รบอิหร่านต่อแต่ปรับแผนลดผลกระทบ (4)
อิหร่านยังยันไม่ยอมแพ้ ไม่ยอมเสียเปรียบในเงื่อนไขหยุดยิง ต้องมีหลักประกันว่าอิหร่านกับฮิซบอลเลาะห์จะต้องไม่โดนโจมตีอีก และต้องยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทั้งหมด
อิหร่านเป็นปัจจัยหลักที่มีผลต่อการหยุดยิงจนถึงสันติภาพถาวร เป้าหมายกับจุดยืนอิหร่านจึงคาดการณ์อนาคตได้เป็นอย่างดี
สิทธิอันชอบธรรมได้รับการปกป้อง:
ปลายเดือนพฤษภาคม 2026 Masoud Pezeshkian ประธานาธิบดีอิหร่านย้ำอีกครั้งว่า เป้าหมายการเจรจาคือสิทธิอันชอบธรรมของอิหร่านต้องได้รับการปกป้อง
ภาพ: รบอิหร่านต่อแต่ปรับแผนลดผลกระทบ (4)
เครดิตภาพ: ปัญญาประดิษฐ์
วิเคราะห์: รัฐบาลอิหร่านยึดกฎบัตรสหประชาชาติ หลักกฎหมายระหว่างประเทศในฐานะรัฐอธิปไตยมีสิทธิความชอบธรรมใด เช่น เป็นเอกราชไม่เป็นเมืองขึ้น มีบูรณภาพแห่งดินแดน เสรีภาพในการเลือกระบอบการปกครอง เลือกเส้นทางอนาคตของตนเอง มีสิทธิพัฒนานิวเคลียร์เพื่อใช้ในทางสันติ กองทัพมีศักยภาพป้องกันตัวเอง สามารถติดต่อค้าขายกับนานาชาติ เหล่านี้เป็นสิทธิอันชอบธรรมที่อิหร่านควรได้อยู่แล้ว
เป็นการย้ำว่าอิหร่านกำลังทำสิ่งที่ถูกต้องสมควร นานาชาติยอมรับ และเท่ากับกำลังชี้ว่าสหรัฐกับอิสราเอลนั้นไม่ชอบธรรม
ตั้งแต่ต้น ประธานาธิบดี Masoud Pezeshkian กล่าวว่า อิหร่านจะไม่ยอมแพ้โดยไร้เงื่อนไข ตรงข้ามกับที่สหรัฐต้องการให้อิหร่านยอมแพ้โดยไร้เงื่อนไข
Fawaz Gerges จาก London School of Economics ชี้ว่าอิหร่านมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็น “สงครามเต็มรูปแบบ” ดังนั้นจะสู้สุดฤทธิ์เพื่อความอยู่รอด Alex Vatanka จาก Middle East Institute อธิบายว่าพวกเขาสู้เพื่อเอาชีวิตรอด ดังนั้นจึงไม่มีคำว่ายอมแพ้
เรย์ ดาลิโอ ประเมินว่าสงครามนี้อิหร่านจะสู้ไม่ถอย ไม่ว่าจะเพื่อปกป้อง เพื่อแก้แค้น หรืออื่นใด คนอิหร่านยอมตายไม่ยอมแพ้ ในขณะที่คนอเมริกันคิดถึงเรื่องน้ำมันแพง ค่าครองชีพ ส่วนนักการเมืองสนใจเรื่องเลือกตั้งกลางเทอม
อิหร่านรบแบบตั้งรับ:
การปะทะโดยตรงระหว่างฝ่ายสหรัฐกับอิหร่าน มีข้อสังเกตอย่างหนึ่งว่าอิหร่านสู้แบบตั้งรับ จะโจมตีโต้กลับพอประมาณ มักใช้กำลังที่น้อยกว่า และหยุดรวดเร็วไม่ยืดเยื้อ ต่างจากสหรัฐกับอิสราเอลที่โจมตีเป็นระยะและยาวนานกว่า โหมใช้อาวุธจำนวนมาก
อาจตีความว่ากองทัพอิหร่านต้องการลดความสูญเสีย ไม่ต้องการให้เหตุการณ์บานปลาย หวังรักษาอาวุธที่มีอยู่ให้ยาวนานที่สุด ต้องการชี้ว่ารบเพื่อป้องกันประเทศไม่ใช่รุกรานใคร และทำสงครามไฮบริดใช้ช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) เป็นเครื่องมือ
อิหร่านสูญเสียมากแต่พาสหรัฐติดหล่ม:
ควรตีความว่าอิหร่านเสียหายหนักจากสงคราม ฐานปล่อยขีปนาวุธโดนทำลาย ระบบป้องกันภัยทางอากาศกับกองทัพเรือเสียหายหนัก ผู้นำจิตวิญญาณกับเจ้าหน้าที่อาวุโสหลายคนเสียชีวิต เศรษฐกิจที่อ่อนแออยู่แล้วต้องอ่อนแลลงอีกจากภัยสงคราม
แม้อิหร่านโต้กลับโจมตีเป้าหมายทางทหารสหรัฐในตะวันออกกลาง โจมตีอิสราเอล บางข้อมูลชี้ว่าเสียหายหนัก แต่ในทางสงครามอิหร่านยากจะชนะด้วยการป้องกันตัวเอง (แม้สหรัฐเสียงบประมาณมหาศาล นานาชาติต่อต้าน รัฐบาลทรัมป์เสียความนิยม ซ้ำเติมปัญหาเศรษฐกิจอเมริกา) ต่างจากสหรัฐที่เป็นฝ่ายรุก แต่ก็มีข้อจำกัดเรื่องการรบทางภาคพื้นดิน จำนวนขีปนาวุธกับระเบิดนำวิถีร่อยหรอ
ถึงกระนั้น รัฐบาลอิหร่านยังยันไม่ยอมแพ้ ดูได้จากไม่ยอมเสียเปรียบในเงื่อนไขหยุดยิง การโจมตีจากสหรัฐกับอิสราเอลยังไม่สามารถทำลายเจตจำนงทางการเมืองกับกองทัพที่จะปกป้องประเทศ ต่างจากกรณีเวเนซุเอลาที่ยอมจำนนต่อสหรัฐอย่างรวดเร็ว
สงครามอิหร่านรอบนี้จึงส่อว่าจะยืดเยื้อ
เมษายน 2026 อิหร่านยื่นเงื่อนไขสงบศึก 10 ข้อ หัวใจสำคัญคือต้องมีหลักประกันว่าอิหร่านกับฮิซบอลเลาะห์จะต้องไม่โดนโจมตีอีก และต้องยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทั้งหมด
อิหร่านจะเปิดช่องแคบฮอร์มุซ และเก็บผ่านทางเป็นค่าใช้จ่ายบูรณะประเทศ ไม่ต้องการแค่หยุดยิง ที่ต้องการคือยุติสงครามอย่างถาวร
Abbas Araghchi รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านกล่าวชัดว่า อิหร่านจะสงบศึกตามเงื่อนไขของตน ไม่ใช่ของสหรัฐ ณ ตอนนี้คือต่อต้านการรุกรานต่อไป
เมื่อวิเคราะห์จุดยืนกับเงื่อนไขของอิหร่านร่วมกับสหรัฐ พบว่าเป็นปมเงื่อนตาย
อิหร่านสูญเสียมากแต่พาสหรัฐติดหล่ม ท้าทายความเป็นอภิมหาอำนาจโลก
นักวิเคราะห์หลายคนพูดตรงกันว่าสหรัฐไม่อาจเอาชนะด้วยกำลังทหาร แรงกดดันจากปัจจัยภายในสหรัฐและจากนานาชาติ โดยเฉพาะประเทศในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียที่เสียหายหนักจากสงครามที่ไม่ได้ก่อ เหล่านี้กลายเป็นความได้เปรียบของอิหร่าน
ศึกชิงการควบคุมฮอร์มุซ:
ปลายเดือนมิถุนายน 2026 หลังลงนาม MOU หยุดยิงชั่วคราว ไม่กี่วันสหรัฐกับอิหร่านปะทะกันอีก ต้นเหตุจากเรือติดธงสัญชาติสิงคโปร์ลำหนึ่งไม่แล่นผ่านช่องแคบตามที่อิหร่านกำหนด จึงโจมเรือลำดังกล่าวและสหรัฐตอบโต้ด้วยการทำลายฐานขีปนาวุธ โดรน อิหร่านโต้กลับโจมตีฐานทัพสหรัฐในบาห์เรนกับคูเวต เรือลำเดียวจึงจุดประเด็น
อิหร่านให้เหตุผลว่าเรือสิงคโปร์ไม่ทำตามข้อตกลงที่ต้องใช้เส้นทางอิหร่านเท่านั้น อิหร่านยังเป็นผู้ควบคุมการเดินเรือตรงจุดนี้ เรือที่จะแล่นผ่านต้องได้รับอนุญาตจากอิหร่านก่อน แต่สหรัฐชี้ว่าข้อตกลงคือให้เรือผ่านโดยเสรี ประเด็นจึงอยู่ที่ว่าใครผิด Nicole Grajewski จาก Center for International Studies (in Paris) ให้ความเห็นว่าเกิดจากการตีความ ต่างตีความที่ตนได้ประโยชน์
วิเคราะห์: คำถามตามมาคือ แล้วจะตัดสินอย่างไร ถ้าตีข้อความ MOU ต่างกัน มี 2 ทางเลือก ถ้าคุยกันรู้เรื่องจะหยุดยิงต่อไป แต่ถ้าคุยกันไม่รู้เรื่องจะยิงต่ออีกกี่วัน และ MOU จะล้มหรือไม่
คำถามที่ไกลกว่านั้นคือ ท้ายที่สุดข้อตกลงสันติภาพจะกำหนดเรื่องนี้อย่างไร อิหร่านควบคุมเรือที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซหรือไม่ (ซึ่งอิหร่านต้องการเช่นนั้น จะไม่ถอยจากจุดยืนนี้) หรือสหรัฐจะทำให้กลายเป็นผู้คุมเส้นทางเดินเรือเสรีตามที่ทรัมป์ต้องการ (หรือในแบบอื่นๆ ที่รัฐบาลสหรัฐควบคุม)
อิหร่านหวังเก็บค่าผ่านทางแต่รัฐบาลทรัมป์ไม่ยอม อิหร่านอ้างอธิปไตยแต่สหรัฐต้องการให้เปิดเสรี
ทรัมป์เตือนว่าอาจถึงจุดหนึ่งที่จะไม่ใช่เหตุผล จะใช้กำลังทหารแทน
ถ้ายังจำได้ เมื่อต้นเดือนพฤษภาคม 2026 ทรัมป์ประกาศ Project Freedom คุ้มกันเรือเข้าออกฮอร์มุซ อ้างเหตุผลเป็นปฏิบัติการเพื่อมนุษยธรรมช่วยเหลือเรือนานาชาติ ด้านอิหร่านตอบโต้ทันที เรือรบสหรัฐสกัดขีปนาวุธกับโดรนอิหร่านที่ยิงใส่เรือลำเลียงสินค้าที่สหรัฐคุ้มกัน
ทางการอิหร่านอธิบายในเวลาต่อมาว่าเรื่องเรือสิงคโปร์ สหรัฐเป็นฝ่ายผิด เพราะข้อ 5 ของ MoU ระบุว่าเรือทุกลำที่จะแล่นผ่านต้องได้รับการอนุญาตจากอิหร่านก่อน อิหร่านเป็นผู้บริหารจัดการเข้าออก ดังนั้นเรือที่ไม่แล่นตามเส้นทางที่อิหร่านกำหนดจึงผิดจากข้อตกลง
ต่อมาเมื่อสหรัฐโจมตีอิหร่านจึงโดนโต้กลับโดยโจมตีฐานทัพสหรัฐในบาห์เรนกับคูเวต
สถานการณ์ขณะนี้ไม่ใช่ประเด็นใหม่ ตอนนี้คือกำลังช่วงชิงแม้อยู่ในช่วงหยุดยิงก็ตาม เพื่อชี้ว่าอนาคตใครจะเป็นผู้ควบคุมช่องแคบฮอร์มุซนั่นเอง
รวมความแล้ว อิหร่านกำลังรบเพื่ออยู่รอด เป็นไทไม่ตกเป็นทาสใคร หากรัฐบาลสหรัฐไม่ยอมรับเรื่องนี้สงครามจะอีกยาวไกล อาจตีความว่าตั้งแต่ปฏิวัติอิหร่าน 1979 แล้ว
ตั้งแต่ต้นสงครามประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวว่า “วัตถุประสงค์คือปกป้องชาวอเมริกันด้วยการกำจัดภัยคุกคามจวนตัว (imminent threats) จากระบอบอิหร่าน กลุ่มคนที่ร้ายกาจมาก” อิหร่านเป็นภัยคุกคามสหรัฐมาแล้ว 47 ปี (หรือนับจากการปฏิวัติอิหร่าน 1979) ขัดแย้งหนักหลายครั้ง
ท้ายที่สุดสงครามอาจยุติ แต่ความขัดแย้งยังอยู่และพร้อมที่จะปะทุอีกครั้ง สภาพเช่นนี้ควรเรียกว่าสันติภาพหรือไม่.