'พูนศักดิ์' ชำแหละงบสิ่งแวดล้อมปี 70 ซัดตัดงบน้ำ 3 พันล้าน แต่อัดงบอาคาร 23%
นายพูนศักดิ์ จันทร์จำปี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 โดยเน้นย้ำว่าปัญหาสิ่งแวดล้อมไม่ใช่เรื่องของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพและความปลอดภัยของประชาชนทุกคน
จากการตรวจสอบภาพรวมพบว่า รัฐบาลจัดสรรงบประมาณด้านสิ่งแวดล้อมเพียง 36,000 ล้านบาท หรือคิดเป็น 0.95% ของงบประมาณทั้งหมด เมื่อเทียบกับมาตรฐานสากล พบว่าสัดส่วนนี้น้อยกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มประเทศ OECD ถึง 4 เท่า นอกจากนี้ งบประมาณภาพรวมของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมยังถูกตัดลดลงราว 5% หรือประมาณ 2,000 ล้านบาท ท่ามกลางวิกฤตโลกร้อนที่รุนแรงขึ้น
ตัดงบ "น้ำ-มลพิษ" สวนทางวิกฤตภัยแล้ง
นายพูนศักดิ์ ระบุว่า รัฐบาลเลือกตัดงบประมาณในส่วนงานที่เป็นแกนหลักในการป้องกันวิกฤต โดยกรมทรัพยากรน้ำบาดาล งบประมาณหายไปถึง 34% ประมาณ 1,300 ล้านบาท ส่งผลให้จุดติดตั้งน้ำบาดาลหายไปกว่า 1,600 จุด ทั้งที่ปีหน้าไทยจะเผชิญกับสภาวะ "ซูเปอร์เอลนีโญ" และภัยแล้งที่ยาวนาน ,กรมทรัพยากรน้ำ งบประมาณลดลง 21% หรือเกือบ 2,000 ล้านบาท โดยเฉพาะงบฟื้นฟูแหล่งน้ำและพื้นที่ชุ่มน้ำ
ค่าโง่คลองด่าน-พิพิธภัณฑ์ เบียดบังงบ
ทั้งนี้สิ่งที่น่ากังวลคือ งบประมาณที่เพิ่มขึ้นกลับไม่ได้ถูกใช้เพื่อแก้ปัญหามลพิษโดยตรง โดยพบว่างบคดีคลองด่านกรมควบคุมมลพิษได้งบเพิ่มกว่า 3,000 ล้านบาท เพื่อนำไปจ่ายค่าเสียหายจากคดีทุจริตคลองด่านซึ่งเป็นการจ่ายเงินแลกกับอาคารร้างที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์
ขณะที่ งบก่อสร้างพิพิธภัณฑ์ไม้มีค่า สำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรฯ ได้รับงบเพิ่ม 440 ล้านบาท สำหรับโครงการที่มีมูลค่ารวมเกือบ 1 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้งบประมาณลงทุนของกระทรวงทรัพยากรฯ กว่า 23% ถูกใช้ไปกับการก่อสร้างอาคารและตึกใหม่ ทั้งที่ประชาชนต้องการน้ำสะอาดและการจัดการขยะที่เร่งด่วนกว่า
แนะ 3 เสาหลักดัน "เศรษฐกิจสีเขียว"
อย่างไรก็ดีเพื่อให้การใช้เงินภาษีมีประสิทธิภาพนายพูนศักดิ์เสนอให้รัฐบาลปรับปรุงงบประมาณตาม 3 เสาหลัก
1. ลดมลพิษและปกป้องสุขภาพ เร่งงบจัดการฝุ่น PM 2.5 และระบบบำบัดน้ำเสียที่ประชาชนเข้าถึงได้เพียง 16% รวมถึงจัดการบ่อขยะเทกองกว่า 2,000 แห่งทั่วประเทศ
2. ความมั่นคงทางน้ำลงทุนในระบบกระจายน้ำที่มีประสิทธิภาพและฟื้นฟูพื้นที่ชุ่มน้ำให้เป็น "ฟองน้ำ" รับน้ำแทนการเน้นขุดลอกคลองแบบเดิม
3. เศรษฐกิจสีเขียว (Net Zero) ผลักดันกฎหมาย EPR ให้ผู้ผลิตรับผิดชอบผลิตภัณฑ์ และสนับสนุนอุตสาหกรรมลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อป้องกันการถูกกีดกันทางการค้าในอนาคต
"งบประมาณด้านสิ่งแวดล้อมไม่ใช่รายจ่าย แต่คือการลงทุนเพื่ออนาคตและความสามารถในการแข่งขันของประเทศ" นายพูนศักดิ์กล่าวทิ้งท้าย