โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บาทอ่อนค่าหลังเปลี่ยนนายกฯ ขณะตลาดลดมุมมองเศรษฐกิจสหรัฐชะลอตัว

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 16 ส.ค. 2567 เวลา 11.58 น. • เผยแพร่ 16 ส.ค. 2567 เวลา 11.12 น.

บาทอ่อนค่าหลังเปลี่ยนนายกฯ ขณะตลาดลดมุมมองเศรษฐกิจสหรัฐชะลอตัว

วันที่ 16 สิงหาคม 2567 ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวของตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันที่ 12-16 สิงหาคม 2567 ค่าเงินบาทเปิดตลาดวันอังคาร (13/8) ที่ระดับ 35.16/17 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (9/8) ที่ระดับ 35.28/30 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ จากการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐ โดยเมื่อวันศุกร์ (9/8) ที่ผ่านมาทางธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาแอตแลนตาได้มีการเปิดเผยแบบจำลองคาดการณ์ GDPNow ล่าสุดแสดงให้เห็นว่า เศรษฐกิจสหรัฐ ขยายตัว 2.9% ในไตรมาส 3/2567

ทั้งนี้ เศรษฐกิจสหรัฐขยายตัว 1.4% ในไตรมาส 1/2567 และ 2.8% ในไตรมาส 2/2567 สำหรับในปี 2566 ที่ผ่านมาเศรษฐกิจสหรัฐขยายตัว 2.2%, 2.1%, 4.9% และ 3.4% ในไตรมาส 1, 2, 3 และ 4 ตามลำดับ สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญที่มีการเปิดเผยระหว่างสัปดาห์นั้น กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้ผลิต ปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.2% ในเดือนกรกฎาคม เมื่อเทียบรายปี ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 2.3% และต่ำกว่าเดือนมิถุนายน ที่ระดับ 2.7%

อีกทั้งดัชนี PPI พื้นฐาน (Core PPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวเพิ่มขึ้นเพียง 2.4% ในเดือนกรกฎาคม เมื่อเทียบรายปี ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 2.7% หลังจากปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.0% ในเดือนมิถุนายน

นอกจากนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภคประจำเดือนกรกฎาคม ระบุว่าดัชนี CPI ทั่วไป (Headline CPI) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 2.9% ในเดือนกรกฎาคม ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2564 และต่ำกว่าที่คาดการณ์ที่ระดับ 3.0% หลังจากปรับตัวขึ้น 3.0% ในเดือนมิถุนายนและปรับตัวขึ้น 0.2% ในเดือนกรกฎาคม สอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ หลังจากปรับตัวลง 0.1% ในเดือนมิถุนายน

ส่วนดัชนี CPI พื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 3.2% ในเดือนกรกฎาคมและสอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์จากระดับ 3.3% ในเดือนมิถุนายน และปรับตัวขึ้น 0.2% ในเดือนกรกฎาคม สอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์จากระดับ 0.1% ในเดือนมิถุนายน ขณะที่กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิเผยว่ายอดค้าปลีกปรับตัวขึ้น 1.0% ในเดือนกรกฎาคม สูงกว่าระดับคาดการณ์ว่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.3% หลังจากปรับตัวลดลง 0.2% ในเดือนมิถุนายน

ขณะที่กระทรวงแรงงานสหรัฐมีการเปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกปรับตัวลดลง 7,000 ราย สู่ระดับ 227,000 ราย ทำให้นักลงทุนเริ่มลดมุมมองที่เศรษฐกิจสหรัฐ อาจจะเข้าสู่สภาวะถดถอยลง ทางด้านธนาคารกลางนิวซีแลนด์ (RBNZ) ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% สู่ระดับ 5.25% ในการประชุมนโยบายการเงินประจำเดือนสิงหาคม

ซึ่งเป็นการลดอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนมีนาคม ปี 2563 สวนทางกับคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์ในโพลสำรวจของสำนักข่าวรอยเตอร์ที่คาดว่า RBNZ จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 5.50% เนื่องจาก RBNZ ระบุว่าดัชนี CPI ของนิวซีแลนด์กำลังกลับเข้าสู่กรอบเป้าหมายของ RBNZ ที่ระดับ 1-3% เมื่อเทียบรายปี และคาดว่าดัชนี CPI จะเคลื่อนไหวใกล้ระดับ 2% ในอนาคต

สำหรับการเจรจาหยุดยิงในฉนวนกาซายังคงดำเนินต่อไป โดยมีการรวมตัวกันเจรจาอีกครั้ง ณ กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ เพื่อผลักดันให้มีการบรรลุข้อตกลงหยุดยิงในฉนวนกาซา ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตในดินแดนปาเลสไตน์พุ่งสูงขึ้นเกิน 40,000 รายแล้ว หลังสู้รบมานานกว่า 10 เดือน

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ ในวันจันทร์ (12/8) ตลาดในประเทศเปิดทำการเนื่องจากเป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยนายพชร อนันตศิลป์ ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า ขณะนี้กระทรวงการคลัง ได้จำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์ของกระทรวงการคลัง ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ครั้งที่ 2 บนวอลเลต สบม. (สะสมบอนด์มั่งคั่ง) วงเงิน 10,000 ล้านบาท เสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

โดยเป็นการจัดสรรแบบ First-Come, First-Served (มาก่อนได้รับสิทธิก่อน) และจำกัดวงเงิน ไม่เกินรายละ 50 ล้านบาท นอกจากนี้ นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ล่าสุดประเทศไทยมีจำนวนนักท่องเที่ยวสะสมตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-11 สิงหาคม 2567 ที่ผ่านมา ทั้งสิ้น 21,796,763 คน สร้างรายได้จาการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติแล้วประมาณ 1,025,938 ล้านบาท

โดยจำนวนนักท่องเที่ยวสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ จีน 4,398,623 คน และมาเลเซีย 3,021,624 คน อินเดีย 1,255,358 คน เกาหลีใต้ 1,154,990 คน และรัสเซีย 1,035,192 คน ในวันพุธ (14/8) ศาลรัฐธรรมนูญมีมติวินิจฉัยคดีถอดถอนนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี กรณีแต่งตั้งนายพิชิต ชื่นบาน ผู้เคยถูกพิพากษาโทษจำคุก เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

โดยศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก 5 ต่อ 4 เสียง ให้นายเศรษฐาพ้นจากการเป็นนายกรัฐมนตรี เนื่องจากขาดคุณสมบัติด้านความซื่อสัตย์สุจริต ฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง เนื่องจากนายเศรษฐาย่อมต้องรู้คุณสมบัติต้องห้ามของนายพิชิตตั้งแต่ก่อนแต่งตั้งแล้ว ไม่สามารถอ้างว่าไม่ทราบได้ อีกทั้งเมื่อนายเศรษฐาพ้นจากสภาพการเป็นนายกรัฐมนตรี จึงเป็นเหตุให้คณะรัฐมนตรีทั้งคณะต้องพ้นจากตำแหน่งไปด้วย

สำหรับการคัดเลือกนายกฯใหม่นั้น ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมติเลือก นางสาวแพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 31 ของไทย ด้วยคะแนนเห็นชอบ 319 เสียง ไม่เห็นชอบ 145 เสียง และงดออกเสียง 27 เสียง ทั้งนี้ระหว่างสัปดาห์ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 34.80-35.71 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (16/8) ที่ระดับ 35.05/07 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปิดตลาดวันอังคาร (13/8) ที่ระดับ 1.0930/31 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (9/8) ที่ระดับ 1.0919/20 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ในวันพฤหัสบดี (15/8) สำนักงานสถิติแห่งชาติอังกฤษ (ONS) รายงานว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของอังกฤษขยายตัว 0.6% ในไตรมาส 2/2567 ซึ่งสอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์ในโพลสำรวจของสำนักข่าวรอยเตอร์ หลังจากที่มีการขยายตัว 0.7% ในไตรมาส 1 โดยข้อมูลดังกล่าวบ่งชี้ถึงการฟื้นตัว หลังจากที่เศรษฐกิจอังกฤษถดถอยเล็กน้อยในช่วงครึ่งหลังของปี 2566

ทั้งนี้ธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์ขยายตัวของ GDP ปี 2567 ขึ้นสู่ระดับ 1.25% จากระดับ 0.5% เนื่องจากเศรษฐกิจอังกฤษทำผลงานในช่วงต้นปีได้แข็งแกร่งเกินคาด ด้านนายเคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ต้องการให้เศรษฐกิจของประเทศบรรลุเป้าหมายการเติบโตที่ระดับ 2.5% ในช่วงที่เขารณรงค์หาเสียงเลือกตั้งเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคมที่ผ่านา

อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่ก่อนเกิดวิกฤตการเงินในปี 2551 เศรษฐกิจอังกฤษยังไม่สามารถขยายตัวที่ระดับดังกล่าวได้ ทั้งนี้ระหว่างสัปดาห์ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0881-1.1047 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดในวันศุกร์ (16/8) ที่ระดับ 1.0984/88 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน เปิดตลาดวันอังคาร (13/8) ที่ระดับ 147.35/37 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าขึ้นจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (9/8) ที่ระดับ 147.21/23 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ดัชนีนิกเคอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดตลาดพุ่งขึ้นกว่า 3% ในช่วงระหว่างวัน ทะลุระดับ 36,000 จุด เนื่องจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวขึ้นตามหุ้นกลุ่มเดียวกันในตลาดหุ้นสหรัฐ ตลอดจนได้แรงหนุนจากเงินเยนที่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ

โดยหุ้นเกือบทุกกลุ่มปิดบวก นำโดยกลุ่มประกัน กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า และกลุ่มบริษัทหลักทรัพย์ ส่วนกลุ่มเดียวที่ปิดลบคือกลุ่มขนส่งทางอากาศ ในวันพุธ (14/8) นายฟูมิโอะ คิชิดะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น แถลงต่อสื่อมวลชนว่าเขาจะไม่ลงสมัครรับเลือกตั้้งชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) ในเดือนกันยายน และจะก้าวลงจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเมื่อพรรคมีการเลือกผู้นำคนใหม่

อีกทั้งยังให้คำมั่นว่าจะสนับสนุนผู้นำพรรคคนใหม่อย่างเต็มที่ ซึ่งถือเป็นการสิ้นสุดวาระการดำรงตำแหน่ง 3 ปี ที่เขาดำรงตำแหน่งในช่วงผลักดันให้เพิ่มค่าจ้างและเพิ่มการใช้จ่ายด้านกลาโหม โดยในวันพฤหัสบดี (15/8) มีการเปิดเผยตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของญี่ปุ่น ขยายตัวสูงมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ในไตรมาสที่ 2

โดย GDP ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.8% เมื่อเทียบเป็นรายไตรมาส ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์ในโพลสำรวจของสำนักข่าวรอยเตอร์คาดการณ์ไว้ว่าจะขยายตัว 0.5% และเมื่อเทียบเป็นรายปี GDP เพิ่มขึ้น 3.1% ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์ในโพลสำรวจของรอยเตอร์คาดการณ์ไว้อย่างมาก ที่ระดับ 2.1% แต่อย่างไรก็ตาม แม้ว่า GDP ญี่ปุ่นจะแข็งแกร่งในไตรมาสที่ 2 แต่หดตัวเมื่อเทียบเป็นรายปีเป็นไตรมาสที่ 2 ติดต่อกัน โดยปรับตัวลดลง 0.8% จากที่หดตัว 0.9% ในไตรมาสที่ 2 ทางด้านนักวิเคราะห์ชี้ว่า BOJ อาจดำเนินนโยบายเข้มงวดต่อไป

ส่วนด้านนายจุน ไซโตะ นักวิจัยอาวุโสจากศูนย์วิจัยเศรษฐกิจญี่ปุ่น กล่าวกับสำนักข่าวซีเอ็นบีซีว่า ตัวเลข GDP ญี่ปุ่นดังกล่าวนับเป็นข้อมูลเชิงบวกที่ดีมาก และจะเป็นปัจัยสนับสนุนให้ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไป และดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดยิ่งขึ้นตามปฏิกิริยาของตลาด ทั้งนี้ ระหว่างสัปดาห์ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 141.66-149.39 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (16/8) ที่ระดับ 149.07/09 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : บาทอ่อนค่าหลังเปลี่ยนนายกฯ ขณะตลาดลดมุมมองเศรษฐกิจสหรัฐชะลอตัว

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...