โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

หน้าร้อนไตทำงานหนัก! หมอแนะ 8 อาหารบ้านๆ "กวาดพิษในไต" ล้างพังผืด-ลดตัวบวมน้ำ

sanook.com

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Sanook
รีบหามากินด่วน! แนะ 8 ของดีราคาถูก ช่วยขับกรดเยียวยาไต พร้อมเตือนพฤติกรรมหน้าร้อน ที่ทำไตพังไม่รู้ตัว

8 อาหารรับหน้าร้อนช่วย "กวาดล้างสารพิษ" ในไต: ของหาง่าย ราคาถูก แต่ประโยชน์ล้นตัว!

ในช่วงฤดูร้อนที่อุณหภูมิพุ่งสูง ระบบขับถ่ายของเสียและไตต้องทำงานหนักเป็นพิเศษเพื่อปรับสมดุลอุณหภูมิในร่างกาย ประกอบกับพฤติกรรมการกินตามใจปากและการสูญเสียน้ำอย่างรวดเร็วผ่านเหงื่อ อาจทำให้ไตทำงานเกินกำลัง (Overload) จนนำมาสู่ภาวะกวนใจ เช่น ปัสสาวะกะปริดกะปรอย ปัสสาวะแสบขัด หรือมีอาการบวมน้ำตามมือและเท้า

นพ. เฉินเยี่ยนเฉิง แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคไต (ไต้หวัน) ระบุว่า สำหรับผู้ที่มีอาการบวมน้ำเล็กน้อยจากการนั่งหรือยืนผิดท่า หรือเริ่มมีสัญญาณฟังก์ชันไตลดลงในระยะแรก การเลือกรับประทานอาหารที่มีคุณสมบัติเป็น "สารขับปัสสาวะตามธรรมชาติ" คือทางเลือกชั้นยอดที่จะช่วยให้ไต "กวาดล้างเศษซากของเสีย" และลดอาการบวมน้ำได้อย่างรวดเร็ว

โดย นพ. เฉิน ได้แบ่งอาหารคุ้นเคยราคาประหยัดทั้ง 8 ชนิด ออกเป็น 3 กลุ่มตามกลไกการทำงานเพื่อบำรุงไตดังนี้:

กลุ่มที่ 1: เพิ่มประสิทธิภาพการกรองและปกป้องหน่วยไต (Glomerulus)

1. ฟักเขียว

ฟักเขียวประกอบด้วยน้ำมากกว่า 95% ช่วยเจือจางสารพิษที่ตกค้างในไตได้อย่างรวดเร็ว ในยามที่ไตเริ่มขับของเสียได้ยาก สารสำคัญในฟักเขียวจะช่วยกระตุ้นกลไกการกรองของหน่วยไต เร่งกระบวนการผลิตปัสสาวะเพื่อขับกรดยูริกและเกลือแร่ส่วนเกินออกไป จึงช่วยลดภาระในการล้างพิษของเนื้อเยื่อไตได้อย่างดีเยี่ยม

2. ขึ้นฉ่ายฝรั่ง (Celery)

บริเวณรากและลำต้นของขึ้นฉ่ายฝรั่งอุดมไปด้วยโพแทสเซียมสูง เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะทำงานร่วมกับสารสกัดพิเศษเพื่อช่วยขยายหลอดเลือดฝอยที่หล่อเลี้ยงไต กลไกนี้ช่วยเพิ่มปริมาณเลือดไหลเวียนเข้าสู่หน่วยไต ช่วยเร่งอัตราการกรองของไต ($GFR$) โดยไม่ก่อให้เกิดภาวะความดันโลหิตสูง ทั้งยังช่วยปกป้องพังผืดกรองไตไม่ให้เสื่อมสภาพเร็ว

3. ถั่วดำ

ถั่วดำมอบสารอาหารคู่คู่อย่างแคลเซียมและโพแทสเซียมเข้มข้น คุณสมบัติบำรุงไตของถั่วดำเกิดจากกลไกการต้านทานที่ช่วยให้ไตขับโซเดียม (เกลือ) ส่วนเกินออกทางปัสสาวะได้ง่ายขึ้น ช่วยรักษาความดันออสโมซิสในท่อไตให้คงที่ นอกจากนี้ โปรตีนและวิตามินอีในถั่วดำยังช่วยฟื้นฟูเซลล์ท่อไตที่ได้รับความเสียหายอีกด้วย

กลุ่มที่ 2: เร่งการเผาผลาญ ลดการตกตะกอนในท่อไต

4. ถั่วแดง

ปริมาณธาตุเหล็กที่อุดมสมบูรณ์ในถั่วแดงมีส่วนช่วยในการสร้างเม็ดเลือดแดง เพิ่มออกซิเจนในกระแสเลือด เมื่อเลือดที่มีออกซิเจนสูงไหลผ่านหลอดเลือดแดงหลักของไต จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเซลล์บุผิวท่อไต ทำให้กระบวนการดูดซึมสารอาหารกลับและการขับของเสียเป็นไปอย่างราบรื่น ป้องกันการตกตะกอนจนกลายเป็นนิ่วในไต

5. สาหร่ายทะเล

สาหร่ายทะเลมีสารโคลีน (Choline) ในปริมาณมาก ซึ่งสารนี้มีส่วนช่วยเร่งการเผาผลาญไขมันในตับ ลดปริมาณไขมันในเลือดที่จะไหลเวียนเข้าสู่ไต ป้องกันการเกาะตัวของไขมันในหลอดเลือดฝอยของไต ช่วยรักษาความยืดหยุ่นของพังผืดกรองหน่วยไต และกระตุ้นการขับน้ำส่วนเกินออกจากร่างกาย

6. ลูกหม่อน (มัลเบอร์รี)

ลูกหม่อนอุดมไปด้วยวิตามินและกรดมาลิก (Malic Acid) ซึ่งกรดอินทรีย์เหล่านี้เมื่อผ่านระบบกรองของไต จะมีคุณสมบัติช่วยปรับปัสสาวะให้เป็นด่างอ่อน ๆ ช่วยละลายผลึกแร่ธาตุขนาดเล็กก่อนที่พวกมันจะจับตัวกันจนกลายเป็นก้อนนิ่ว พร้อมทั้งรักษาความสะอาดในระบบทางเดินปัสสาวะให้ทำงานได้ดี

กลุ่มที่ 3: ดึงน้ำออกจากเนื้อเยื่อ ลดแรงดันการกักเก็บน้ำของไต

7. มะละกอ

มะละกอมีเอนไซม์ช่วยย่อยสารประกอบโปรตีนที่ซับซ้อนตั้งแต่ในระบบย่อยอาหาร ส่งผลให้ปริมาณของเสียกลุ่มไนโตรเจน (เช่น ยูเรีย, ครีอะตินีน) ที่จะหลุดเข้าสู่กระแสเลือดลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ไตจึงไม่ต้องทำงานหนักเกินไปในการกรองของเสียโมเลกุลใหญ่ ทำให้มีพื้นที่ในการขับน้ำส่วนเกิน ส่งผลให้อาการบวมน้ำตามมือและเท้าลดลง

8. ลูกเดือย

เมล็ดลูกเดือยส่งผลโดยตรงต่อกระบวนการดูดซึมน้ำกลับของท่อไต โดยจะกระตุ้นให้เนื้อเยื่อที่มีการสะสมน้ำมากเกินไปคายน้ำกลับเข้าสู่กระแสเลือด และกระตุ้นให้ท่อไตเปิดช่องขับน้ำเพื่อเร่งรีดของเหลวนี้ออกทางปัสสาวะ ช่วยปลดปล่อยร่างกายจากภาวะบวมน้ำ ข้อควรระวัง: เนื่องจากลูกเดือยมีฤทธิ์เย็นสูง สตรีมีครรภ์หรืออยู่ระหว่างมีประจำเดือนควรหลีกเลี่ยง

คำแนะนำจากแพทย์ในการดูแลรักษาไตช่วงหน้าร้อน

ในช่วงฤดูร้อน ร่างกายจะสูญเสียน้ำอย่างรวดเร็วผ่านทางเหงื่อ ส่งผลให้เลือดมีความข้นหนืดขึ้นและสร้างแรงดันมหาศาลต่อระบบกรองของไต เพื่อปกป้อง "เครื่องกรองน้ำของร่างกาย" นี้ นพ. เฉินเยี่ยนเฉิง แนะนำว่า:

  • จิบน้ำอย่างสม่ำเสมอ วันละ 1.5 - 2 ลิตร: โดยไม่ต้องรอให้รู้สึกกระหายน้ำ เพื่อช่วยให้ไตเจือจางกรดยูริกและขับตะกอนเสียออกได้ง่าย ช่วยลดความเสี่ยงโรคนิ่วในไต

  • ลดโซเดียมและอาหารรสเค็มจัด: เพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายกักเก็บน้ำมากเกินไป ช่วยรักษาความดันในท่อไตให้คงที่และหยุดยั้งอาการบวมน้ำตามร่างกาย

  • ห้ามลามปามในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง: แม้อาหารเหล่านี้จะมีฤทธิ์ขับปัสสาวะที่ดี แต่หากคุณมีภาวะไตเสื่อมขั้นรุนแรง ห้ามรับประทานในปริมาณมากเด็ดขาด เนื่องจากประสิทธิภาพในการขับของเสียของไตลดลงแล้ว การอัดโพแทสเซียมหรือแคลเซียมจากอาหารกลุ่มนี้มากเกินไป จะทำให้สารเหล่านี้สะสมเป็นพิษในกระแสเลือด และก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงต่อระบบหัวใจได้

ที่มาข้อมูล: บทความวิชาการแพทย์และการดูแลสุขภาพยุคใหม่จาก Health 2.0 และ Family Doctor

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...