บิ๊กอสังหาฯ ลุยคอนโดบีโอไอ 1.5 ล้าน ‘แสนสิริ’ ยื่นแล้ว 5 โครงการ ทำเลใกล้แหล่งงาน
บิ๊กอสังหาฯ ลุยคอนโดบีโอไอ 1.5 ล้าน ‘แสนสิริ’ ยื่นแล้ว 5 โครงการ ทำเลใกล้แหล่งงาน
วันที่ 28 สิงหาคม นายอิสระ บุญยัง นายกกิตติมศักดิ์สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรรและกรรมการผู้จัดการบริษัท กานดา พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า มาตรการในการกระตุ้นเศรษฐกิจในภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยมีการส่งเสริมกิจการที่อยู่อาศัยสำหรับผู้ที่มีรายได้น้อยหรือบ้านบีโอไอที่ปรับราคาขึ้นจาก 1.2 ล้านบาท เป็น 1.5 ล้านบาท โดยให้ยื่นคำขอได้ถึงปี 2568 ล่าสุดเริ่มมีผู้ประกบการอสังหาริมทรัพย์บางรายยื่นขอโครงการบ้างแล้ว ส่วนใหญ่เป็นโครงการคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯและปริมณฑล เนื่องจากยังมีข้อจำกัดเรื่องของราคาที่ดินที่แพง ทำให้การพัฒนาโครงการแนวราบจะยาก แต่ถ้าเป็นต่างจังหวัดน่าจะยังทำได้ เพราะต้นทุนที่ดินยังต่ำ ในส่วนของกานดาไม่มีแผนจะพัฒนาบ้านบีโอไอ เพราะหาที่ดินมาทำที่อยู่อาศัยราคา 1.5 ล้านบาทได้ยาก
นายอุทัย อุทัยแสงสุข กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า แสนสิริได้ยื่นขอสิทธิพัฒนาโครงการบ้านบีโอไอแล้ว จำนวน 4-5 โครงการ เป็นคอนโดมิเนียมราคาไม่เกิน 1.5 ล้านบาท แบรนด์เวย์และคอนโดมี เป็นทำเลอยู่ใกล้แหล่งงาน เช่น พัทยา อมตะ ฉะเชิงเทรา อยุธยา เป็นต้น
รายงานข่าวจากบริษัท รีเจ้นท์ กรีน เพาเวอร์ จำกัด ผู้พัฒนาคอนโดมิเนียมแบรนด์ ’รีเจ้นท์โฮม’ กล่าวว่า ยังไม่มีโครงการยื่นขอโครงการบ้านบีโอไอ เนื่องจากยังไม่มีโครงการใหม่ คาดว่าจะยื่นขอในปี 2568 โดยมีแผนจะพัฒนาโครงการเพิ่ม 4-5 โครงการ รวม 5,000 ยูนิต ระดับราคา 1.2-13 ล้านบาทต่อยูนิต ขณะนี้รออนุมัติรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม(อีไอเอ) ยังมีเวลาเพราะโครงการสามารถขอได้ถึงปี 2568
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ด้านบริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ได้ทยอยนำโครงการคอนโดมิเนียมเพื่อยื่นขอส่งเสริมการลงทุนโครงการบ้านบีโอไอแล้ว ตามแผนจะพัฒนา 12 โครงการ จำนวน 7,000 ยูนิต รวมมูลค่าโครงการประมาณ 1 หมื่นล้านบาท
สำหรับรายละเอียดโครงการบ้านบีโอไอ อาทิ 1. อาคารชุดหรือคอนโดมิเนียมมีพื้นที่ใช้สอยไม่น้อยกว่า 24 ตร.ม. บ้านเดี่ยวหรือบ้านแถว มีพื้นที่ใช้สอยไม่น้อยกว่า 70 ตร.ม. 2. ต้องจำหน่ายให้บุคคลธรรมดา ราคาไม่เกิน 1.5 ล้านบาท 3.มีที่อยู่อาศัยตามเงื่อนไขที่กำหนดไม่น้อยกว่า 80% ของที่อยู่อาศัยทั้งโครงการ 4.มีสิ่งอำนวยความสะดวกในโครงการ พื้นที่ส่วนกลาง และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ ในสัดส่วนที่เหมาะสม 5. มีแผนผังและแบบแปลนที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการบีโอไอและได้รับการอนุญาตก่อสร้างอาคารตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารหรือกฎหมายที่เกี่ยวข้อง 6.ได้รับความเห็นชอบจากธนาคารอาคารสงเคราะห์ก่อนยื่นคำขอรับการส่งเสริม 7.โครงการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจะได้รับสิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 3 ปี โดยวงเงินที่นำมายกเว้นภาษีจะไม่เกินกว่าเงินลงทุนส่วนค่าก่อสร้างถนน สาธารณูปโภค หรือสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ที่ใช้เป็นส่วนกลางสำหรับสาธารณประโยชน์ของโครงการและต้องยื่นขอรับการส่งเสริมภายในปี 2568
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : บิ๊กอสังหาฯ ลุยคอนโดบีโอไอ 1.5 ล้าน ‘แสนสิริ’ ยื่นแล้ว 5 โครงการ ทำเลใกล้แหล่งงาน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th