โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ร้อนเดือดทั่วทวีปยุโรป! อังกฤษ-ฝรั่งเศส-อิตาลีอ่วม หลายเมืองใกล้แตะ 40 องศาฯ

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ยุโรปกำลังเผชิญคลื่นความร้อนรุนแรงระลอกใหม่ โดยหลายประเทศมีอุณหภูมิพุ่งเข้าใกล้ 40 องศาเซลเซียส ส่งผลให้มีการประกาศเตือนภัยระดับสูง ปิดโรงเรียน และเพิ่มมาตรการปกป้องสุขภาพประชาชน ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าสภาพอากาศร้อนจัดที่เกิดขึ้นบ่อยและรุนแรงขึ้น เป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่กำลังส่งผลกระทบชัดเจนมากขึ้นทั่วทั้งทวีป

หลายประเทศในยุโรปกำลังเผชิญคลื่นความร้อนรุนแรงระลอกใหม่ โดยอุณหภูมิในหลายพื้นที่พุ่งแตะระดับใกล้ 40 องศาเซลเซียส ส่งผลให้ทางการหลายประเทศออกประกาศเตือนภัยด้านสุขภาพและสภาพอากาศ ขณะที่นักวิทยาศาสตร์ชี้ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นสัญญาณที่สอดคล้องกับแนวโน้มโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรงขึ้น

.

ในสหราชอาณาจักร ขณะนี้พบประชาชนจำนวนมากออกมาพักผ่อนตามสวนสาธารณะและสระว่ายน้ำกลางแจ้งเพื่อคลายร้อน หลังคลื่นความร้อนจากยุโรปตะวันตกแผ่ขยายข้ามช่องแคบอังกฤษขึ้นสู่พื้นที่ตอนใต้ของประเทศ

.

สำนักงานอุตุนิยมวิทยาของสหราชอาณาจักรคาดการณ์ว่า อุณหภูมิอาจพุ่งสูงถึง 39 องศาเซลเซียสในช่วงกลางสัปดาห์ ซึ่งอาจทำลายสถิติอุณหภูมิสูงสุดของเดือนมิถุนายนที่ 35.6 องศาเซลเซียส ซึ่งเคยบันทึกไว้ในปี 1957 และเกิดขึ้นอีกครั้งในปี 1976 โดยคลื่นความร้อนครั้งนี้คาดว่าจะกินเวลาราว 4 วัน ครอบคลุมพื้นที่ตอนใต้และตอนกลางของอังกฤษ รวมถึงบางส่วนของเวลส์

แม้อุณหภูมิที่คาดการณ์ไว้ยังไม่สูงกว่าสถิติสูงสุดตลอดกาลของอังกฤษที่ 40.3 องศาเซลเซียส ซึ่งบันทึกไว้ในเดือนกรกฎาคม ปี 2022 แต่ก็ถือเป็นเหตุการณ์ที่รุนแรงสำหรับช่วงต้นฤดูร้อน โดยเกิดขึ้นต่อเนื่องหลังจากเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งกลายเป็นเดือนพฤษภาคมที่ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ของประเทศ ด้วยอุณหภูมิสูงสุดแตะ 35.1 องศาเซลเซียส

สำนักงานความปลอดภัยด้านสุขภาพแห่งสหราชอาณาจักรได้ออกประกาศเตือนภัยด้านสุขภาพจากความร้อนเป็นครั้งที่สองในประวัติศาสตร์ ต่อจากปี 2022 พร้อมเตือนว่าความร้อนระดับนี้อาจเป็นอันตรายแม้ต่อผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรง และขอให้ผู้สูงอายุ รวมถึงกลุ่มเปราะบาง เพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ

ขณะที่ในฝรั่งเศส ทางการประกาศเตือนภัยสภาพอากาศระดับสีแดงในกรุงปารีสและพื้นที่โดยรอบ หลังอุณหภูมิในใจกลางเมืองแตะ 38 องศาเซลเซียส และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเป็น 38-40 องศาเซลเซียสในวันอังคาร

โดยนักท่องเที่ยวบริเวณถนนช็องเซลีเซและจัตุรัสปลัส เดอ ลา กงกอร์ด ต่างพากันหลบแดดใต้ร่มไม้และใช้บริการน้ำพุสาธารณะเพื่อคลายร้อน ขณะที่โรงเรียนของรัฐหลายแห่งต้องยกเลิกการเรียนการสอนในช่วงบ่าย เนื่องจากสภาพอากาศร้อนเกินกว่าจะจัดกิจกรรมการเรียนการสอนได้อย่างปลอดภัย

ทางการกรุงปารีสยังได้เปิดสวนสาธารณะและสวนหย่อมตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้เป็นพื้นที่พักผ่อนในช่วงกลางคืนที่อากาศเย็นลง โดยคลื่นความร้อนครั้งนี้นับเป็นครั้งที่สองของฝรั่งเศสในปีนี้ หลังจากก่อนหน้านี้ประเทศเพิ่งเผชิญคลื่นความร้อนระลอกแรกตั้งแต่ช่วงปลายเดือนพฤษภาคม ซึ่งถือว่าเกิดเร็วกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต

ด้านอิตาลี กรุงโรมเผชิญอุณหภูมิสูงถึง 36 องศาเซลเซียส ส่งผลให้นักท่องเที่ยวบริเวณวิหารแพนธีออนต้องใช้ร่ม เสื้อผ้าป้องกันรังสีอัลตราไวโอเลต และพัดมือถือเพื่อบรรเทาความร้อน

นักอุตุนิยมวิทยาอธิบายว่า คลื่นความร้อนครั้งนี้ได้รับอิทธิพลจากมวลอากาศร้อนจากทะเลทรายซาฮาราที่เคลื่อนตัวขึ้นสู่ยุโรป โดยได้รับแรงหนุนจากระบบความกดอากาศสูงที่เรียกว่า “แอฟริกัน แอนตี้ไซโคลน” ซึ่งก่อให้เกิดปรากฏการณ์ “โดมความร้อน” หรือ Heat Dome ทำให้อากาศร้อนถูกกักเก็บไว้เหนือยุโรปตะวันตกและยุโรปกลาง ส่งผลให้อุณหภูมิสะสมเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องหลายวัน

หลังจากหลายพื้นที่มีอุณหภูมิสูงกว่า 35 องศาเซลเซียสติดต่อกัน ทางการอิตาลีได้ประกาศเตือนภัยระดับสีแดงในอย่างน้อย 8 เมืองสำคัญ รวมถึงโบโลญญา ฟลอเรนซ์ มิลาน และตูริน

ส่วนที่กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม อุณหภูมิในเมืองมีแนวโน้มพุ่งแตะ 37 องศาเซลเซียสในวันพุธ ผู้มาเยือนแลนด์มาร์กสำคัญอย่างอะโตเมียมต่างพกน้ำดื่มและหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งในช่วงกลางวัน

ข้อมูลจากหน่วยติดตามสภาพภูมิอากาศระบุว่า ในวันจันทร์ที่ผ่านมา ยุโรปเป็นทวีปที่มีอุณหภูมิสูงกว่าค่าเฉลี่ยทางประวัติศาสตร์มากที่สุด โดยอุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยอยู่ที่ 24 องศาเซลเซียส สูงกว่าค่าเฉลี่ยช่วงปี 1961-1990 ถึง 4.1 องศาเซลเซียส ขณะที่เอเชียมีอุณหภูมิสูงกว่าค่าเฉลี่ย 2 องศาเซลเซียส และอเมริกาเหนือสูงกว่าค่าเฉลี่ย 1.3 องศาเซลเซียส

ผู้เชี่ยวชาญด้านสภาพภูมิอากาศเตือนว่า คลื่นความร้อนที่เกิดบ่อยขึ้น รุนแรงขึ้น และมาเร็วกว่าปกติในหลายพื้นที่ของยุโรป เป็นแนวโน้มที่สอดคล้องกับภาวะโลกร้อนจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งทำให้อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และส่งผลให้เหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วเกิดขึ้นถี่ขึ้นในอนาคต

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...