โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ไขข้อข้องใจ! ผลไม้ปอกเปลือกแล้ว 'เนื้อเปลี่ยนเป็นสีคล้ำ' ยังกินได้ไหม? พร้อมเผยวิธีแก้ไม่ให้ดำ

sanook.com

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Sanook
อย่าเพิ่งทิ้ง! เผยสาเหตุวิทยาศาสตร์ทำไมผลไม้โดนลมแล้วดำ เสียคุณค่าสารอาหารแค่ไหน และเมื่อไหร่ที่ต้องทิ้ง

ผลไม้ปอกทิ้งไว้จนดำยังกินได้ไหม? เปิดวิธีปอกผลไม้ไม่ให้ดำและรักษาคุณค่าทางอาหาร

ทำไมผลไม้ถึงเปลี่ยนเป็นสีคล้ำดำหลังจากปอกเปลือก?

หลายคนคงเคยเจอปัญหาเมื่อปอกผลไม้บางชนิด เช่น แอปเปิ้ล กล้วย หรือลูกแพร์ ทิ้งไว้สักพัก เนื้อผลไม้จะเริ่มเปลี่ยนเป็นสีคล้ำหรือดำดูไม่น่ารับประทาน ปรากฏการณ์นี้มีสาเหตุมาจากกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ดังนี้:

  • การปล่อยเอนไซม์: เมื่อเราปอกเปลือกหรือหั่นผลไม้ เซลล์ภายในผลไม้จะถูกทำลายและปลดปล่อยเอนไซม์ออกมา โดยเฉพาะเอนไซม์โพลีฟีนอล ออกซิเดส (Polyphenol Oxidase) รวมถึงสารประกอบฟีนอลที่มีอยู่ในเนื้อผลไม้ เมื่อสารเหล่านี้สัมผัสกับออกซิเจนในอากาศ จะเกิดปฏิกิริยาเคมีและสร้างสารประกอบสีน้ำตาลขึ้นมา ส่งผลให้สีของผลไม้เปลี่ยนไป

  • การสูญเสียวิตามินซี: ในผลไม้มีวิตามินซีซึ่งมีฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ แต่เมื่อผลไม้ถูกตัดหรือปอกเปลือก วิตามินซีจะค่อยๆ ลดลงเนื่องจากการสัมผัสกับอากาศ ปฏิกิริยาออกซิเดชันที่รุนแรงนี้จึงเป็นตัวเร่งให้เนื้อผลไม้คล้ำลงอย่างรวดเร็ว

  • การลดลงของสารต้านอนุมูลอิสระธรรมชาติ: ผลไม้บางชนิด เช่น อะโวคาโด แอปเปิ้ล และกล้วย มีสารต้านอนุมูลอิสระตามธรรมชาติอยู่เป็นจำนวนมาก เมื่อสารเหล่านี้ถูกย่อยสลายหรือสูญเสียไป เนื้อของผลไม้จึงเปลี่ยนเป็นสีดำคล้ำมากกว่าปกติ

ผลไม้ที่เนื้อคล้ำดำแล้ว ยังสามารถนำมารับประทานได้หรือไม่?

การที่ผลไม้มีสีคล้ำลงหลังการปอกเปลือกถือเป็น "ปรากฏการณ์ปกติ" ในทางกายภาพส่งผลเพียงแค่เรื่องของความสวยงามที่ไม่น่ารับประทานเท่านั้น แต่ โดยพื้นฐานแล้วไม่ได้ส่งผลเสียต่อสุขภาพของผู้บริโภค อย่างไรก็ตาม มีข้อควรระวังที่ต้องพิจารณาก่อนรับประทานดังนี้:

  • ควรเลือกรับประทานเฉพาะผลไม้ที่ผ่านการเก็บรักษาอย่างถูกต้องและยังคงความสดใหม่ก่อนนำมาปอกเท่านั้น

  • ผลไม้ที่ปอกเปลือกแล้วแต่อยู่ในสภาพแวดล้อมภายนอกเป็นเวลานานเกินไป จะมีความเสี่ยงต่อการถูกเชื้อแบคทีเรียปนเปื้อนและแทรกซึมเข้าสู่เนื้อผลไม้ได้

  • ผลไม้ที่ปอกทิ้งไว้ตากลมเป็นเวลานาน จะสูญเสียรสชาติความสดอร่อย และคุณค่าทางสารอาหารจะลดน้อยลง โดยเฉพาะวิตามินซีที่จะค่อยๆ หายไปในระหว่างกระบวนการออกซิเดชัน

  • สัญญาณที่ต้องทิ้ง: หากผลไม้ที่ดำนั้นเริ่มมีลักษณะเน่าเสีย มีกลิ่นแปลกปลอม หรือมีเชื้อราปรากฏขึ้น แนะนำให้ทิ้งทันทีเพื่อความปลอดภัยต่อสุขภาพ

เคล็ดลับง่ายๆ ช่วยป้องกันไม่ให้ผลไม้ดำหลังปอกเปลือก

หากต้องการให้ผลไม้ที่ปอกแล้วยังคงสีสันที่สดใส น่ารับประทาน สามารถนำวิธีเหล่านี้ไปปรับใช้ได้:

  • แช่ในน้ำมะนาวหรือน้ำส้มสายชู: เนื่องจากน้ำมะนาวและน้ำส้มสายชูมีฤทธิ์เป็นกรดตามธรรมชาติ ซึ่งมีคุณสมบัติในการช่วยชะลอกระบวนการออกซิเดชัน ทำให้ผลไม้ไม่เปลี่ยนเป็นสีดำ

  • แช่ในน้ำเกลือ: การนำผลไม้ไปแช่ในน้ำเกลือเจือจางสามารถช่วยลดและบรรเทาอาการเนื้อผลไม้คล้ำดำหลังจากปอกเปลือกได้เช่นกัน

  • เก็บรักษาไว้ในตู้เย็น: อุณหภูมิที่ต่ำในช่องแช่เย็นมีส่วนช่วยชะลอกระบวนการออกซิเดชันของผลไม้ได้

วิธีที่ดีที่สุดในการรับประทานและเก็บรักษาผลไม้

พฤติกรรมที่ดีที่สุดในการบริโภคผลไม้คือ "จะรับประทานเท่าไหร่ ก็ปอกเปลือกแค่นั้น" เพราะวิธีนี้จะช่วยรักษาทั้งรสชาติความสดใหม่และคงคุณค่าทางโภชนาการเอาไว้ได้ดีที่สุด โดยมีหลักการเก็บรักษาผลไม้แต่ละสถานะดังนี้:

  • ผลไม้แบบเต็มผล (ยังไม่ปอก): ไม่จำเป็นต้องเก็บไว้ในตู้เย็นเสมอไป เพียงแค่วางไว้ในที่แห้ง อากาศถ่ายเทสะดวก และหลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดโดยตรงก็เพียงพอแล้ว

  • ผลไม้ที่หั่นหรือปอกเปลือกแล้ว: ต้องห่อหุ้มให้มิดชิดด้วยพลาสติกแรปถนอมอาหาร หรือจัดเก็บในกล่องที่มีฝาปิดสนิท แล้วนำไปแช่ในช่องแช่เย็นของตู้เย็น นอกจากนี้ การแช่เย็นยังช่วยชะลอกระบวนการสุกของผลไม้ให้อยู่ได้นานขึ้นอีกด้วย

(หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อระบุข้อมูลเชิงวิชาการเบื้องต้นเท่านั้น ไม่สามารถใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ หรือการเข้าพบแพทย์และผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับคำปรึกษาเฉพาะบุคคลได้)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...