โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

พลังงานลั่นเผยDSIจ่อเรียก 6 โรงกลั่น แจงข้อหากักตุนน้ำมัน ในสัปดาห์หน้า

ไทยโพสต์

อัพเดต 20 พฤษภาคม 2569 เวลา 23.33 น. • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา

พลังงานเผยดีเอสไอจ่อเรียก 6 โรงกลั่น แจงข้อหากักตุนน้ำมัน คาดพบในสัปดาห์หน้า หากผิดจริงขู่ทั้งจำทั้งปรับ ย้ำห้ามส่งออกเบนซิน - ดีเซล แต่อนุญาตส่งออกน้ำมันเครื่องบินเดือนหน้า หลังปริมาณความต้องการใช้เพิ่ม

20 พ.ค. 2569 - นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน(ธพ.) เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ว่า ดีเอสไอเตรียมออกหมายเรียก 6 โรงกลั่นเข้าพบคาดว่า ภายในสัปดาห์หน้าว่า การเรียกพบครั้งนี้ ไม่ใช่ความผิดฐานกักตุนน้ำมัน แต่เป็นความผิดเกี่ยวกับการกรอกข้อมูลในเอกสารกำกับการขนส่งน้ำมันไม่ครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด โดยเอกสารดังกล่าวถือเป็นข้อมูลสำคัญที่ภาครัฐใช้ตรวจสอบเส้นทางการขนส่งน้ำมัน โดยเฉพาะในกรณีที่พบปัญหาน้ำมันไม่ได้มาตรฐาน หรือมีการปลอมปน ซึ่งที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่จะใช้ข้อมูลจากใบกำกับการขนส่งในการสืบย้อนกลับไปยังต้นทางของปัญหา

สำหรับการกรอกข้อมูล จะให้กรอกทั้ง 8 รายการอยู่แล้ว ไม่ใช่กฎหมายใหม่ และมีการบังคับใช้อย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่มาตรการใหม่แต่อย่างใด เพียงแต่ที่ผ่านมาอาจพบการกรอกข้อมูลไม่ครบในหลายกรณี กระทั่งเมื่อมีการบูรณาการข้อมูลร่วมกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงทำให้เห็นว่า เอกสารเหล่านี้สามารถใช้เป็นจุดตั้งต้นในการขยายผลสืบสวนไปยังประเด็นอื่นได้

“เมื่อพบว่ามีการกระทำผิด ภาครัฐก็จำเป็นต้องดำเนินการตามกฎหมาย เพราะเป็นกติกาที่กำหนดไว้อยู่แล้ว สำหรับบทลงโทษนั้น หากเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 10 มีโทษปรับไม่เกิน 100,000 บาท จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนความผิดตามมาตรา 7 มีโทษหนักขึ้น คือปรับไม่เกิน 200,000 บาท และจำคุกไม่เกิน 2 ปี”นายสราวุธ กล่าว

ขณะเดียวกันกระทรวงพลังงานอยู่ระหว่างพิจารณาแนวทางอนุญาตส่งออกน้ำมันอากาศยาน (เจท เอ 1 ) เพื่อบริหารปริมาณน้ำมันส่วนเกินในประเทศ โดยจะพิจารณาจากปริมาณสำรองขั้นต่ำที่เพียงพอต่อการใช้ภายในประเทศก่อน หากมีปริมาณเกินกว่าระดับที่กำหนด จึงจะสามารถพิจารณาส่งออกได้

"เบื้องต้นประเทศที่มีความต้องการนำเข้าน้ำมันเครื่องบินจากไทย ได้แก่ สปป.ลาว เมียนมา เวียดนาม และฟิลิปปินส์ ซึ่งบางประเทศได้มีหนังสือแสดงความสนใจมายังไทยอย่างเป็นทางการแล้ว คาดว่า ภายในเดือนหน้าอาจเริ่มส่งออกน้ำมันเครื่องบินได้"นายสราวุธ กล่าว

โดยปัจจุบันประเทศมีความต้องใช้ดีเซล และน้ำมันอากาศยาน (เจท เอ 1) อยู่ที่ 70 ล้านลิตรต่อวัน ขณะที่ประเทศต้องมีปริมาณสำรองน้ำมันรวม 300 ล้านลิตร หรือประมาณ 17-20 วัน ถึงจะปลอดภัย เพราะฉะนั้นกำลังผลิตน้ำมันเจท เอ 1 มีส่วนที่เกินจากปริมาณสำรอง จะอนุญาตให้ส่งออกได้ เช่น เดิมมีการส่งออกลาว เมียนมา และล่าสุด เวียดนาม กับฟิลิปปินส์ ได้ทำหนังสือมาขอซื้อก็พิจารณาในส่วนนี้เพิ่มเติมด้วย

“หากสามารถระบายน้ำมันเครื่องบิน ออกสู่ตลาดต่างประเทศได้ ก็จะช่วยชะลอปัญหาน้ำมันดีเซลล้นระบบ และทำให้โรงกลั่นสามารถเดินเครื่องผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นในระยะต่อไป ซึ่งยืนยันว่า หากมีการเริ่มส่งออกน้ำมัน จะเป็นน้ำมันเครื่องบินที่ผลิตเหลือเท่านั้น ยังไม่มีนโยบายส่งออกน้ำมันดีเซล และกลุ่มเบนซิน แก๊สโซฮอล์ เนื่องจากมีความต้องการใช้เพิ่มเติมแล้ว จากที่ผ่านมาเริ่มใช้ลดลง”นายสราวุธ กล่าว.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...