โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“จีน” ทุ่ม 2 ล้านล้านหยวน สร้างดาต้าเซ็นเตอร์ทั่วประเทศ ดัน AI แข่งสหรัฐ-ลดพึ่งพา Nvidia

การเงินธนาคาร

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

"จีน" ทุ่ม 2 ล้านล้านหยวนในช่วง 5 ปีข้างหน้า สร้างดาต้าเซ็นเตอร์ระดับชาติและศูนย์ประมวลผล AI เชื่อมโยงทั่วประเทศ ดัน AI แข่งสหรัฐ-ลดพึ่งพา Nvidia

วันที่ 9 มิถุนายน 2569 เวลา 15.13 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่าจีนกำลังเตรียมทุ่มงบประมาณราว 2 ล้านล้านหยวน หรือประมาณ 295,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในช่วง 5 ปีข้างหน้า เพื่อสร้างเครือข่ายศูนย์ข้อมูล (Data Center) ทั่วประเทศ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในโครงการโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ใหญ่ที่สุดของจีน และสะท้อนความมุ่งมั่นของรัฐบาลปักกิ่งในการผลักดันอุตสาหกรรม AI ภายในประเทศให้ก้าวขึ้นเป็นผู้นำระดับโลกและแข่งขันกับสหรัฐได้อย่างเต็มรูปแบบ

แหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องเปิดเผยว่า หน่วยงานสำคัญของรัฐบาลจีน รวมถึงคณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติ (NDRC) กำลังจัดทำแผนแม่บทสำหรับการสร้างเครือข่ายศูนย์ประมวลผลที่เชื่อมโยงถึงกันทั่วประเทศ โดยบริษัทโทรคมนาคมของรัฐ เช่น China Mobile และ China Telecom จะเป็นผู้ดำเนินการศูนย์ข้อมูลส่วนใหญ่และรับผิดชอบการเชื่อมโยงเครือข่ายเข้าด้วยกัน

เป้าหมายสำคัญของโครงการคือการพึ่งพาเทคโนโลยีภายในประเทศให้มากที่สุด โดยจีนตั้งเป้าให้เทคโนโลยีที่ใช้ในโครงการอย่างน้อย 80% มาจากผู้ผลิตภายในประเทศ เช่น Huawei Technologies รวมถึงชิป AI ที่ผลิตในประเทศ ซึ่งจะช่วยลดบทบาทของผู้ผลิตชิปสหรัฐอย่าง NVIDIA และ Advanced Micro Devices ในตลาดจีน

โครงการดังกล่าวถือเป็นความพยายามครั้งใหญ่ที่สุดของรัฐบาลปักกิ่งในการวางรากฐานสำหรับการพัฒนา AI ในอนาคต และมีลักษณะคล้ายกับยุทธศาสตร์ในอดีตที่จีนระดมทรัพยากรเพื่อสนับสนุนบริษัทเทคโนโลยีแห่งชาติอย่าง Huawei เพื่อลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากสหรัฐ นอกจากนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ "Six Networks" ที่รัฐบาลประกาศเมื่อต้นปี ซึ่งครอบคลุมการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานสำคัญตั้งแต่ระบบน้ำ ระบบไฟฟ้า ไปจนถึงระบบคอมพิวเตอร์และเครือข่ายข้อมูล

แม้แผนดังกล่าวยังอยู่ในช่วงหารือเบื้องต้นและอาจมีการปรับเปลี่ยนรายละเอียดได้ แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจของรัฐบาลจีนที่จะผลักดันเทคโนโลยีขั้นสูงต่อไป แม้ว่าการใช้จ่ายในภาคส่วนอื่นจะเริ่มได้รับแรงกดดันจากปัญหาหนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้นก็ตาม

แหล่งเงินทุนหลักของโครงการจะมาจากการออกพันธบัตรรัฐบาล โดยเฉพาะพันธบัตรพิเศษระยะยาวพิเศษ (Ultra-Long Special Government Bonds) ที่มีอายุมากกว่า 10 ปี รวมถึงกองทุนของรัฐที่สนับสนุนอุตสาหกรรมเชิงยุทธศาสตร์ ขณะที่สินเชื่อจากธนาคารและเงินลงทุนจากภาคเอกชนจะเข้ามาช่วยเสริมการระดมทุนเพิ่มเติม

Charlie Dai นักวิเคราะห์หลักจาก Forrester Research มองว่า การสร้างเครือข่ายประมวลผลระดับชาติจะช่วยรวบรวมทรัพยากรด้านคอมพิวเตอร์ที่กระจัดกระจายอยู่ในแต่ละภูมิภาคให้สามารถใช้งานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้ภาคธุรกิจสามารถเข้าถึงกำลังประมวลผลประสิทธิภาพสูงได้ง่ายขึ้น อีกทั้งยังช่วยเร่งการพัฒนาโมเดล AI รวมถึงการขยายตัวของ AI Agent และ Physical AI ไปสู่ภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ

แนวคิดการสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์ระดับประเทศนี้ถูกบรรจุอยู่ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับล่าสุดของจีน ซึ่งครอบคลุมช่วงเวลาถึงปี 2573 โดยรัฐบาลให้คำมั่นว่าจะเร่งลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูล (Data Infrastructure) อย่างจริงจัง

แม้เม็ดเงินลงทุน 2 ล้านล้านหยวนจะถือเป็นตัวเลขมหาศาล แต่ยังน้อยกว่างบลงทุนด้าน AI ของภาคเอกชนสหรัฐฯ อย่างมาก โดยบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ เช่น Meta Platforms และ Microsoft มีแผนใช้งบรวมกันราว 725,000 ล้านดอลลาร์ในปีนี้เพียงปีเดียว อย่างไรก็ตาม ต้นทุนการก่อสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ในจีนมักต่ำกว่าสหรัฐฯ เนื่องจากค่าแรง วัสดุ และแรงสนับสนุนจากรัฐบาลท้องถิ่นที่ต่ำกว่า

นอกจากนี้ ตัวเลข 2 ล้านล้านหยวนยังไม่รวมการลงทุนจากบริษัทเอกชนรายใหญ่ของจีน เช่น Alibaba Group และ Tencent Holdings ซึ่งต่างก็มีโครงการดาต้าเซ็นเตอร์และโครงสร้างพื้นฐาน AI ของตนเองอยู่แล้ว

เป้าหมายระยะยาวของรัฐบาลคือการเชื่อมโยงศูนย์ข้อมูลที่กระจายอยู่ทั่วประเทศให้กลายเป็นเครือข่ายเดียวภายในปี 2571 ซึ่งจะช่วยเร่งการนำ AI ไปใช้ในภาครัฐและภาคเศรษฐกิจต่าง ๆ เช่น สาธารณสุข การคมนาคม และการบริหารจัดการเมืองอัจฉริยะ

นอกจากการลงทุนในศูนย์ข้อมูลและโครงข่ายสื่อสารความเร็วสูงแล้ว จีนยังมีแผนเชื่อมโยงโครงข่ายไฟฟ้าเข้ากับโครงการดังกล่าวด้วย ส่งผลให้มูลค่าการลงทุนรวมอาจพุ่งสูงถึง 5 ล้านล้านหยวนในอนาคต

หากโครงการเดินหน้าได้ตามแผน บริษัทเทคโนโลยีจีนจะเป็นผู้ได้รับประโยชน์สูงสุด โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่จีนเร่งสร้างระบบนิเวศ AI ของตนเอง แม้ว่าสหรัฐฯจะผ่อนคลายข้อจำกัดบางส่วนและอนุญาตให้ Nvidia กลับมาจำหน่ายชิป AI รุ่น H200 ให้ลูกค้าจีนได้ก็ตาม

อย่างไรก็ตาม การส่งมอบชิปดังกล่าวยังไม่เริ่มต้นอย่างเป็นรูปธรรม สะท้อนว่าจีนมีความมั่นใจมากขึ้นเรื่อย ๆ ในการใช้ฮาร์ดแวร์ที่พัฒนาขึ้นภายในประเทศทดแทนเทคโนโลยีจากต่างชาติ

ล่าสุดในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ชิป AI ที่พัฒนาในประเทศจีน 9 รุ่น จากบริษัทต่าง ๆ เช่น Huawei, Alibaba, Shanghai Biren Technology และ Moore Threads Technology ได้ผ่านการรับรองด้านความปลอดภัยจากหน่วยงานกำกับดูแลของจีน เปิดทางให้สามารถนำไปใช้งานในอุตสาหกรรมที่มีความอ่อนไหวด้านข้อมูลและความมั่นคงได้มากขึ้น

นักวิเคราะห์มองว่า โครงการนี้จะช่วยให้ธุรกิจในภาคการเงิน การผลิต สาธารณสุข และโลจิสติกส์ สามารถเข้าถึงกำลังประมวลผล AI ที่มีต้นทุนต่ำลงและยืดหยุ่นมากขึ้น ขณะเดียวกันยังช่วยดึงดูดการลงทุนและบุคลากรด้านดิจิทัลเข้าสู่มณฑลในพื้นที่ตอนในของประเทศ

"ผู้เล่นทุกฝ่ายในระบบนิเวศ AI ของจีนจะได้รับประโยชน์จากโครงการนี้" Charlie Dai กล่าว พร้อมชี้ว่าการยกระดับเครือข่ายคอมพิวเตอร์ขึ้นเป็นยุทธศาสตร์ระดับชาติจะช่วยให้รัฐบาลสามารถระดมทุน กำหนดนโยบาย และขับเคลื่อนการพัฒนา AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นในระยะยาว

อ้างอิง : bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจจีน ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...