โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

สธ.ปัดฝุ่น ร่าง พ.ร.บ.คุมอาหาร-เครื่องดื่มกระทบสุขภาพเด็ก กันโรคอ้วน – NCD

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 22 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 14 ชั่วโมงที่ผ่านมา

รายงานข่าวจากกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ขณะนี้ กรมอนามัย ได้จัดทำ ร่าง พ.ร.บ. พระราชบัญญัติควบคุมการตลาดอาหารและเครื่องดื่มที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพเด็ก พ.ศ. …. เพื่อกำหนดมาตรการคุ้มครองและปกป้องเด็กจากการตลาดอาหารและเครื่องดื่มที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ โดยเฉพาะอาหารและเครื่องดื่มที่มีปริมาณไขมัน น้ำตาล หรือโซเดียมสูง อย่างเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้เพื่อลดการพบเห็นและการถูกกระตุ้นจากการตลาดอาหารและเครื่องดื่มที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ นำไปสู่การลดพฤติกรรมการบริโภคอาหารและเครื่องดื่มที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ และลดความเสี่ยงต่อภาวะอ้วนและโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในอนาคต

ประเทศไทยกำลังเผชิญปัญหาโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง

กรมอนามัย ระบุว่า ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญปัญหาโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (Noncommunicable Diseases: NCDs) เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด และโรคความดันโลหิตสูง ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร และก่อให้เกิดภาระด้านสาธารณสุขและเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว โดยหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงสำคัญคือภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วนที่เริ่มตั้งแต่วัยเด็ก

เด็กไทยมีแนวโน้มอ้วนเพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่า

อีกทั้งในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา เด็กไทยมีแนวโน้มภาวะน้ำหนักเกินและอ้วนเพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่า และเด็กที่มีภาวะอ้วนมีโอกาสสูงที่จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีภาวะอ้วนมากกว่าเด็กปกติ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในอนาคต โดยมีสาเหตุสำคัญจากพฤติกรรมการบริโภค โดยเฉพาะอาหารและเครื่องดื่มที่มีปริมาณไขมัน น้ำตาล และโซเดียมสูง (High in Fat, Sugar and/or Sodium: HFSS) หรืออาหารและเครื่องดื่มหวาน มัน เค็ม เช่น ขนมขบเคี้ยว ขนมหวาน และเครื่องดื่มผสมน้ำตาล ซึ่งเด็กไทยจำนวนมากบริโภคเป็นประจำ

สำหรับการตลาดอาหารและเครื่องดื่มหวาน มัน เค็ม หรืออาหารและเครื่องดื่มที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ เป็นปัจจัยสำคัญที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการเลือกซื้อและการบริโภคของเด็ก เนื่องจากเด็กมีดุลพินิจและความสามารถในการตีความเจตนาทางการตลาดไม่สมบูรณ์เท่าผู้ใหญ่ รวมทั้งถูกชักจูงจากเทคนิคการส่งเสริมการขายและกลยุทธ์ทางการตลาดได้ง่ายกว่าผู้ใหญ่ โดยเฉพาะในปัจจุบันที่การตลาดดังกล่าวเข้าถึงเด็กได้ง่าย และมีรูปแบบที่หลากหลายมากขึ้น

ทั้งนี้ตั้งแต่การโฆษณา การใช้ตัวการ์ตูนหรือบุคคลที่มีชื่อเสียง การส่งเสริมการขาย การแจกของรางวัลหรือของเล่น การจัดกิจกรรมในสถานศึกษา รวมถึงการทำการตลาดผ่านสื่อออนไลน์และสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งเด็กไทยใช้เวลาอยู่กับสื่ออินเทอร์เน็ตเฉลี่ยสูงถึง 12 ชั่วโมง 8 นาทีต่อวัน ทำให้เด็กไทยมีโอกาสพบเห็นและตกเป็นเป้าหมายของการตลาดอาหารและเครื่องดื่มหวาน มัน เค็ม เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่ไม่เหมาะสม และทำให้พฤติกรรมดังกล่าวกลายเป็นพฤติกรรมปกติในชีวิตประจำวันของเด็ก

แม้ว่าประเทศไทยจะมีมาตรการด้านการส่งเสริมสุขภาพและการคุ้มครองผู้บริโภคในหลายด้าน แต่ยังไม่มีกฎหมายเฉพาะที่กำหนดมาตรการควบคุมการตลาดอาหารและเครื่องดื่มที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพเด็ก โดยเฉพาอาหารที่มีปริมาณน้ำตาล ไขมัน โซเดียมสูงอย่างครอบคลุมและเป็นรูปธรรม

องค์การอนามัยโลก แจ้งเตือนปัญหา

ขณะที่องค์การอนามัยโลก (WHO) คณะทำงานร่วมระหว่างหน่วยงานสหประชาชาติว่าด้วยการป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อ (UNIATF on NCDs) และความร่วมมือระดับภูมิภาคอาเซียน (ASEAN) ต่างมีข้อเสนอแนะให้ประเทศสมาชิกดำเนินมาตรการทางกฎหมายเพื่อปกป้องเด็กจากผลกระทบของการตลาดอาหารและเครื่องดื่มที่มีปริมาณไขมัน น้ำตาล และโซเดียมสูง

นอกจากนี้มาตรการดังกล่าวยังสอดคล้องกับมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ (ประเทศไทย) ครั้งที่ 2 พ.ศ. 2552 เรื่อง การจัดการปัญหาภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วน มติที่ 2.8 ข้อ 3.4 ให้จัดทำระเบียบว่าด้วยการตลาดเกี่ยวกับอาหารที่มุ่งเป้าหมายไปยังเด็ก และมีผลต่อความรุนแรงของภาวะน้ำหนักเกิน โรคอ้วน และโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง

20 ประเทศทั่วโลก ออกกฎหมายควบคุมแล้ว

อีกทั้งในปัจจุบันมีมากกว่า 20 ประเทศทั่วโลก ดำเนินการกฎหมายควบคุมการตลาดอาหารและเครื่องดื่มที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพเพื่อปกป้องสุขภาพเด็ก รวมทั้งมีข้อมูลจากหลายประเทศ เช่น สิงคโปร์ ชิลี สหราชอาณาจักร ที่แสดงให้เห็นว่ามาตรการทางกฎหมายสามารถช่วยลดการพบเห็นและลดผลกระทบจากการตลาดอาหารและเครื่องดื่มที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพในเด็กได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เช่นเดียวกับมาตรการทางกฎหมายควบคุมการตลาดอาหารและเครื่องดื่มที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพเด็ก โดยเฉพาะอาหารและเครื่องดื่มที่มีปริมาณน้ำตาล ไขมันหรือโซเดียมสูง หรืออาหารและเครื่องดื่ม หวาน มัน เค็ม จึงเป็นมาตรการที่ประเทศไทยควรดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อลดความเสี่ยงของภาวะอ้วนในเด็กและลดความเสี่ยงต่อโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ควบคู่กับการสร้างความรอบรู้ด้านอาหารและสุขภาพ และการสนับสนุนให้เกิดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาพที่ดีของเด็กอย่างเหมาะสม

เป้าหมายสำคัญดูแลสุขภาพเด็กไทย

สำหรับเป้าหมายของการจัดทำร่าง พ.ร.บ. พระราชบัญญัติควบคุมการตลาดอาหารและเครื่องดื่มที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพเด็ก พ.ศ. …. ครั้งนี้ กรมอนามัย แจ้งว่า เพื่อเป็นการคุ้มครองและปกป้องเด็กจากการตลาดอาหารและเครื่องดื่มที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ โดยเฉพาะอาหารและเครื่องดื่มที่มีปริมาณไขมัน น้ำตาล และโซเดียมสูง หรืออาหารและเครื่องดื่มหวาน มัน เค็ม

อีกทั้งเพื่อส่งเสริมให้เด็กมีพฤติกรรมการบริโภคที่เหมาะสม มีสุขภาพที่ดี และลดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะอ้วนและโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในอนาคต ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร และเป็นภาระด้านสาธารณสุขและเศรษฐกิจของประเทศ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...