โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที

รู้หรือไม่ 10 เหตุผลที่ Windows 11 จำเป็นต้องมี TPM 2.0

Techhub

อัพเดต 04 ต.ค. 2567 เวลา 09.28 น. • เผยแพร่ 04 ต.ค. 2567 เวลา 09.28 น.

การเปิดตัว Windows 11 มาพร้อมกับความต้องการขั้นต่ำที่เข้มงวดขึ้น หนึ่งในนั้นคือ TPM 2.0 (Trusted Platform Module) ซึ่งเป็นชิปความปลอดภัยที่ฝังอยู่ในเมนบอร์ดของคอมพิวเตอร์หลายรุ่น ความต้องการนี้สร้างความสับสนและกังวลให้กับผู้ใช้จำนวนมาก แต่เบื้องหลังความต้องการนี้ Microsoft ก็มีเหตุผลสำคัญที่ต้องการให้ TPM 2.0 เป็นส่วนหนึ่งของ Windows 11 มีอะไรบ้าง มาดูกัน

1. ต้องการรากฐานความปลอดภัยที่แข็งแกร่ง

TPM 2.0 ทำหน้าที่เป็นเสมือนตู้นิรภัยขนาดเล็กภายในคอมพิวเตอร์ของเรา มันสามารถเก็บข้อมูลสำคัญ เช่น คีย์เข้ารหัส, รหัสผ่าน, และข้อมูลไบโอเมตริก ได้อย่างปลอดภัย โดย TPM 2.0 ช่วยให้มั่นใจได้ว่าข้อมูลเหล่านี้ได้รับการปกป้องจากการโจมตีของมัลแวร์และแฮกเกอร์

2. ปกป้องการบูตระบบ

หลายคนน่าจะรู้จักระบบ Secure Boot ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ทำงานร่วมกับ TPM 2.0 เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของระบบปฏิบัติการและไดรเวอร์ต่างๆ ในระหว่างการบูตเครื่อง ช่วยป้องกันมัลแวร์จากการแก้ไขหรือแทนที่ไฟล์ระบบที่สำคัญ และเพื่อให้แน่ใจว่า เรากำลังบูตเข้าสู่ระบบที่ปลอดภัยและเชื่อถือได้

3. ป้องกันการโจมตีระดับเฟิร์มแวร์

ปัจจุบัน การโจมตีระดับเฟิร์มแวร์เป็นภัยคุกคามที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ TPM 2.0 ช่วยให้ Windows 11 สามารถตรวจสอบความสมบูรณ์ของเฟิร์มแวร์ในระหว่างการบูตเครื่อง ซึ่งช่วยป้องกันมัลแวร์จากการฝังตัวในระดับลึกของระบบได้

4. รองรับการเข้ารหัสด้วยฮาร์ดแวร์

TPM 2.0 สามารถสร้างและจัดเก็บคีย์เข้ารหัสได้โดยตรงบนชิป ซึ่งช่วยเพิ่มความปลอดภัยของข้อมูลที่เข้ารหัสได้อย่างมาก เนื่องจากคีย์เหล่านี้ไม่สามารถเข้าถึงได้โดยซอฟต์แวร์ต่าง ๆ ที่พยายามจะขโมยข้อมูล

5. รองรับการใช้ Windows Hello ที่สมบูรณ์แบบมากขึ้น

Windows Hello เป็นคุณสมบัติการเข้าสู่ระบบด้วยใบหน้า, ลายนิ้วมือ, หรือรหัส PIN ที่ปลอดภัย TPM 2.0 มีบทบาทสำคัญในการจัดเก็บและปกป้องข้อมูลไบโอเมตริกที่ใช้ในการตรวจสอบสิทธิ์

6. เพิ่มความปลอดภัยให้กับแอปพลิเคชัน

นักพัฒนาสามารถใช้ TPM 2.0 เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับแอปพลิเคชันของตนได้ ตัวอย่างเช่น เพื่อใช้ในการ การเข้ารหัสอีเมล โดยสามารถใช้ในการสร้างและจัดเก็บคีย์สำหรับการเข้ารหัสและถอดรหัสอีเมล ซึ่งช่วยให้มั่นใจได้ว่าเฉพาะผู้รับที่ถูกต้องเท่านั้นที่สามารถอ่านอีเมลได้

นอกจากนี้ TPM 2.0 สามารถใช้ในการยืนยันตัวตนของผู้ใช้และอุปกรณ์ ก่อนที่จะอนุญาตให้เชื่อมต่อกับเครือข่าย VPN ซึ่งช่วยป้องกันการเข้าถึงเครือข่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต

7. รองรับเทคโนโลยีอื่น ๆ ในอนาคต

TPM 2.0 เป็นมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในอุตสาหกรรม ซึ่งหมายความว่ามันจะยังคงเป็นส่วนสำคัญของระบบรักษาความปลอดภัยในอนาคต การมี TPM 2.0 บนเครื่องของเรา จะช่วยให้สามารถใช้งานคุณสมบัติและเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เน้นความปลอดภัยได้ในอนาคต

8. ปกป้องข้อมูลขององค์กร

สำหรับผู้ใช้ในองค์กร TPM 2.0 มีความสำคัญอย่างยิ่งในการปกป้องข้อมูลที่ละเอียดอ่อน มันสามารถใช้ในการเข้ารหัสฮาร์ดไดรฟ์, ตรวจสอบความถูกต้องของอุปกรณ์, และควบคุมการเข้าถึงข้อมูลที่สำคัญ

9. ลดความเสี่ยงจากมัลแวร์

การศึกษาแสดงให้เห็นว่าคอมพิวเตอร์ที่มี TPM 2.0 และ Secure Boot มีโอกาสติดมัลแวร์น้อยลงอย่างมาก ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงต่อการสูญเสียข้อมูล, การหยุดชะงักของระบบ, และความเสียหายทางการเงิน

10. สร้างความมั่นใจในระบบนิเวศของ Windows

สุดท้าย การกำหนดให้ TPM 2.0 เป็นข้อกำหนดขั้นต่ำ นั่นหมายความว่า Microsoft กำลังผลักดันให้อุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยมากขึ้น ซึ่งจะช่วยสร้างระบบนิเวศ Windows ที่ปลอดภัยและเชื่อถือได้มากขึ้นสำหรับทุกคนนะ

สรุปก็คือ TPM 2.0 เป็นมากกว่าแค่ชิ้นส่วนฮาร์ดแวร์ แต่ถือเป็นส่วนสำคัญของความปลอดภัยบน Windows 11 ซึ่ง Microsoft ตระหนักถึงภัยคุกคามที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในโลกดิจิทัล และ TPM 2.0 เป็นเครื่องมือสำคัญในการปกป้องผู้ใช้และข้อมูลของพวกเขาครับ ดังนั้น หากใครซีเรียสก็หาคอมที่มี TPM 2.0 มาใช้งานเถอะ แต่หากไม่คิดมาก ก็หาวิธีลงและใช้งานในแบบต่าง ๆ กันไปละกัน


⭐️Techhub รวม How To , Tips เทคนิค อัปเดตทุกวัน

กดดูแบบเต็มๆ ที่ www.techhub.in.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...