โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อธิบดีอัยการปราบโกง ภาค 5 ส่งทนายความแจ้งความกับอดีตอธิบดีอัยการคนเก่า เสนอสินบนและแอบอ้างชื่อนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่เพื่อแทรกแซงคดีทุจริต

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

อธิบดีอัยการปราบโกง ภาค 5 ส่งทนายความแจ้งความกับอดีตอธิบดีอัยการคนเก่า เสนอสินบนและแอบอ้างชื่อนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่เพื่อแทรกแซงคดีทุจริต

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 8 มิ.ย. ที่กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) นายอภิวัฒน์ ขันทอง ทนายความและอดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้รับมอบอำนาจจาก นายเนธิภัททิก์ เสฏฐิตานันท์ อธิบดีอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต ภาค 5 เข้าพบพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปปป. เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับอดีตอธิบดีอัยการรายหนึ่ง ในความผิดฐานเสนอสินบนและแอบอ้างชื่อนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่เพื่อแทรกแซงคดีทุจริต

สืบเนื่องจากกรณีเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 67 ตำรวจ บก.ปปป. ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) นำกำลังจับกุม ผอ.กองช่าง เทศบาลแห่งหนึ่ง พร้อมพวกรวม 3 คน ในปฏิบัติการ "รุมกินโต๊ะ" หลังพฤติการณ์เรียกรับเงินค่าใบอนุญาตก่อสร้างและต่อเติมร้านอาหารในพื้นที่ ต.สันผีเสื้อ อ.เมือง เชียงใหม่ ต่อมา คดีดังกล่าวถูกส่งสำนวนฟ้องไปยังผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เมื่อช่วงปลายปี 2568

นายอภิวัฒน์ เปิดเผยว่า พฤติการณ์ของอดีตอธิบดีอัยการรายนี้ คือการเสนอเงิน 400,000 บาท ให้กับนายเนธิภัททิก์ อธิบดีอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต ภาค 5 เพื่อแลกกับการสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาบางรายในคดีดังกล่าว แต่นายเนธิภัททิก์ ได้ปฏิเสธรับเงินและยืนยันสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้งหมดตามกระบวนการยุติธรรม

ทั้งนี้ หลังทราบว่าจะมีการสั่งฟ้อง อดีตอธิบดีอัยการรายนี้ โทรศัพท์มาอ้างว่า "เคลียร์คดีเรียบร้อยแล้ว" ทั้งกับ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. หรือ "บิ๊กเต่า" และ พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รอง ผบช.ภ.5 (ผู้การแป๊ะ) โดยอ้างว่าจะดึงสำนวนกลับมาสั่งไม่ฟ้องและตำรวจจะไม่ทำความเห็นแย้ง จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงยืนยันว่า ไม่มีการตกลงหรือเคลียร์คดีตามที่กล่าวอ้างแต่อย่างใด การกระทำดังกล่าวเป็นการแอบอ้างชื่อนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ทั้งสองท่านเพื่อสร้างความเสียหายอย่างร้ายแรง

สำหรับการเดินทางมายื่นเอกสารเพิ่มเติมในวันนี้ นายอภิวัฒน์ ระบุว่า เป็นการนำพยานหลักฐานความเชื่อมโยงระหว่างกลุ่มบุคคลผู้กระทำความผิดกับอดีตอธิบดีอัยการรายดังกล่าว เนื่องจากก่อนหน้านี้กลุ่มผู้ต้องหาและบุคคลภายนอกที่เข้ามาติดต่อได้ให้การปฏิเสธว่า ไม่รู้จักกับอดีตอธิบดีอัยการคนดังกล่าว แต่จากการสืบสวนพบความเชื่อมโยงในการทำธุรกิจร่วมกัน รวมถึงมีการไปร่วมแสดงความยินดีในวาระต่าง ๆ จึงได้รวบรวมหลักฐานมามอบให้พนักงานสอบสวนประกอบสำนวนคดี

"รายละเอียดที่มีการมอบเงินนั้น ตนไม่ทราบแน่ชัด ทราบเพียงว่ามีการติดต่อเข้ามาพูดคุยกันภายในสำนักงานของท่านอธิบดีอัยการคนปัจจุบัน ซึ่งท่านอธิบดีฯ ได้มีการบันทึกวิดีโอเหตุการณ์ขณะพูดคุยไว้ทั้งหมด ถือเป็นหลักฐานสำคัญ โดยเงิน 400,000 บาท เป็นของฝ่ายกลุ่มผู้ต้องหาที่ส่งต่อผ่านบุคคลภายนอกที่มีความสนิทสนมกับอดีตอธิบดีอัยการรายนี้ ก่อนที่จะนำเงินมาเสนอให้ท่านอธิบดีฯ" นายอภิวัฒน์ กล่าว

นายอภิวัฒน์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ในส่วนของข้อกล่าวหา เบื้องต้นเข้าข่ายความผิดฐานติดสินบนเจ้าพนักงาน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 และมาตรา 157 รวมถึงข้อหาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยขอฝากเตือนไปยังประชาชนว่า หากมีกรณีที่มีบุคคลมาแอบอ้างชื่อผู้ใหญ่ในลักษณะนี้ ขอให้ตรวจสอบหรือเข้าพบผู้ใหญ่ในหน่วยงานนั้น ๆ โดยตรง เพื่อให้ทราบข้อเท็จจริง เนื่องจากปัจจุบันมักมีขบวนการแอบอ้างวิ่งเต้นคดีอยู่บ่อยครั้ง ส่วนรายละเอียดความสัมพันธ์เชิงลึกระหว่างบุคคลเหล่านั้น ทางพนักงานสอบสวนจะดำเนินการสอบสวนขยายผลต่อไป

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...