมายเลขทะเบียน กรุงเทพมหานคร เสียหายเล็กน้อย พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 30 ตารางเมตร รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจาก ไฟฟ้าลัดวงจรที่ปั๊มลม ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยหัวหมาก

>> เซ่นรักขม 2 ศพชายง้อขอโอกาสคืนดี แต่ถูกฝ่ายปฏิเสธรัก ก่อนชักปืนยิงดับ แล้วลั่นไกใส่ตัวเองตาม จ.นครศรีธรรมราช

19.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ตรวจสอบ เหตุบุคคลถูกยิงด้วยอาวุธปืนเสียชีวิต ภายในบ้านพักพื้นที่ ต.โพธิ์เสด็จ อ.เมืองนครศรีธรรมราช

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านชั้นเดียว ภายในห้องนอนพบร่าง หญิง อายุ 36 ปี ทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายสินเชื่อ สหกรณ์หน่วยงานราชการ นอนหงายอยู่ข้างเตียงนอนมีบาดแผลถูกยิงเข้าราวนม 1 นัด ใกล้กันมีร่างชาย 1 ราย ทำงานเป็นลูกจ้างอำเภอนอนหงายเสียชีวิต มีบาดแผลกระสุนปืนยิงศีรษะ 1 นัด ปลายเท้ามีอาวุธปืนขนาด 9 ม.ม.ตกอยู่ ส่วนบนเตียงนอนมีปืนลูกซองยางวางอยู่อีกกระบอก โดยมีครอบครัวและญาติๆต่างอยู่ในอาการตกใจร้องไห้

แม่ฝ่ายหญิง ระบุ ลูกสาวกับฝ่ายชายต่างคนต่างเคยมีครอบครัวกันมาแล้ว ก่อนจะมาอยู่กินกันที่บ้านหลังนี้ แต่มักมีปากเสียงทะเลาะกันบ่อยครั้ง ทะเลาะจนต้องเลิกรากันแล้วถึง 2 ครั้ง ครั้งแรกฝ่ายชายเข้ากราบขอโทษว่าจะไม่ทำอีกแล้ว ขอโอกาสอีกครั้งจึงได้ว่ากล่าวตักเตือนไปและลูกสาวยอมให้อภัย แต่ครั้งนี้มาเกิดเหตุการณ์นี้อีกลูกสาวไม่ยอมคืนดีด้วย คาดว่าเป็นชนวนเหตุขึ้น ซึ่งก่อนหน้านี้เคยขู่ไว้ว่าถ้าเลิกกันคงถึงตาย กระทั่งก่อนเกิดเหตุฝ่ายชายซื้อสุรามาตั้งไว้หน้าบ้านแต่ยังไม่ทันดื่มก็มาเกิดเหตุดังขึ้นก่อน

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ คาดว่า สาเหตุน่าจะมาจากหึงหวงซึ่งฝ่ายชายนั้นพยายามมาขอคืนดีกับฝ่ายหญิง แต่ฝ่ายหญิงไม่ยอมทำให้มีปากเสียงทะเลาะกันจนเกิดเหตุร้าย ซึ่งเจ้าหน้าที่จะสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ส่วนศพผู้เสียชีวิตนำส่งรพ. ก่อนให้ครอบครัวรับกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป

>> ไฟไหม้ห้องพัก บนอพาร์ทเม้นท์ ริมถนนศรีนครินทร์ ควันโขมงทั่วชั้น สาววัย 20 กำลังเป่าเค้กวันเกิด ต้องวิ่งหนีตาย จ.สมุทรปราการ

22.43 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสมุทรปราการ และดับเพลิงเทศบาลบางเมือง ระดมรถน้ำลุยระงับเหตุเพลิงไหม้อพาร์ทเม้นท์สูง 5 ชั้น ริมถนนศรีนครินทร์ ต.บางเมือง อ.เมือง จ.สมุทรปราการ

ที่เกิดเหตุ พบต้นเพลิงลุกไหม้รุนแรงในห้องพักชั้น 2 เจ้าหน้าที่ใช้เวลา 30 นาที จึงควบคุมเพลิงไว้ได้ สภาพห้องเกิดเหตุวอดเสียหายทั้งห้อง

สอบถามเบื้องต้น ทราบว่า มีชาวบ้านชั้น 2 ได้ยินเสียงกระจกแตก นึกว่าคนทะเลาะกัน ที่ไหนได้ควันพุ่งท่วมตึกต้องวิ่งเท้าเปล่าหนีตาย ขณะที่สาวชั้น 3 เผย กำลังจัดปาร์ตี้เป่าเค้กฉลองวันเกิดครบ 20 ปีกับครอบครัว จู่ๆ ได้ยินเสียงระเบิดขวดแตก ควันดำพวยพุ่งทั่วบริเวณจนต้องรีบวิ่งหนีลงมา

เบื้องต้น ตรวจสอบ ห้องต้นเพลิงไม่มีใครอยู่ คาดไฟฟ้าลัดวงจรเพราะห้องไม่ได้ใช้แก๊ส ไม่มีใครบาดเจ็บ มีเพียงสำลักควันเล็กน้อย ตำรวจกั้นพื้นที่รอ พฐ. เข้าตรวจหาสาเหตุต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...