‘ออสเตรเลีย’ ชง ‘กากกาแฟ’ ผสมคอนกรีต ช่วยลดโลกร้อน
The Bangkok Insight
อัพเดต 19 ส.ค. 2567 เวลา 06.47 น. • เผยแพร่ 19 ส.ค. 2567 เวลา 06.47 น. • The Bangkok Insightหลายคนอาจกินกาแฟได้อย่างสบายใจมากขึ้นกว่าเดิม เพราะอาจเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศผิดธรรมชาติได้ด้วยเครื่องดื่มใกล้ตัว อย่าง ออสเตรเลีย ที่นำ "กากกาแฟ" มาใช้เป็นส่วนผสมของคอนกรีตเพื่อแก้ปัญหาโลกร้อน
วีโอเอ รายงานว่า การจิบกาแฟยามเช้า อาจช่วยโลกได้มากกว่าที่คิด ในประเทศออสเตรเลียนำ “กากกาแฟ” ไปผสมในคอนกรีต ที่มีส่วนของปูนซีเมนต์ น้ำ และวัสดุผสม อย่างกรวดหินดินทราย ซึ่งคอนกรีตถูกใช้งานอย่างแพร่หลายในโครงสร้างพื้นฐาน และมีส่วนในการปล่อย “ก๊าซเรือนกระจก” ทั่วโลก ในสัดส่วนราว 8%
ราจีฟ รอยชานด์ หัวหน้านักวิจัยจากสถาบันเทคโนโลยีแห่งเมลเบิร์น (RMIT) อธิบายถึงการนำกากกาแฟไปเสริมความแข็งแกร่งให้กับวัสดุก่อสร้างว่า เริ่มต้นจะต้องนำวัสดุไปเผาที่อุณหภูมิ 350 องศาเซลเซียสในห้องปลอดออกซิเจน เพื่อเปลี่ยนกากกาแฟให้กลายเป็น “ถ่านชีวภาพ”
สารที่ได้สามารถนำไปผสมคอนกรีต ในสัดส่วนมากถึง 15% ซึ่งจะช่วยเสริมความแข็งแรงของวัสดุเพิ่มขึ้น 30% หรืออาจกล่าวได้ว่า ลดปริมาณการใช้ปูนซีเมนต์ได้สูงถึง 10% กระบวนการนี้ถือว่าช่วยลดก๊าซคาร์บอน อันเป็นสาเหตุของโลกร้อน และยังไปช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับวัสดุก่อสร้าง
ในแต่ละปี กรวดทรายปริมาณราว 50,000 ล้านตันถูกขุดจากใต้ดิน เพื่อนำไปใช้ผสมในคอนกรีต ซึ่งสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ชี้ว่ากระบวนการดังกล่าวมักจะทำลายสิ่งแวดล้อม และมีแนวโน้มที่วัสดุเหล่านี้จะขาดแคลนมากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ ในขั้นตอนการผลิตปูนซีเมนต์ ที่ต้องนำหินปูนและดินเหนียวมาผสมกันที่ความร้อน 1,500 องศาเซลเซียส เป็นสาเหตุใหญ่ที่ทำให้การใช้งานคอนกรีตเกี่ยวข้องกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
รอยชานด์ หัวหน้านักวิจัย เผยว่า ปัจจุบันนี้ RMIT ทำงานร่วมกับบริษัท บิลด์กรุ๊ป เพื่อก่อตั้งบริษัทผลิตถ่านชีวภาพ รวมถึงได้เจรจากับบริษัท สตาร์บัคส์ ในการนำกากกาแฟมาใช้งาน ทั้งยังมี อารัป ยักษ์ใหญ่ด้านการก่อสร้าง ให้การสนับสนุนการวิจัยนี้
กากกาแฟถูกผลิตขึ้นปริมาณนับพันล้านตันจากทั่วโลก ที่ผ่านมา "วิธีฝังกลบ" คือการกำจัดกากกาแฟ ซึ่งในกระบวนย่อยสลายจะปล่อยก๊าซมีเทนออกมา
นักวิจัยจาก RMIT ระบุว่า เฉพาะในออสเตรเลีย ผลิตกากกาแฟได้ประมาณ 75,000 ตันต่อปี หากนำไปผลิตถ่านชีวภาพ จะสามารถนำไปใช้ทดแทนทรายในคอนกรีต ได้ราว 675,000 ตัน และยังเป็นวัสดุที่มีความหนาแน่นมากกว่า
ข้อมูลของรัฐบาลออสเตรเลีย ชี้ว่าขยะอาหารคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 3% ในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศ ผู้เชี่ยวชาญมองว่า ประมาณ 60-70% ของขยะจากอาหาร ที่ถือเป็นขยะอินทรีย์ สามารถกำจัดได้ด้วยวิธีเปลี่ยนเป็นถ่านชีวภาพแทนการฝังกลบ
นอกจาก RMIT ที่ริเริ่มการนำกากกาแฟมาใช้เป็นส่วนผสมในการก่อสร้าง ขณะนี้มหาวิทยาลัยทั่วโลกต่างมุ่งศึกษาถ่านชีวภาพและวัสดุชีวภาพอื่น ๆ เพื่อนำมาผสมในคอนกรีต โดยเชื่อว่าวัสดุอินทรีย์ที่ต่างกัน จะนำไปสู่ถ่านชีวภาพที่มีคุณภาพไม่เหมือนกัน
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- 'อินโดนีเซีย' ชี้ 'โลกร้อน' ภัยคุกคาม 'หญิงตั้งครรภ์-เด็กแรกเกิด'
- วิจัยชี้ 'เอเชียตะวันออกเฉียงใต้' ต้องหันพึ่ง 'โปรตีนทางเลือก' ช่วยลดโลกร้อน
- 'โลก ร้อน' ทำเสี่ยงสูง เกิด 'ไวรัสชนิดใหม่-โรคอุบัติใหม่'
ติดตามเราได้ที่
เว็บไซต์: https://www.thebangkokinsight.com/
Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X (Twitter):https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube:https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg