ชาวบ้านหนองขาวยื่นค้านโรงแต่งแร่ กังวลฝุ่น-น้ำเสีย ผู้ประกอบการแจงใช้ระบบน้ำวนไร้มลพิษ
ชาวบ้านตำบลหนองขาว อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี เกือบ 1,000 คน รวมตัวลงชื่อคัดค้านการก่อสร้างโรงแต่งแร่ หวั่นกระทบแหล่งน้ำชลประทานและพื้นที่เกษตร ขณะที่ผู้ประกอบการยืนยันใช้ระบบปิด ไม่มีการปล่อยน้ำเสีย และพร้อมให้หน่วยงานตรวจสอบ
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 8 กรกฎาคม 2569 ที่ศาลา 3 วัดอินทาราม (วัดหนองขาว) ตำบลหนองขาว อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี ผู้นำท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนจากทั้ง 13 หมู่บ้านในตำบลหนองขาว เกือบ 1,000 คน นำเอกสารและบัตรประจำตัวประชาชนมาร่วมลงลายมือชื่อแสดงเจตจำนงคัดค้านการก่อสร้างโรงแต่งแร่ในพื้นที่บ้านรางจิก หมู่ 7 บนเนื้อที่ประมาณ 19 ไร่ เนื่องจากกังวลถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและแหล่งน้ำที่ใช้ในการเกษตร การรวมตัวครั้งนี้มี นายฉัตรพันธุ์ เดชกิจสุนทร อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี เป็นแกนนำ พร้อมยื่นหนังสือต่อผู้แทนสภาทนายความเพื่อขอรับความช่วยเหลือด้านกฎหมาย โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองขาว ดูแลความสงบเรียบร้อยตลอดกิจกรรม
นายฉัตรพันธุ์ กล่าวว่า การคัดค้านครั้งนี้ไม่ได้มีเจตนาต่อต้านการพัฒนา แต่ชาวบ้านมีความกังวลว่า พื้นที่ก่อสร้างโรงงานอยู่ใกล้คลองส่งน้ำชลประทานและโครงการส่งน้ำชลประทานสายท่าล้อ–อู่ทอง ซึ่งเป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และเป็นแหล่งน้ำสำคัญสำหรับการผลิตน้ำประปา การอุปโภคบริโภค รวมถึงการเกษตรของประชาชนในพื้นที่อำเภอท่าม่วง อำเภอพนมทวน และบางส่วนของจังหวัดสุพรรณบุรี ชาวบ้านเกรงว่า หากมีฝุ่นละออง กากแร่ หรือสิ่งปนเปื้อนจากกระบวนการผลิต อาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพน้ำ สิ่งแวดล้อม สุขภาพ และวิถีชีวิตของประชาชน จึงเสนอให้ผู้ประกอบการพิจารณาหาพื้นที่อื่นที่มีความเหมาะสมมากกว่า
ด้าน นางสาวนารี ผู้ช่วยผู้จัดการโรงงาน เดินทางเข้าชี้แจงต่อประชาชน โดยระบุว่า โครงการได้ดำเนินการขออนุญาตตามขั้นตอนของกฎหมายกับสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดกาญจนบุรีและเทศบาลที่เกี่ยวข้องอย่างถูกต้อง พร้อมชี้แจงว่า โรงงานดังกล่าวเป็นโรงแต่งแร่ขนาดเล็ก ไม่ใช่โรงถลุงแร่ และมีกำลังการผลิตไม่ถึงเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดให้ต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA)
นอกจากนี้ ผู้ประกอบการระบุว่า กระบวนการผลิตเป็นเพียงการล้างแร่ฟลูออไรต์ โดยใช้ระบบน้ำหมุนเวียนแบบปิด (Closed System) ไม่มีการปล่อยน้ำเสียออกสู่แหล่งน้ำสาธารณะ และใช้น้ำจากบ่อบาดาลของโรงงานร่วมกับระบบกรองเพื่อแยกกากแร่ พร้อมยืนยันว่ามีมาตรการควบคุมด้านสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐาน และยินดีให้หน่วยงานภาครัฐเข้าตรวจสอบได้ตลอดเวลา หากผลการตรวจสอบพบว่ามีค่ามลพิษเกินมาตรฐาน ก็พร้อมปฏิบัติตามคำสั่งของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ผู้ประกอบการยังระบุเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันมีโรงแต่งแร่ลักษณะเดียวกันเปิดดำเนินการอยู่ในจังหวัดกาญจนบุรีและจังหวัดเชียงใหม่ โดยตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมาไม่พบปัญหาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม พร้อมยืนยันว่าเคารพสิทธิของประชาชนในการแสดงความคิดเห็นและการคัดค้านตามกฎหมาย