โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นายกฯลั่น ไทยพึ่งพาตนเอง ย้ำ “Make Love, Not War”

INN News

อัพเดต 8 กรกฎาคม 2569 เวลา 17.31 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • INN News

นายกฯ เปิด THAIDEF-EX 2026 หนุนอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ชูไทยพึ่งพาตนเอง ย้ำ "Make Love, Not War"

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดงานนิทรรศการอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทย 2569 (Thailand Defence Industry Exhibition 2026: THAIDEF-EX 2026) ณ อาคารอเนกประสงค์ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (ศรีสมาน) อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี

นายกรัฐมนตรีเดินทางเข้าร่วมงานด้วยการยืนบนรถยนต์เกราะป้องกันทุ่นระเบิด หรือ "เฟิร์สวิน" พร้อมด้วย พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โดยมีคณะรัฐมนตรีร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง ประกอบด้วย นางศุภจี สุธรรมพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์, นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิจัย วิทยาศาสตร์และนวัตกรรม, นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม, นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนางสาวศุภมาส อิสระภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เข้าร่วมพิธีด้วย

นายกรัฐมนตรี กล่าวเปิดงานว่า วันนี้มีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้มาเปิดงานนิทรรศการอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทย 2569 หรือ Thailand Defence Industry Exhibition 2026 (THAIDEF-EX 2026) ซึ่งแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยมีความพร้อม ไม่ใช่เพียงด้านการป้องกันประเทศและการรักษาอธิปไตยเท่านั้น แต่ยังมีความพร้อมในการพึ่งพาตนเองและการแข่งขันทางเศรษฐกิจ ท่ามกลางบริบทของโลกปัจจุบันที่กำลังเผชิญกับความเปลี่ยนแปลง หลายคนบอกว่าหมดยุคโลกาภิวัตน์แล้ว จากโลกที่เคยพึ่งพาอาศัยกัน ซื้อขายได้อย่างคล่องตัว การจัดหาวัตถุดิบแทบไม่มีข้อจำกัด แต่วันนี้การค้าและการลงทุนกลับไม่ราบรื่นเหมือนเดิม ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ทำให้หลายประเทศกลับมาแบ่งขั้ว ห่วงโซ่อุปทานสะดุด และเกิดข้อจำกัดในการผลิต นั่นจึงเป็นเหตุผลที่หลายประเทศต้องหันมาพึ่งพาตนเอง เพื่อสร้างความมั่นคงและความยั่งยืนในการผลิต แทนที่จะรอซื้อสินค้าจากประเทศอื่น

สำหรับประเทศไทย การพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศไม่เพียงช่วยเสริมสร้างความมั่นคงและการพึ่งพาตนเองเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยี

ยกระดับอุตสาหกรรม และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศ เพราะประเทศไทยมีศักยภาพด้านการผลิต และมีที่ตั้งเชิงยุทธศาสตร์ที่เอื้อต่อการเป็นฐานการผลิตที่สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า งานนี้ถือเป็นหนึ่งในหมุดหมายสำคัญของการพัฒนาประเทศ และเป็นก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ซึ่งจะส่งผลดีต่อประเทศไทยในหลายมิติ ทั้งการวิจัย การพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูง การพัฒนาบุคลากรด้านวิศวกรรมและนวัตกรรม ตลอดจนการสร้างผู้ประกอบการไทยให้ก้าวสู่อุตสาหกรรมที่มีมูลค่าสูงขึ้น ซึ่งจะทำให้อุตสาหกรรมอื่นๆ ภายในประเทศได้รับประโยชน์ไปพร้อมกัน ทั้งนี้ หลายเทคโนโลยีที่ใช้ในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นอากาศยานไร้คนขับ ระบบนำทางผ่านดาวเทียม หรือวัสดุชนิดพิเศษ ล้วนมีจุดเริ่มต้นจากงานวิจัยด้านความมั่นคง ก่อนต่อยอดมาใช้ในภาคอุตสาหกรรมและชีวิตประจำวัน

นายกรัฐมนตรี ย้ำว่า การลงทุนในอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ไม่ใช่เพียงการลงทุนเพื่อความมั่นคงของประเทศ แต่เป็นการลงทุนในอนาคตของอุตสาหกรรมไทย และเป็นการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่า ประเทศไทยมีศักยภาพก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในผู้นำด้านการผลิตเทคโนโลยีป้องกันประเทศของภูมิภาค

นายกรัฐมนตรี ย้ำด้วยว่า ในฐานะรัฐบาลจะให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการบูรณาการความร่วมมือทั้งในและต่างประเทศ เพื่อให้การวิจัย การพัฒนา และการผลิตของไทยเชื่อมโยงกันได้อย่างครบวงจร ส่วนการลงนามบันทึกความเข้าใจระหว่างกระทรวงกลาโหม กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และกระทรวงอุตสาหกรรม ถือเป็นก้าวสำคัญด้านยุทธศาสตร์ในการเชื่อมโยงองค์ความรู้ งานวิจัย ศักยภาพการผลิต และความต้องการใช้งาน เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีป้องกันประเทศของไทยให้เป็นรูปธรรม พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่า การผนึกกำลังของทุกภาคส่วนจะเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างมูลค่าใหม่ให้กับประเทศไทย

จากนั้น นายกรัฐมนตรี ได้เยี่ยมชมบูธจัดแสดงอาวุธและยุทโธปกรณ์ที่ผลิตโดยบริษัทของคนไทย พร้อมร่วมลงนามแสดงความยินดีด้วยปากกากระสุน โดยเขียนข้อความว่า "ขอแสดงความยินดีกับความสำเร็จ" ก่อนกล่าวย้ำกับผู้สื่อข่าวในช่วงหนึ่งว่า "Make Love, Not War."

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...