นักวิเคราะห์ลดมุมมองกำไรบจ.ในดัชนี S&P500 คาดเฉลี่ยอยู่ที่ 4.7% ก่อนเผยงบ Q3 สัปดาห์นี้
นักวิเคราะห์ลดมุมมองกำไรบจ.ในดัชนี S&P500 คาดเฉลี่ยอยู่ที่ 4.7% ก่อนเผยงบ Q3 สัปดาห์นี้
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -7 ต.ค. 67 18:15 น.
ผลสำรวจความเห็นนักวิเคราะห์ ที่รวบรวมโดย Bloomberg Intelligence เกี่ยวกับแนวโน้มผลกำไรไตรมาส 3 ของบริษัทจดทะเบียนในดัชนี S&P 500 คาดว่า จะเพิ่มขึ้นเฉลี่ยอยู่ที่ 4.7% เมื่อเทียบรายปี ลดลงจากก่อนหน้านี้ ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 7.9% ในผลสำรวจเมื่อวันที่ 12 ก.ค. ซึ่งอาจเป็นอัตราการเพิ่มขึ้นที่อ่อนแอมากที่สุดในรอบ 4 ไตรมาส
ดัชนี S&P 500 พุ่งขึ้นไปราว 20% ในปีนี้ คิดเป็นมาร์เก็ตแคปที่เพิ่มขึ้นกว่า 8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งส่วนใหญ่มาจากความคาดหวังในการผ่อนคลายนโยบายการเงินและแนวโน้มผลกำไรที่ยังคงแข็งแกร่ง อย่างไรก็ดี นักลงทุนยังคงประเมินความเสี่ยงจากปัจจัยต่างๆ ที่อาจส่งผลต่อตลาด ทั้งความวิตกกังวลด้านเศรษฐกิจ ทิศทางอัตราดอกเบี้ยที่ไม่แน่นอน การเลือกตั้งในสหรัฐฯ รวมถึงการรายงานผลประกอบการซึ่งกำลังจะเริ่มขึ้นในสัปดาห์นี้
Adam Parker ผู้ก่อตั้ง Trivariate Research กล่าวว่า ฤดูกาลรายงานผลประกอบการในครั้งนี้จะมีความสำคัญมากกว่าปกติ เราต้องการข้อมูลที่ชัดเจนจากบริษัทต่าง ๆ โดยเฉพาะในแง่ที่ว่า บริษัทจดทะเบียนจะเลื่อนการใช้จ่ายงบออกไปหรือไม่ มีการชะลอตัวของดีมานด์หรือไม่ รวมไปถึงพฤติกรรมของลูกค้าว่าต่างไปจากเดิมหรือไม่เนื่องจากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และความไม่แน่นอนในระดับมหภาค เนื่องจากตอนนี้มีหลายเหตุการณ์เกิดขึ้น ซึ่งทำให้รายได้และคาดการณ์ผลประกอบการในอนาคตของบริษัทจึงมีความสำคัญเป็นพิเศษในช่วงเวลานี้
สำหรับบริษัทที่จะเริ่มรายงานผลประกอบการในสัปดาห์นี้ ได้แก่ สายการบิน Delta Air Lines ในวันพฤหัสบดี (10 ต.ค.) รวมถึงธนาคาร JPMorgan และ Wells Fargo & Co. ซึ่งจะประกาศในวันศุกร์ (11 ต.ค.)
ทั้งนี้ ปัจจัยที่อาจส่งผลสำหรับนักลงทุน ได้แก่ การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งเหลือเวลาอีกไม่ถึงหนึ่งเดือน, ทิศทางดอกเบี้ยเฟด ซึ่งเพิ่งลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.50% ไปเมื่อเดือนก.ย. ซึ่งแม้ว่า เศรษฐกิจจะมีสัญญาณบวกที่จะเข้าสู่ภาวะ Soft landing แต่ก็ยังมีคำถามตามมาว่า เฟดจะลดดอกเบี้ยเร็วมากน้อยเพียงใด
นอกจากนี้ สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น ยังสร้างความกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อที่อาจกลับมาสูงขึ้น จากแรงกดดันด้านราคาพลังงาน โดยราคาน้ำมันดิบ WTI พุ่งขึ้น 9% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นสถิติรายสัปดาห์สูงสุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค. 2023
ที่มา Bloomberg
รายงาน โดย Supak Hopuengju เรียบเรียง โดย Supak Hopuengju
อีเมล์. supak@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ