โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แจกทริกหน้าฝน ต้องซักผ้าแบบไหน ให้หอม ไม่เหม็นอับ

Khaosod

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

หน้าฝนก็ไม่หวั่น ซักผ้าได้ แบบไม่ต้องกลัวเสื้อผ้ามีกลิ่นเหม็นอับ เพียงทำตามขั้นตอนง่าย ๆ เหล่านี้ ผ้าก็หอม เหมือนไม่เคยเจอฝน

เข้าสู่ฤดูฝนทีไร หลายคนต้องเผชิญปัญหาเดิมซ้ำ ๆ อย่างเสื้อผ้าแห้งช้า มีกลิ่นอับ หรือซักเสร็จแล้วไม่หอมอย่างที่ต้องการ ยิ่งสำหรับคนอยู่คอนโด หอพัก หรือบ้านที่มีพื้นที่ตากผ้าจำกัด ความชื้นสะสมยิ่งกลายเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้แบคทีเรียเติบโตและก่อให้เกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ แต่ปัญหาเหล่านี้สามารถจัดการได้ง่ายๆ ด้วยเทคนิคการซักและดูแลเสื้อผ้าที่ถูกต้อง ช่วยให้ผ้าหอมสะอาด สดชื่น และลดกลิ่นอับได้แม้ในวันที่ฝนตกต่อเนื่อง

1. เริ่มจากทำความสะอาดเครื่องซักผ้า

ถังซักที่สะสมคราบสกปรก เชื้อรา และแบคทีเรีย ก็เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เสื้อผ้ามีกลิ่นอับได้เช่นกันวิธีดูแลเครื่องซักผ้าแบบง่ายๆ คือ เปิดโปรแกรมซักถังเปล่าเดือนละ 1 ครั้ง โดยใช้เบกกิ้งโซดาผสมกับน้ำส้มสายชู หรือเลือกใช้น้ำยาล้างถังซักโดยเฉพาะ วิธีนี้จะช่วยลดคราบตกค้างจากผงซักฟอกและกำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ภายในเครื่องได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2. ใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มให้ถูกวิธี

การใส่น้ำยาปรับผ้านุ่มมากเกินไปไม่ได้ทำให้ผ้าหอมขึ้นเสมอไป ตรงกันข้าม อาจทำให้เกิดคราบสะสมบนเส้นใยผ้าและในเครื่องซักผ้าได้

สำหรับเครื่องซักผ้าอัตโนมัติ ควรใส่น้ำยาปรับผ้านุ่มในช่องที่กำหนดและไม่เกินระดับที่ระบุไว้ ส่วนการซักมือหรือเครื่องกึ่งอัตโนมัติ ควรแช่ผ้าในน้ำสุดท้ายประมาณ 10-15 นาที เพื่อให้สารปรับผ้านุ่มซึมเข้าสู่เนื้อผ้าได้เต็มที่

3. จัดระยะห่างระหว่างเสื้อผ้าขณะตาก

หนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ผ้าแห้งช้าคือการตากผ้าชิดกันมากเกินไป อากาศจึงไม่สามารถไหลเวียนผ่านได้ควรเว้นช่องว่างระหว่างเสื้อผ้าแต่ละชิ้นประมาณ 5-10 เซนติเมตร เพื่อให้อากาศผ่านได้สะดวก หากตากในร่ม ควรเปิดพัดลมหรือเปิดหน้าต่างช่วยระบายอากาศ จะช่วยให้ผ้าแห้งเร็วขึ้นและลดการสะสมของความชื้น

4. อย่าทิ้งผ้าเปียกค้างในเครื่องซักผ้า

หลังซักเสร็จควรนำผ้าออกมาตากทันที เพราะการปล่อยผ้าเปียกทิ้งไว้ในถังซักนานหลายชั่วโมงจะทำให้เกิดกลิ่นอับและเป็นแหล่งสะสมของเชื้อแบคทีเรีย หากจำเป็นต้องออกไปข้างนอก ควรตั้งเวลาให้เครื่องซักผ้าทำงานใกล้ช่วงที่สามารถนำผ้าออกมาตากได้พอดี

5. เลือกน้ำยาซักผ้าที่ช่วยลดกลิ่นอับ

ปัจจุบันมีน้ำยาซักผ้าหลายสูตรที่ออกแบบมาเพื่อกำจัดแบคทีเรียและลดกลิ่นอับโดยเฉพาะ เหมาะสำหรับสภาพอากาศชื้นหรือการตากผ้าในร่ม การเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติช่วยยับยั้งแบคทีเรียจะช่วยให้เสื้อผ้าสดชื่นได้นานขึ้น แม้ไม่ได้ตากแดดจัดก็ตาม

6. ใช้พัดลมหรือเครื่องลดความชื้นช่วยตากผ้า

หากต้องตากผ้าในบ้านเป็นประจำ การใช้พัดลมเป่าตรงบริเวณราวตากผ้าหรือเปิดเครื่องลดความชื้น (Dehumidifier) จะช่วยลดเวลาการแห้งของผ้าได้อย่างมาก ยิ่งผ้าแห้งเร็วเท่าไร โอกาสเกิดกลิ่นอับและเชื้อราก็ยิ่งลดลงเท่านั้น

7. เพิ่มความหอมด้วยตัวช่วยหลังซัก

นอกจากน้ำยาปรับผ้านุ่มแล้ว ยังสามารถเพิ่มความหอมให้เสื้อผ้าได้ด้วยสเปรย์ฉีดผ้า ถุงหอม หรือแผ่นหอมสำหรับตู้เสื้อผ้า โดยควรเลือกกลิ่นอ่อนๆ ที่ให้ความรู้สึกสะอาดและสดชื่น อีกเคล็ดลับหนึ่งคือการเก็บเสื้อผ้าให้แห้งสนิทก่อนเข้าตู้ เพราะแม้จะเหลือความชื้นเพียงเล็กน้อย ก็อาจทำให้เกิดกลิ่นอับสะสมได้ในระยะยาว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แจกทริกหน้าฝน ต้องซักผ้าแบบไหน ให้หอม ไม่เหม็นอับ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...