โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชวนลูกไปนิทรรศการ Little Read Universe และงานมหกรรมหนังสือระดับนานาชาติ ครั้งที่ 29 กันเถอะ!

Mood of the Motherhood

เผยแพร่ 17 ต.ค. 2567 เวลา 10.34 น. • Events

ทุกครั้งที่โอกาสไปเดินงานหนังสือ แน่นอนว่า M.O.M ก็จะพยายามมองหาหนังสือเกี่ยวกับเทคนิคการเลี้ยงลูก หนังสือยอดฮิตในแวดวงของแม่และเด็ก รวมถึงนิทานสำหรับเด็กที่ชวนน่าหลงใหลมาฝากคุณพ่อคุณแม่อยู่เสมอแต่ในครั้งนี้ นอกจากเราอยากจะมาอัปเดตหนังสือใหม่กันแล้ว หนึ่งในความตั้งใจของเรานั่นก็คือการมาดูนิทรรศการ Little Read Universe นิทรรศการที่บอกเล่าถึงความสำคัญในการสร้างนักอ่าน ที่สามารถเริ่มได้ตั้งแต่วันที่ลูกยังอ่านหนังสือไม่ออก รวมถึงผู้ใหญ่อย่างเราหากจะอ่านหนังสือเด็กดูบ้าง คงไม่ได้แย่อย่างที่คิดเราเลยขอเวลา นิดนก—พนิตชนก ดำเนินธรรม หนึ่งในผู้สร้างสรรค์โปรเจ็กต์น่ารักๆ นี้ มาพูดคุยเกี่ยวกับภารกิจในการจัดนิทรรศการเพื่อนักอ่านรุ่นจิ๋วครั้งนี้สักหน่อย…

จุดเริ่มต้นของงานครั้งนี้เราได้โจทย์มาจากสมาคมผู้จัดพิมพ์หนังสือแห่งประเทศไทย (Pubat) เขาอยากให้มีกิจกรรมภายในงานหนังสือสำหรับเด็กแต่ไม่รู้จะเริ่มยังไงดี ซึ่งปกติภายในงานหนังสือก็จะมีกิจกรรมสำหรับเด็กอยู่แล้ว เช่น วาดรูป ระบายสี แต่พอเราได้โอกาสมาทำงานนี้ก็เลยอยากทำงานเชิงความคิดมากขึ้น ก็เลยคิดว่าอยากทำในรูปแบบนิทรรศการที่มีเนื้อหาที่ทุกคนสามารถอ่านได้ เพื่อที่จะสื่อสารคีย์แมสเสจบางอย่าง มีผนังบอร์ดที่ทำให้ทุกคนสามารถโต้ตอบได้ มีพื้นที่ให้เด็กๆ เข้ามานั่งอ่านหนังสือได้ มีกระดาษเปล่าให้เด็กๆ มานั่งขีดเขียนได้ เราอยากให้ทุกคนเชื่อในพลังของกระดาษเปล่า เชื่อว่าเราไม่จำเป็นต้องมีสมุดระบายสี ไม่จำเป็นต้องมีรูปอะไร แค่มีกระดาษเปล่าหนึ่งแผ่น เด็กๆ ก็สามารถจัดการได้ เพราะพวกเขามีเรื่องเล่าเยอะมาก

"การอ่านของเด็กมักถูกพูดในเชิงว่า เมื่อเด็กอ่านออกแล้วก็ให้เด็กอ่านเอง เราก็เลยอยากสื่อสารว่า การจะสร้างให้เด็กรักการอ่านเราต้องทำตั้งแต่ก่อนที่เด็กจะอ่านได้"

อยากให้อธิบายคอนเซ็ปต์หรือคำว่า Little Reads Universe อีกหน่อยโจทย์ที่เราได้มาคือจะทำอย่างไรให้วงการหนังสือแข็งแรง เราก็เลยย้อนกลับไปตั้งคำถามว่าแล้วจะทำอย่างไรให้คนรักการอ่าน ซึ่งทำให้เราย้อนตัวเองกลับไปสมัยเด็กและค้นพบว่า การอ่านของเด็กมักถูกพูดในเชิงว่า เมื่อเด็กอ่านออกแล้วก็ให้เด็กอ่านเอง เราก็เลยอยากสื่อสารว่า การจะสร้างให้เด็กรักการอ่านเราต้องทำตั้งแต่ก่อนที่เด็กจะอ่านได้ คำถามต่อมาก็คือแล้วเราจะสร้างผ่านอะไร มีภาษิตแอฟริกันกล่าวเอาไว้ว่า ‘การเลี้ยงลูกหนึ่งคนต้องใช้คนทั้งหมู่บ้าน’ ซึ่งการอ่านก็เหมือนกัน เราต้องช่วยกัน ไม่ใช่แค่หน้าที่ของพ่อแม่หรือคุณครูเท่านั้น แต่หมายถึงเราทุกคนทั้งหมู่บ้าน พื้นที่ที่เราอยู่ สังคม และอุตสาหกรรมหนังสือ คือทั้งจักรวาลเลยมันก็เลยกลายเป็นที่มาของชื่องานLittle Read Universe ภารกิจเรื่องอ่านของเด็ก เล็กเท่าจักรวาล หมายถึง การอ่านของเด็กมันดูเหมือนจะเป็นเรื่องเล็กนะ แต่ความจริงมันเล็กเท่าจักรวาล

หมายถึงเราควรให้เด็กได้รู้จักกับหนังสือเร็วเท่าไรก็ยิ่งดีใช่หรือเปล่าใช่ค่ะ เราพยายามสื่อสารว่า ‘รักที่จะอ่าน ก่อนอ่านได้’ หมายถึง สิ่งที่สำคัญกว่าการอ่านหนังสือออก คือการสร้างความรู้สึกรักให้เด็กๆ ก่อน ความรักครั้งแรกของเด็กๆ คือรักพ่อแม่ เพราะฉะนั้นถ้าเราเอาหนังสือเข้ามาเชื่อมโยงกับคุณพ่อคุณแม่ หรือบ้านไหนเป็นปู่ย่าตายายหรือพี่เลี้ยงดูแล ก็สามารถอ่านหนังสือให้เด็กฟังได้ เขาจะจดจำเสียง บรรยากาศ ความนุ่มนิ่มของเตียงที่นอนอ่านหนังสือด้วยกัน ได้นอนตักอุ่นๆ ตอนที่ฟังคุณพ่อคุณแม่อ่านหนังสือให้ฟัง หรือแม้กระทั่งตอนที่อ่านผิดแล้วหัวเราะดัวยกัน ทั้งหมดนี้คือประสบการณ์และทำให้เขารู้สึกว่าช่วงเวลาของการอ่านหนังสือมันดีจังเลย ดังนั้นเด็กยิ่งเล็กยิ่งต้องเริ่ม

ถ้าพ่อแม่ไม่รู้ว่าจะเริ่มอ่านหนังสือกับลูกยังไง…ภายในงานเราพยายามจะสื่อสารว่าทุกคนสามารถอ่านหนังสือให้เด็กฟังได้ และมันไม่จำเป็นต้องมีเทคนิคอะไรเลย ก็เลยเป็นที่มาของกิจกรรมบ้านนักเขียน ซึ่งเราตั้งเป้าหมายเอาไว้ว่า เราอยากเชื่อมจักรวาลระหว่างโลกของผู้ใหญ่และเด็ก พอพูดถึงกิจกรรมสำหรับเด็กอย่างการเล่านิทาน มันมักจะถูกพูดถึงในฐานะนักเล่านิทาน หรือว่านักเขียนนิทาน ซึ่งไม่ได้ผิดอะไรนะ แต่งานในครั้งนี้ คนที่เดินผ่านไปผ่านมาไม่ใช่แม่และเด็กเพียงอย่างเดียว แต่ว่ามีเด็กวัยรุ่น มีรุ่นลุงป้าน้าอา เราก็เลยเชิญนักเขียนทั่วไปนี่แหละมาอ่านหนังสือให้เด็กๆ ฟัง ซึ่งคนเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์เล่านิทานให้เด็กฟัง หรือบางคนอาจไม่คุ้นชินกับเด็กเลยด้วยซ้ำ เราก็บอกเขาว่าเชื่อมั่นในตัวเองได้เลย แต่ละคนก็มีสไตล์การเล่าแตกต่างกัน สุดท้ายแล้วเด็กๆ จะรู้จักตัวตนของเราผ่านวิธีการเล่านั่นแหละ เราอยากทำให้เห็นว่าการอ่านเป็นเรื่องง่ายและธรรมดาที่สุด

"สังคมเรามักมองว่าอ่านหนังสือการ์ตูนไม่มีประโยชน์ อ่านหนังสือเรียนดีกว่า แต่เราอยากชวนให้ทุกคนมาอ่านในสิ่งที่เรารักก่อน แล้วหลังจากนั้นจะอ่านอะไรก็ได้ เช่น คุณแม่หยิบหนังสือเรียนมาอ่านให้ลูกฟัง แต่เป็นการนอนอ่านด้วยกันบนที่นอน บรรยากาศมันก็จะดีขึ้น"

ผลตอบรับเป็นอย่างไรบ้างจริงๆ เรารู้สึกดีมาก คนที่มาดูหนังสือนิทานก็ไม่ใช่แค่เด็กเล็ก แต่มีเด็กมัธยม นักศึกษา รวมถึงผู้ใหญ่ด้วย อย่างในงานก็จะมีบอร์ด ‘ยังจำได้หรือเปล่า ว่าตอนเด็กๆ ใครเป็นคนอ่านหนังสือให้เราฟัง’ ซึ่งมีคนแปะสติกเกอร์ว่าไม่เคยมีใครอ่านให้ฟังเยอะมาก มันเป็นเพราะสมัยก่อนเราเข้าใจว่าต้องรอให้เด็กอ่านหนังสือออก แล้วก็ไปอ่านเอง แต่ปัจจุบันมีงานวิจัยเยอะแยะมากมาย บอกว่าการอ่านหนังสือให้เด็กฟังสามารถทำได้จนถึงลูกวัยรุ่นเลย คุณครูก็สามารถทำได้จนถึงเด็กมัธยมศึกษา เพราะว่ามันไม่ใช่การเล่า แต่เป็นการเอาหนังสือมาอ่านแล้วเขาติดตามเรื่องราวไปกับเรา สิ่งนี้สามารถทำได้ไปอีกนานมากๆ โดยไม่จำเป็นที่จะต้องหยุดเมื่อลูกอ่านออกได้สังคมเรามักมองว่าอ่านหนังสือการ์ตูนไม่มีประโยชน์ อ่านหนังสือเรียนดีกว่า แต่เราอยากชวนให้ทุกคนมาอ่านในสิ่งที่เรารักก่อน แล้วหลังจากนั้นจะอ่านอะไรก็ได้ เช่น คุณแม่หยิบหนังสือเรียนมาอ่านให้ลูกฟัง แต่เป็นการนอนอ่านด้วยกันบนที่นอน บรรยากาศมันก็จะดีขึ้นมีเด็กอายุ 14 คนหนึ่งมาบอกกับเราว่ารู้สึกดีมากเลยที่มีพื้นที่ที่ให้เขาเข้ามาได้ พอพูดถึงกิจกรรมสำหรับเด็ก มันก็จะเป็นของเด็กจิ๋วไปเลย แต่ว่าพอเป็นกิจกรรมนักเขียน มันก็จะเป็นของผู้ใหญ่ไปเลย แต่เขาอยู่ตรงกลาง คำนำหน้าก็ยังเป็นเด็กหญิง พอเราฟังแล้วก็รู้สึกว่าเราได้เชื่อมจักรวาลสำเร็จแล้ว**

นิทรรศการ Little Read Universe ภารกิจเรื่องอ่านของเด็ก เล็กเท่าจักรวาล บูธ R02 ภายในงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 29นอกจากจะมีพื้นที่ให้ทุกคนได้นั่งอ่านหนังสือ มีกระดาษให้เด็กๆ ได้วาดเขียนแล้ว ยังกิจกรรมบ้านนักเขียน โดยมีนักเขียนมาเล่านิทานให้เด็กๆ ฟัง ตั้งแต่วันที่ 17-20 ตุลาคมนี้ วันละ 2 รอบ เวลา 11:00-12:00 น. และ 15:00-16:00 น. นะคะต่อมา M.O.M จะมาชวนสำรวจภายในงานมหกรรมหนังสือครั้งนี้กันบ้างว่ารอบนี้ มีหนังสือน่าอ่านสำหรับคุณพ่อคุณแม่และนักอ่านตัวจิ๋วเล่มไหนน่าสนใจบ้าง1. เส้นทางมหัศจรรย์วันทำงานของแม่ และเส้นทางมหัศจรรย์ตอนกลับบ้านของพ่อผู้เขียน: คิม ย็องจินสำนักพิมพ์: SandClock Booksราคา: 300 บาท (ในงานลด 15 เปอร์เซ็นต์)

หนังสือภาพสำหรับเด็กที่บอกเล่าเรื่องราวสายสัมพันธ์ระหว่างครอบครัวได้อย่างน่ารักมากๆ2. แด่ทุกครอบครัว Alles Familie!ผู้เขียน: อเล็กซานดรา มักซ์ไอเนอร์สำนักพิมพ์: SandClock Booksราคา: 290 บาท (ในงานลด 15 เปอร์เซ็นต์)

หนังสือที่เล่าเรื่องครอบครัวอย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว ครอบครัวปะติดปะต่อ ครอบครัวอุปถัมภ์ ไปจนถึงครอบครัว LGBTQ ผ่านคำเรียกพ่อแม่และชื่อเล่นในภาษาและวัฒนธรรมต่างๆ3. Raising Good Humansผู้เขียน: Hunter Clarke-Fieldsสำนักพิมพ์: SandClock Booksราคา: 320 บาท (ในงานลด 15 เปอร์เซ็นต์)

หนังสือเล่มนี้ได้แนะนำแนวทางสำหรับคุณพ่อคุณแม่จอมเคร่งครัด ให้เป็นพ่อแม่ที่มีสติมากขึ้น บอกเลยว่าเล่มนี้สามารถนำไปปรับใช้ได้ในชีวิตจริงได้อย่างดีมาก4. ฉันชอบมะเขือเทศที่สุดในโลกผู้เขียน: ธนัชพร จึงแย้มปิ่นสำนักพิมพ์: Barefoot Bananaราคา: 290 บาท (ในงานลด 15 เปอร์เซ็นต์)

หนังสือภาพสองภาษาที่ถ่ายทอดเรื่องราวด้วยข้อความสั้นๆ และภาพประกอบน่ารักๆ เมื่อเด็กชายคนหนึ่งใส่เสื้อสีแดง ก็สามาถเล่นสนุกอย่างอิสระจากสิ่งใกล้ตัวได้5. ซานตาคลอสกับกลองมนตราผู้เขียน: เมาริ กุนนัสสำนักพิมพ์: Barefoot Bananaราคา: 350 บาท (ในงานลด 15 เปอร์เซ็นต์)

หนังสือภาพที่เล่าเรื่องราวสุดป่วนท่ามกลางบรรยากาศหนาวเหน็บแต่อบอุ่นหัวใจที่หมู่บ้านซานตาคลอส6. ขออ่านอีกเรื่องหนึ่งนะผู้เขียน: เพอร์รี่ อีเมอสันสำนักพิมพ์: Little Heartราคา: 295 บาท (ในงานลด 15 เปอร์เซ็นต์)

7. หนังสือเด็กจากสำนักพิมพ์ Jamsai Kidsเรื่องราวสุดน่ารักของสองกระต่ายที่ต่างวัย มีความชอบต่างกัน และแล้ววันหนึ่งพวกเขาสองคนต้องมาเขียนนิทานด้วยกัน แต่ด้วยความชอบต่างกันเลยทำให้ทะเลาะกัน แต่ท้ายที่สุดเรื่องราวจะเป็นอย่างไรอาจจะต้องลองติดตามดูนะคะ

1. ว้า! ขนมปังหนูไหม้หมดแล้วผู้เขียน: อีนาแรราคา: 275บาท (ในงานลด 15 เปอร์เซ็นต์)เรื่องราวของเจ้าเต่าและผองเพื่อนที่จะปิ้งขนมปังกินกันทุกเช้า ทุกตัวปิ้งขนมปังออกมาน่ากินหมดเลย ยกเว้นเจ้าเต่าที่ปิ้งขนมปังออกมาไหม้จนดำปี๋ แล้วเจ้าเต่าจะทำยังไงดีนะ2. ผมจะดูแลพ่อเองครับ!ผู้เขียน: ลิลลิอาราคา: 275บาท (ในงานลด 15 เปอร์เซ็นต์)เรื่องราวความสัมพันธ์อันอบอุ่นหัวใจของพ่อเต่าและลูกเต่าสีเขียว ผ่านวันเวลาแห่งการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ความรักและสายใยระหว่างพ่อลูกจะทำให้ทุกคนยิ้มทั้งน้ำตาและเห็นคุณค่าของการดูแลกันมากขึ้น3. โรงแรมแห่งนี้มีแขกชื่อว่า "ความรู้สึก”ผู้เขียน: ลิเดีย แบรนโควิกราคา: 315บาท (ในงานลด 15 เปอร์เซ็นต์)ยินดีต้อนรับสู่โรงแรมแห่งความรู้สึก ที่ทุกความรู้สึกสามารถเข้าพักได้ แขกคุณคนต่างมีอารมณ์เป็นของตัวเอง ทั้งความโกรธ ความเศร้า ความซาบซึ้งใจ แต่ไม่ว่าจะอารมณ์ไหน ก็มีห้องว่างสำหรับแขกทุกคนงานมหกรรมหนังสือระดับนานาชาติ ครั้งที่ 29วันที่ 10 – 20 ตุลาคม 2567เวลา 10.00-21.00 น.ฮอลล์ 5-7 ชั้น LG ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...