บุกทลาย ‘ม้ารับถอนเงิน’ เครือข่ายรัสเซีย กลางภูเก็ต
จังหวัดภูเก็ตสนธิกำลังตำรวจหลายหน่วย เปิดปฏิบัติการตรวจค้น 3 จุด ทลายเครือข่ายชาวรัสเซียทำหน้าที่ถอนเงินสดจากบัญชีม้าในคดีหลอกลวงออนไลน์ จับผู้ต้องหาตามหมายจับ 1 ราย คุมตัวผู้ต้องสงสัยอีก 1 ราย ยึดเงินสดรวมกว่า 5.4 ล้านบาท พร้อมเร่งขยายผลล่าผู้ร่วมขบวนการและตรวจสอบเส้นทางการเงินเพื่อคืนเงินให้ผู้เสียหาย
8 กรกฎาคม 2569 - นายโชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วย พล.ต.ต.สินเลิศ สุขุม ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต ร่วมแถลงผลการบูรณาการกำลังระหว่างตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง และตำรวจท่องเที่ยว หลังเปิดปฏิบัติการเข้าตรวจค้นเป้าหมาย 3 จุดในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ทลายเครือข่ายชาวต่างชาติที่ทำหน้าที่ถอนเงินสดจากบัญชีม้าในคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สามารถจับกุมผู้ต้องหาชาวรัสเซียได้ 1 ราย ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยอีก 1 ราย พร้อมตรวจยึดเงินสดรวมกว่า 5.44 ล้านบาท
พล.ต.ต.สินเลิศ กล่าวว่า ปฏิบัติการครั้งนี้สืบเนื่องจากตำรวจภูธรภาค 8 และตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต ได้รับข้อมูลจากศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ช่วงเดือนเมษายน-มิถุนายน 2569 พบกลุ่มชาวรัสเซียมีพฤติกรรมเดินสายถอนเงินสดจากตู้เอทีเอ็มทั่วจังหวัดภูเก็ตในลักษณะผิดปกติ โดยใช้วิธีถอนเงินแบบไม่ใช้บัตรผ่าน QR Code ที่ได้รับจากผู้สั่งการ
จากการตรวจสอบพบว่า เงินที่ถูกถอนมีความเชื่อมโยงกับบัญชีม้าของคนไทย ซึ่งรับโอนเงินมาจากผู้เสียหายที่ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์และขบวนการหลอกลวงออนไลน์ หนึ่งในผู้เสียหายคือ บริษัท เคกรุ๊ป จำกัด ในกรุงเทพมหานคร โดยขบวนการดังกล่าวใช้วิธีถอนเงินสดเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบเส้นทางการเงินของเจ้าหน้าที่
ผลการตรวจค้น 3 จุด พบว่า จุดแรกในพื้นที่ สภ.วิชิต อำเภอเมือง สามารถจับกุม นายอีเลีย คูไตซอฟ อายุ 26 ปี สัญชาติรัสเซีย ตามหมายจับ พร้อมยึดเงินสด 638,700 บาท
จุดที่สอง ในพื้นที่ตำบลฉลอง อำเภอเมือง เจ้าหน้าที่ควบคุมตัว นายอีกอร์ สเตลมาค สัญชาติรัสเซีย ผู้ต้องสงสัย พร้อมตรวจยึดเงินสดสกุลบาทและดอลลาร์สหรัฐ รวมมูลค่าประมาณ 4,801,363 บาท โดยสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดภูเก็ตได้เพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรแล้ว และอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอศาลออกหมายจับ
ส่วนจุดที่สาม ในพื้นที่ตำบลเชิงทะเล อำเภอถลาง ไม่พบตัวผู้ต้องสงสัยซึ่งคาดว่ายังหลบซ่อนอยู่ในจังหวัดภูเก็ต เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเร่งติดตามจับกุม
สรุปผลปฏิบัติการครั้งนี้ เจ้าหน้าที่จับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ 1 ราย ควบคุมตัวบุคคลต่างด้าวดำเนินการตามกฎหมายคนเข้าเมือง 1 ราย ตรวจค้นเป้าหมายรวม 3 จุด และตรวจยึดเงินสดรวมประมาณ 5,440,063 บาท พร้อมของกลางอื่นที่อยู่ระหว่างตรวจสอบความเชื่อมโยงกับบัญชีม้าและคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีในพื้นที่ต่าง ๆ
ด้าน พ.ต.อ.เอกลักษณ์ บุญแสงเจริญ ผู้กำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต เปิดเผยว่า คดีนี้เริ่มจากการสืบสวนเส้นทางการเงินของบริษัท เคกรุ๊ป จำกัด ซึ่งเป็นผู้เสียหายในกรุงเทพมหานคร ก่อนพบว่าเงินถูกโอนกระจายไปยังบัญชีม้าหลายพื้นที่ทั่วประเทศ รวมถึงจังหวัดภูเก็ต
จากการสืบสวนพบว่าขบวนการดังกล่าวแบ่งหน้าที่กันทำเป็นระบบ มีทั้งกลุ่มหลอกลวง กลุ่มสั่งการ บัญชีม้าชาวไทย และชาวต่างชาติที่ทำหน้าที่ถอนเงินสด โดยในคดีนี้พบผู้เกี่ยวข้องเป็นบัญชีม้าคนไทย 2 ราย ชาวรัสเซีย 1 ราย และผู้ต้องสงสัยชาวรัสเซียอีก 1 รายที่อยู่ระหว่างติดตามจับกุม
นอกจากนี้ ยังพบว่าชาวรัสเซียที่เกี่ยวข้องเดินทางเข้าประเทศด้วยวีซ่านักท่องเที่ยว 1 ราย และวีซ่านักธุรกิจ 1 ราย ก่อนรับหน้าที่ถอนเงินสดจากบัญชีม้าคนไทยผ่านระบบ QR Code หน้าเครื่องเอทีเอ็ม แล้วส่งมอบเงินให้ผู้สั่งการในเครือข่าย
เจ้าหน้าที่ได้ประสานสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ตรวจสอบเส้นทางการเงิน เพื่อดำเนินการคืนทรัพย์สินให้แก่ผู้เสียหายตามขั้นตอนของกฎหมาย พร้อมขยายผลไปยังผู้สั่งการและผู้รับผลประโยชน์ในเครือข่าย
ขณะที่ นายโชตินรินทร์ กล่าวว่า ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลในการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและกลุ่มต่างชาติที่มีอิทธิพล โดยจังหวัดภูเก็ตได้ขับเคลื่อน "ยุทธการ 90 วัน" ระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม-30 กันยายน 2569 จนนำไปสู่การทลายเครือข่ายดังกล่าว พร้อมชื่นชมการทำงานร่วมกันของทุกหน่วยงานที่สามารถสกัดกั้นขบวนการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนที่สงสัยว่าตกเป็นเหยื่อของการหลอกลวงออนไลน์ หรือพบเห็นบุคคลมีพฤติกรรมถอนเงินจากตู้เอทีเอ็มผิดปกติ สามารถแจ้งความได้ที่สถานีตำรวจใกล้บ้าน หรือโทรสายด่วนศูนย์ AOC 1441 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อระงับความเสียหายและเร่งติดตามผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย.