โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“UBE” ขยายพอร์ต ลงทุนธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่น โอชิเน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 31 ต.ค. 2567 เวลา 15.57 น. • เผยแพร่ 31 ต.ค. 2567 เวลา 08.57 น.

ผู้ถือหุ้นไฟเขียว “UBE” รุกธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่น โอชิเน วางกลยุทธ์ป่าล้อมเมืองวางเป้ารายได้ 5 ปี ปักหมุดขยายสาขาต่างจังหวัดและสยายปีกสู่เซาท์อีสต์เอเชียอัพรายได้พอร์ตธุรกิจร้านอาหาร 15 %

นางสาวสุรียส โควสุรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อุบล ไบโอ เอทานอล จำกัด (มหาชน) (บริษัทฯ) หรือ UBE เปิดเผยว่า จากภาวะอุตสาหกรรมที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วส่งผลให้ธุรกิจเอทานอล และแป้งมันสำปะหลังที่เป็นธุรกิจต้นน้ำโดยใช้วัตถุดิบทางการเกษตรมันสำปะหลังเป็นหลัก มีความผันผวนจากสภาพภูมิอากาศที่ทำให้ผลผลิตลดลง

บริษัทจึงมองโอกาสการลงทุนในธุรกิจใหม่ปลายน้ำที่มีศักยภาพในการเติบโต ในขณะที่ธุรกิจเดิมจะมุ่งเน้นการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูง เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต โดยขยายเข้าสู่ธุรกิจร้านอาหารในรูปแบบการควบรวมกิจการ (M&A) เพื่อลงทุนในธุรกิจร้านอาหารสไตล์พรีเมียมบุฟเฟต์ญี่ปุ่น ซึ่งเป็นหนึ่งในธุรกิจที่มีอัตราการเติบโตที่โดดเด่น เนื่องจากเป็นตลาดที่มีศักยภาพ

ทั้งนี้ในการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2567 ในวันที่ 28 ตุลาคม 2567 ผ่านระบบสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ผู้ถือหุ้นมีมติอนุมัติให้บริษัทฯ เข้าลงทุนใน บริษัท โอชิเน เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (“โอชิเน” หรือ “Oshinei”) ผู้ดำเนินธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่น ก่อตั้งในปี 2014 โดยมีผู้ร่วมก่อตั้งได้แก่ เชฟกิตติศักดิ์ เชฟสมพร และเชฟบุญธรรม ดีกรีเป็นเชฟกระทะเหล็ก ซึ่งจะส่งผลต่อการเติบโตของรายได้และผลประกอบการทั้งในระยะสั้นและในระยะยาว

สำหรับการเข้าลงทุนในโอชิเนในครั้งนี้ จะเป็นการลงทุนครั้งที่ 1 ภายใต้สัญญาจองซื้อหุ้นและสัญญาซื้อขายหุ้น โดยจะทำการจองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุน จำนวน 67,962 หุ้น หรือเท่ากับสัดส่วนร้อยละ 12.75 ของจำนวนหุ้นทั้งหมดในโอชิเนภายหลังจากการเพิ่มทุน คิดเป็นจำนวนเงินรวมทั้งสิ้น 76,000,000 บาท และเข้าซื้อหุ้นสามัญเดิมของ โอชิเน จำนวน 251,816 หุ้น หรือเท่ากับสัดส่วนร้อยละ 47.25 ของจำนวนหุ้นทั้งหมดของโอชิเน

โดยบริษัทฯ จะชำระค่าตอบแทนเป็นเงินสดจำนวนรวม 281,600,796.48 บาท ซึ่งภายหลังการเข้าลงทุนในโอชิเน ครั้งที่ 1 เสร็จสมบูรณ์ จะส่งผลให้ UBE ถือหุ้นในโอชิเนรวมทั้งสิ้น จำนวน 319,778 หุ้น หรือคิดเป็นร้อยละ 60.00 ของจำนวนหุ้นทั้งหมดของโอชิเน สำหรับแหล่งเงินทุนในหุ้นสามัญของโอชิเน จำนวน 357.60 ล้านบาท จะมาจากกระแสเงินสดจากการดำเนินงานของบริษัทฯ จำนวน 120 ล้านบาท และเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน จำนวน 237.60 ล้านบาท

ทั้งนี้ โอชิเนเป็นแบรนด์ที่ดำเนินธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นมาร่วมกว่า 10 ปี ซึ่งดำเนินงานภายใต้กลยุทธ์ป่าล้อมเมืองหรือ Small Town Strategy โดยมุ่งขยายในตลาดต่างจังหวัดทั้งภาคเหนือ ภาคอีสาน ซึ่งปัจจุบันมีทั้งหมด 28 สาขา ในจ.อุบลราชธานี จ.เชียงใหม่ และจ.นครปฐม เป็นต้น โดยแบ่งเป็นร้านบุฟเฟ่ต์อาหารญี่ปุ่น 27 สาขา และมีการแตกไลน์ธุรกิจเป็นร้านยากินิกุอีก 1 สาขา ด้วยจุดเด่นของโอชิเน ที่เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นที่มีหลากหลายเมนู แบบพรีเมียมแมส (Premium Mass) จนได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคโดยมีฐานลูกค้าอย่างกว้างขวางจากสาขาที่ขยายอย่างรวดเร็วในช่วงสถานการณ์โควิดในห้วงปี 2564-2566 ที่ผ่านมา

หลังจากนี้ บริษัทฯ เตรียมขยายสาขาใหม่ในตลาดต่างจังหวัดอย่างต่อเนื่อง 2-3 สาขาต่อปี รวมทั้งมีแผนขยายสู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อาทิ เวียดนาม จากปัจจุบันที่มีการเปิดสาขาใน สปป.ลาว จำนวน 1 สาขา โดยวางเป้าหมายธุรกิจอาหาร 5 ปีข้างหน้า คาดว่าจะมีสัดส่วนรายได้เพิ่มเป็น 15 % ของรายได้รวม

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...