โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สาวโรงงานเศร้า อดีตแฟนสาดน้ำกรดเสียโฉม รักษาตัว 3 เดือน ออก รพ.ไม่มีงานแล้ว

Khaosod

อัพเดต 30 ส.ค. 2567 เวลา 08.13 น. • เผยแพร่ 30 ส.ค. 2567 เวลา 08.05 น.
สาวโรงงานเศร้า อดีตแฟนสาดน้ำกรดเสียโฉม รักษาตัว 3 เดือน ออก รพ.ไม่มีงานแล้ว

สาวโรงงานเศร้า โดนอดีตแฟนสาดน้ำกรดเสียโฉมตายทั้งเป็น หลังตามง้อไม่สำเร็จ ต้องรักษาตัว 3 เดือน ออก รพ.โทรไปหาที่ทำงาน บอกไม่มีตำแหน่งว่างแล้ว

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 30 ส.ค.2567นางสาวเอ อายุ 38 ปี พร้อมพี่ชาย เดินทางมาที่มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ต.ลำผักกูด อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี เพื่อให้ช่วยติดตามคดีหลังถูกอดีตแฟนหนุ่มสาดน้ำกรดใส่จนบาดเจ็บและรักษาตัวมาเป็นระยะเวลา 3 เดือน เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 14 เมษายน2567

ในวันนี้ตนเดินทางมากับพี่ชาย เพื่อให้มูลนิธิปวีณาหงสกุล เพื่อเด็กและสตรี ช่วยเรื่องการรักษาพยาบาลอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหน้าของตนเสียโฉมหมด นอกจากนี้หลังจากตนเองรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลเป็นเวลา 3 เดือนแล้วได้โทรศัพท์ไปที่ทำงาน ได้รับคำตอบว่าไม่มีตำแหน่งงานว่างสำหรับตนอีกแล้ว ซึ่งขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ยังจับกุมอดีตแฟนที่ก่อเหตุยังไม่ได้

ด้าน นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาเพื่อเด็กและสตรี กล่าวว่า เมื่อเดือนเม.ย.2567 ที่ผ่านมาน้องผู้บาดเจ็บถูกอดีตแฟนที่ตามง้อขอคืนดีสาดน้ำกรดจนได้รับบาดเจ็บ วิ่งไปขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านและนำไปส่งโรงพยาบาล

ซึ่งระยะผ่านไป 3 เดือนแล้วทางพี่ชายมาขอความช่วยเหลือกับทางมูลนิธิปวีณาหงสกุลอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งทางมูลนิธิปวีณาหงสกุลได้ประสานไปทางผู้กำกับสภ.บางปะอิน และผู้การจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จนสามารถออกหมายจับผู้ก่อเหตุได้แล้ว แต่ยังไม่สามารถจับกุมได้

ส่วนเรื่องการทำงานนั้นทางโรงงานบอกว่าไม่มีตำแหน่งว่างแล้ว ทางน้องเขาเสียใจมาก ส่วนเรื่องการรักษาพยาบาลทางมูลนิธิปวีณาหงสกุลประสานงานไปที่โรงพยาบาลยันฮีแล้วเพื่อนำตัวไปรักษาต่อไป

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สาวโรงงานเศร้า อดีตแฟนสาดน้ำกรดเสียโฉม รักษาตัว 3 เดือน ออก รพ.ไม่มีงานแล้ว

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...