โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

คุยกับนายแพทย์สมอาจ วงษ์ขมทอง ธุรกิจสุขภาพมีโอกาสเติบโตได้แค่ไหน

SMART SME

อัพเดต 28 มี.ค. 2567 เวลา 03.42 น. • เผยแพร่ 28 มี.ค. 2567 เวลา 03.02 น. • Smart SME

ในช่วงเวลาที่ผ่านมาเราจะพบว่าหนึ่งธุรกิจน่าจับตามอง มาแรง ใคร ๆ ต่างพากันพูดถึง นั่นคือธุรกิจสุขภาพ จากปัจจัยบริบททางสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป ไม่ว่าจะเป็น การแพร่ระบาดโรคโควิด-19, การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ เหล่านี้จึงทำให้ธุรกิจดังกล่าวมีความโดดเด่นขึ้นมา

แน่นอนว่าเทรนด์ที่เกิดขึ้นย่อมเป็นโอกาสของผู้ประกอบการ นักลงทุนที่จะเข้ามาทำธุรกิจประเภท เจาะกลุ่มเป้าหมายที่กำลังเติบโต และขยายตัว แล้วธุรกิจสุขภาพตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง Smartsme มีโอกาสได้พูดคุยกับศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.นายแพทย์สมอาจ วงษ์ขมทอง เรื่องทิศทางธุรกิจสุขภาพไทยมีโอกาสมากน้อยแค่ไหน

เทรนด์สุขภาพในช่วงที่ผ่านมาเป็นอย่างไร

นายแพทย์สมอาจ เล่าว่าตั้งแต่การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ผู้คนหันมาสนใจปัญหาเรื่องสุขภาพมากขึ้น ดังนั้นเทรนด์สุขภาพที่มาแรงที่สุดตอนนี้คือเรื่องของ Wellness ซึ่งหมายถึงการดูแล ส่งเสริมสุขภาพของตัวเองให้มีความแข็งแรงสมบูรณ์ ส่วนเทรนด์ที่สองที่มาแรงไม่แพ้กัน คือคนหันมาสนใจในเรื่องธุรกิจที่เกี่ยวกับสุขภาพ เช่น โรงพยาบาล, คลินิก

ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.นายแพทย์สมอาจ วงษ์ขมทอง

“จะเห็นได้ว่าในช่วงโควิดระบาด ธุรกิจอื่น ๆ ย่ำแย่ไปหมด ไม่ว่าจะเป็น โรงแรม, ท่องเที่ยว แต่มีธุรกิจเดียวที่นอกจากไม่ต้องปิดตัวลง แต่กิจการยังเฟื่องฟู มีคนไข้มาใช้บริการกันเยอะขึ้น นั่นคือธุรกิจที่เกี่ยวกับสุขภาพ” นายแพทย์สมอาจ กล่าว

ความโดดเด่นของประเทศไทยในตลาดโลก

นายแพทย์สมอาจ มีมุมมองว่าประเทศไทยจะมีจุดเด่นในเรื่อง medical tourism คือการที่ผู้ป่วยชาวต่างประเทศบินเข้ารักษาในประเทศไทย เพราะเรามีโรงพยาบาลที่ดี ๆ เยอะ ผ่านการรับรองมาตรฐาน JCI ซึ่งเป็นมาตรฐานของโรงพยาบาลระดับโลก ทั้งหมด 62 แห่ง นับว่ามากที่สุดในอาเซียน รวมถึงเรายังมีแพทย์ที่ดี พยาบาลที่เก่ง มีเครื่องมือการแพทย์ที่ครบครัน เหล่านี้จึงเป็นจุดเด่นของไทยในทางการแพทย์ที่มีสถานะอยู่ในระดับโลก

ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.นายแพทย์สมอาจ วงษ์ขมทอง

อย่างไรก็ตาม เรื่องของ Wellness และ Wellness tourism ที่คนต่างชาติจะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยว และดูแล หรือฟื้นฟูสุขภาพไปพร้อม ๆ กัน จุดนี้เรายังทำไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ไม่มีจุดเด่น เนื่องจากเพิ่งเริ่มต้น ถ้าเทียบกับยุโรปที่ทำมาหลายสิบปี แต่นับว่าเป็นเทรนด์ธุรกิจที่จะมาแรงต่อไปในอนาคต

วิเคราะห์โอกาสธุรกิจแต่ละเซ็กเตอร์

นายแพทย์สมอาจ สรุปโอกาสธุรกิจที่เกี่ยวกับสุขภาพ และการแพทย์ โดยแบ่งออกเป็น 4 เรื่องใหญ่ ๆ

1. medical tourism อันนี้เป็นโอกาสที่ดีมาก ๆ เพราะว่ายังมีชาวต่างประเทศจำนวนมากที่ต้องการเดินทางมารักษาตัวในเมืองไทย ทั้งมารักษาโรคผ่านบริการคลินิก

2. Wellness tourism โอกาสที่คนจะเดินทางเข้ามาฟื้นฟูสุขภาพในเมืองไทย พร้อมท่องเที่ยวไปด้วย โดยเฉพาะกลุ่มที่จะมาจากตะวันออกกลาง, จีน ซึ่งมีโอกาสเยอะมาก

3.ธุรกิจเกี่ยวกับผู้สูงอายุ จะเห็นได้ว่าเมื่อสองปีที่แล้ว ตั้งแต่ปี 2565 เป็นต้นมา ประเทศไทยมีจำนวนผู้สูงอายุ 60 ปี คิดเป็นสัดส่วน 20% ถือได้ว่าเป็นสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ ดังนั้น บริการต่าง ๆ ที่จะส่งเสริม ดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ ทั้งอาหาร ศูนย์ดูแล และอื่น ๆ ก็จะได้รับความนิยม

4.ธุรกิจเกี่ยวกับ Digital Health หรือการประยุกต์ใช้ดิจิทัลเทคโนโลยีทางการแพทย์ ธุรกิจการแพทย์เหมือนกับธุรกิจอื่น ๆ ที่ไม่สามารถหลีกหนีความก้าวหน้าทางด้านนี้ไม่พ้น ซึ่งเริ่มมีการประยุกต์ใช้เรื่องนี้เข้ากับการรักษาพยาบาลมากขึ้น โดยตามโรงพยาบาลต่าง ๆ จะเห็นการเริ่มทยอยใช้ AI เข้ามาช่วยวินิจฉัยทางการแพทย์ มีการใช้ blockchain ในการบันทึกข้อมูล หรือการจัดการเรื่องโลจิสติกส์

เหล่านี้คือ 4 เทรนด์ธุรกิจใหญ่ที่เกี่ยวกับสุขภาพที่คิดว่ามีอนาคต และมาแรง

คนที่สนใจอยากลงทุน ทำธุรกิจเหล่านี้ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง

นายแพทย์สมอาจ ให้คำแนะนำว่าผู้ที่สนใจอยากลงทุนเกี่ยวกับธุรกิจสุขภาพ สำคัญที่สุดต้องรู้ว่าคนที่ทำธุรกิจในด้านนี้มีความก้าวหน้าไปถึงไหนแล้ว ธุรกิจประเภทนี้จะประกอบด้วยอะไรบ้าง ถึงแม้จะมีหลักใหญ่ ๆ อย่าง Wellness Healthcare แต่แท้จริงแล้วยังมีรายละเอียดค่อนข้างเยอะ เพราะ Healthcare มีทั้งเรื่องของโรงพยาบาล, เทคโนโลยีที่นำมาใช้ใน Healthcare, คลินิกต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น

ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.นายแพทย์สมอาจ วงษ์ขมทอง

ส่วนใน Wellness ก็ยังมีธุรกิจต่าง ๆ อีกหลากหลาย โดย Global Wellness Institute (GWI) วิเคราะห์ว่าธุรกิจที่เกี่ยวกับ Wellness มีด้วยกัน 10 ธุรกิจ เช่น การดูแลสุขภาพตัวเอง, อสังหาริมทรัพย์เพื่อสุขภาพ, อาหารเพื่อสุขภาพ, โรงแรมเพื่อสุขภาพ เป็นต้น

ดังนั้น ผู้ที่สนใจจะทำธุรกิจสุขภาพเพื่อการแพทย์ ประการสำคัญต้องเรียนรู้ก่อนว่าสถานภาพปัจจุบันของธุรกิจการแพทย์ที่ทำกันอยู่เป็นอย่างไร มุ่งไปในทิศทางไหน อะไรเป็นสถานการณ์ของน้ำขึ้น-น้ำลง

พูดถึงหลักสูตรโอกาสธุรกิจสุขภาพและการแพทย์สำหรับผู้บริหารระดับสูง

สำหรับเรื่องนี้เราเห็นความจำเป็น และอยากที่จะส่งเสริมธุรกิจสุขภาพทางการแพทย์ของประเทศไทยให้มากขึ้น เพื่อมุ่งหวังให้เป็นศูนย์กลางทางด้านการแพทย์ของโลก ซึ่งการที่ไปถึงจุดนั้นได้ เรื่องที่ 1 ผู้ประกอบการจะต้องมีความรู้ว่าปัจจุบันนี้ธุรกิจสุขภาพทางการแพทย์มีความก้าวหน้าไปถึงไหน เรื่องที่ 2 ผู้ประกอบการต้องพาตัวเองเข้ามาอยู่ใน ecosystem ของธุรกิจนี้ เพื่อจะได้ขยายธุรกิจต่าง ๆ ให้เกิดขึ้น

เราจึงมีหลักสูตร Wellness & Healthcare Business Opportunity Program for Executives (WHB) หรือพูดง่าย ๆ ว่าโอกาสธุรกิจสุขภาพและการแพทย์สำหรับผู้ประกอบการ

อีกหลักสูตรที่ตนมองว่าผู้ประกอบการควรจะต้องเรียนรู้ คือ Wellness and Longevity for Entrepreneurs (WLE) โดยการที่ประเทศไทยมีผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นเยอะ แต่เป็นที่น่าเสียใจว่าเมื่อมีอายุมากยิ่งขึ้นใน 10 ปีสุดท้ายของช่วงชีวิตแทนที่จะอยู่อย่างมีความสุขกับลูกหลาน เรากลับต้องอยู่บนเตียง อยู่กับโรคภัยไข้เจ็บ ซึ่งเราจะให้ความรู้ผู้ประกอบการว่า Wellness จริง ๆในทางการแพทย์หมายถึงอะไร และทำอย่างไรเราถึงดูแลตัวเองด้วยวิทยาการที่ทันสมัยที่ต้องดูแลไปถึงรากลึกของเซลล์

“นี่เป็นวิทยาการระดับลึก 2 หลักสูตรที่อยากจะแนะนำผู้ประกอบการ และผู้ที่สนใจอยากจะติดตามเกี่ยวกับความก้าวหน้าเทคโนโลยีทางการแพทย์ และ Wellness เข้ามาศึกษาหาความรู้” นายแพทย์สมอาจ กล่าว

พูดถึงงาน thailand wellness & healthcare expo 2024

นายแพทย์สมอาจ กล่าวว่างาน Thailand wellness & healthcare expo 2024 เป็นงานที่มีความสำคัญมาก ๆ โดยบริษัท ไทยพัฒนาสุขภาพ จำกัด ที่มีความรู้ ความชำนาญ ในเรื่องการฝึกอบรมผู้ประกอบการเรื่องโอกาสธุรกิจสุขภาพ และการแพทย์ ร่วมมือกับบริษัท พีเอ็มจีคอปอร์เรชั่น จำกัด ซึ่งมีประสบการณ์ในการทำสื่อมานาน และมีประสบการณ์ในการจัดงานมหกรรม รวมถึงการฝึกอบรมผู้ประกอบการรายย่อยให้มีความรู้ในเรื่องการทำธุรกิจ

“2 บริษัท เราได้ร่วมมือกันจัดงาน เพื่อให้ผู้ประกอบการในแวดวงธุรกิจสุขภาพทางการแพทย์ ได้มีโอกาสนำสินค้า บริการ และเทคโนโลยีที่ก้าวหน้ามานำเสนอให้ผู้ที่สนใจได้รับชม”นายแพทย์สมอาจ กล่าว

นอกเหนือจากการจัดแสดงนิทรรศการสินค้า บริการ และความก้าวหน้าเทคโนโลยีทางการแพทย์แล้ว ยังมีการจัดสัมมนาให้ความรู้อีกด้วย อีกเรื่องที่สำคัญคือมีการทำ Business Matching ที่จะมีบริษัท/ตัวแทน มาพูดคุยกับผู้ที่สนใจอยากทำธุรกิจ รวมถึงผู้ที่มาร่วมงานจะได้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลตัวเองในโลกที่มีความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยี

ทั้งนี้ Thailand wellness & healthcare expo 2024 จะจัดขึ้นในวันที่ 16-18 สิงหาคม 2567 ที่ฮอลล์ 99 อาคารจัดแสดงนิทรรศการและสินค้า ไบเทค บางนา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...