โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

‘เบียร์ลีโอ’ กับสถานะแชมป์ เป็นเบอร์1 ยาวรวด 17 ปี เตรียมส่งตัวใหม่ ทำตลาดเพิ่มอีกในปี 67

The Better

อัพเดต 22 มี.ค. 2567 เวลา 07.07 น. • เผยแพร่ 21 มี.ค. 2567 เวลา 15.26 น. • THE BETTER
เบียร์ลีโอ ครองแชมป์เบอร์1 ในตลาดเบียร์เมืองไทยด้วยส่วนแบ่ง 50% มานานกว่า 17 ปี กับ 3 เหตุผลที่นำทางไปสู่การเป็นเบียร์มหาชนขวัญใจคนรุ่นใหม่ในตลาดเบียร์มูลค่า 2.6 แสนล.  

ธิติพร ธรรมาภิมุขกุล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด (ซีเอ็มโอ) บริษัทบุญรอดเทรดดิ้ง จำกัด ผู้ผลิตและทำตลาดผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์-นันแอลกอฮอล์ ตราสิงห์ และ ลีโอ เปิดเผยว่าผลิตภัณฑ์เบียร์ลีโอทำตลาดมานานร่วม 26 ปีถึงในปัจจุบัน และสามารถครองส่วนบ่งตลาดอันดับ 1 ด้วยสัดส่วนราว 50% ต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 17 ปีที่ผ่านมา โดยมาจาก 3 ส่วนผสมหลักประกอบกัน คือ

  • ‘รสชาติและคุณภาพ’สินค้าเบียร์ที่ถูกใจผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่มนักดื่มหน้าใหม่ ที่จะเข้ามาอยู่ในตลาดเพิ่มขึ้นทุกปี ทดแทนนักดื่มรุ่นเดิมที่อาจมีอายุมากขึ้นและมองหาผลิตภัณฑ์ทางเลือกอื่น ๆ เพื่อดื่มทดแทน
  • ‘แบรนด์ผลิตภัณฑ์’ เบียร์ลีโอที่อยู่ในใจผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่ตลอดกว่า 20 ปีที่ผ่านมา
  • กิจกรรมทางการตลาดแนวทางต่างๆ ที่ปรับรูปแบบการสื่อสารให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายสินค้ามาอย่างต่อเนื่องถึงในปัจจุบัน ในฐานะแบรนด์สินค้าเครื่องดื่มเบียร์มหาชนของคนรุ่นใหม่

“รสชาติและคุณภาพเบียร์ลีโอที่ถูกคอนักดื่มหน้าใหม่ ถือเป็นตัวนำในการทำตลาดตลอดระยะเวลากว่า 20 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะในกลุ่มยังเจนฯทุกยุคสมัย ที่ต่างเริ่มต้นทำความรู้จักด้วยเบียร์ลีโอ จนกลายเป็นแบรนด์ที่อยู่ในใจผู้บริโภคคนรุ่นใหม่ ล่าสุดในปีที่ผ่านมาเบียร์ลีโอยังได้รับการคัดเลือกให้เป็นแบรนด์ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในโซเชียล มีเดียอีกด้วย”

ตลาดเบียร์เชิงมูลค่าโตสวนทางกำลังผลิต

ทั้งนี้ ในปี 2566 เบียร์ลีโอ ครองส่วนแบ่งสัดส่วน 50% ของตลาดเบียร์ (เชิงปริมาณ) อยู่ที่ 2,200 ล้านลิตร โดยมีอัตราการบริโภคในตลาดเบียร์เพิ่มขึ้นราว 3% ขณะที่มูลค่าทางการผลิตเบียร์ในภาพรวมกลับลดลงราว 3% เช่นกัน เป็นผลมาจากโครงสร้างราคาใหม่ของเบียร์ที่ปรับเพิ่มขึ้นเมื่อปี 2565 ทำให้ช่องทางจำหน่ายสินค้าในกลุ่มตัวแทนธุรกิจร้านค้าได้มีการกักตุน (สต๊อก) สินค้าบางส่วนไปก่อนล่วงหน้า ส่งผลต่อภาคกำลังการผลิตเบียร์ลดลง และจากโครงสร้างราคาใหม่ดังกล่าวผลักดันให้ตลาดเบียร์ของไทยในภาพรวมมีมูลค่าราว 260,000 ล้านบาท ในปีที่ผ่านมาด้วย

ธิติพร กล่าวว่า สำหรับปี 2567 ตลาดเบียร์ประเทศไทย ในภาพรวมคาดจะมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง จากปัจจัย 1. การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในประเทศ จากจำนวนนักเดินทางต่างชาติมาไทยที่ได้มีการปรับเป้าหมายล่าสุดอยู่ที่ 36 ล้านรายในปี 2567 ส่งผลบวกกับภาคธุรกิจโดยรวม และ 2. การเติบโตเศรษฐกิจของไทยที่ยังทรงตัวในระดับนี้อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปีโดยไม่ชะลอตัวลดลง

กิจกรรมดนตรี กับคนเจนฯ Z

จากแนวโน้มดังกล่าว ในปีนี้ บริษัทฯ เตรียมใช้งบประมาณกว่า 150 ล้านบาททำตลาดผ่านกิจกรรมดนตรี (Music Marketing) ในแคมเปญ ‘ไปด้วยกันนะ’ ทั้งรูปแบบออนไลน์และออนกราวด์ พร้อมเปิดตัว 3 พรีเซ็นเตอร์พร้อมกันเป็นครั้งแรก คือ ศิลปินวงทรีแมนดาว (Tree man Down) ศิลปินวงดนตรีเพื่อชีวิตยุคใหม่ ‘ไททศมิตร’ (TaitosmitH) และ ศิลปินหญิงเดี่ยว อิ้งค์-วรันธร เปานิล มาร่วมกิจกรรมดนตรี/คอนเสิร์ตที่จัดขึ้นในแต่ละสถานที่ทั่วประเทศไทยไม่ต่ำกว่า 400 งานตลอดทั้งปีนี้ เพื่อสื่อสารแบรนด์ร่วมกับผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่ เจนเนอเรชันซี (Z Genneration) ซึ่งเป็นฐานกลุ่มเป้าหมายหลักเบียร์ลีโอ

“เป็นความตั้งใจของแบรนด์ลีโอ ในการใช้ศิลปินทั้ง 3 กลุ่มที่มีความแตกต่างค่อนช้างชัดเจน เพื่อนำมาสื่อสารการตลาดแบรนด์กับคนเจนฯซีในฐานะกลุ่มคนรุ่นใหม่ในปัจจุบัน และมีความชอบที่แตกต่างกันออกไปซึ่งจะตรงกับคาแรกเตอร์ของแต่ละพรีเซ็นเตอร์ทางดนตรีของลีโอ ในปีนี้” กล่าว

จากการนำแพลตฟอร์ม Leo Music Marketing มาใช้ทำการตลาดสามารถสร้างเอนเกจเมนต์กับกลุ่มเป้าหมาย ด้วยการดึงแฟนเพลงเข้ามามีส่วนร่วมกับกิจกรรมและคอนเสิร์ตต่างๆ เช่น Leo Red Night ที่ลีโอจัดโรดโชว์การแสดงศิลปินดนตรีในช่องทางร้านอาหาร ผับ บาร์ สถานบันเทิงทั่วประเทศไทยตลอดทั้งปี ส่วนออนไลน์ จะมี Live Music และรายการต่างๆ เช่น Leo Cover Club การคัฟเวอร์เพลงดังผ่านช่อง Leo Thailand บนแพลตฟอร์ม Youtube และ ลีโอ เฟส คอนเสิร์ตที่แฟนๆให้การตอบรับด้วยดีตลอดมา

ไตรมาส4 ปีนี้ มีลีโอตัวใหม่ทำตลาด

ธิติพร กล่าวจากแนวทางการทำตลาดดังกล่าว เพื่อตอกย้ำเบียร์ลีโอในฐานะผู้นำเบอร์หนึ่งเบียร์มหาชนของคนรุ่นใหม่ในตลาดไว้อย่างต่อเนื่อง โดยจะยังคงเป้าหมายในสัดส่วน 50 % เอาไว้ก่อนด้วยยังต้องให้ความสำคัญกับเบียร์สิงห์ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งแบรนด์หลักสำคัญของบริษัทฯ ที่ทำตลาดเบียร์ร่วมกันที่ปัจจุบันเบียร์สิงห์มีส่วนแบ่งการตลาดราว 15% ซึ่งหากรวมทั้ง 2 แบรนด์ ลีโอ และสิงห์ แล้วจะครองส่วนแบ่งรวมในตลาดได้มากกว่า 65 % เลยทีเดียว ขณะที่แบรนด์คู่แข่งอันดับสอง ‘ช้าง’ มีส่วนแบ่งราว 32%

จากปัจจุบันเบียร์ลีโอ มียอดขายจากช่องทางเปิดดื่มทันที (On Premise) ราว 15% และช่องทางซื้อกลับไปดื่ม (Off Premise) ราว 75% หรือในช่องทางหลักร้านค้าปลีกดั้งเดิม (Traditional Trade) ในสัดส่วนราว 85% ที่สอดคล้องกับตำแหน่งผลิตภัณฑ์ที่ต้องการเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้างด้วย

พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ยังมีแผนทำตลาดสินค้ารายการ (SKU) ใหม่เบียร์ลีโอ ที่จะเปิดตัวภายในไตรมาส 4 ปีนี้เพิ่มเติมด้วย เพื่อสร้างสีสันในตลาดและเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้กับผู้บริโภคในตลาดบียร์ที่จะมีความคึกคักมากขึ้นอีกในปีนี้

ธิติพร กล่าวทิ้งท้ายว่า “ในตอนนี้สิ่งสำคัญกว่าการเป็นอันดับหนึ่ง คือ การยังคงรักษาตำแหน่งแชมป์เบียร์มหาชนไว้ให้ได้ต่อไปมากกว่า ถึงแม้ว่าจะไม่มีรายใหม่เข้าในตลาดเพิ่ม แต่ก็ยังมีผู้เล่นรายเดิมที่ยังเคลื่อนไหวอยู่ต่อเนื่องในตลาดเช่นกัน ซึ่งเป็นเหตุผลที่เบียร์ลีโอ จะต้องปรับตัวพร้อมหากลยุทธ์มาสื่อสารการตลาดกับกลุ่มเป้าหมายอยู่เสมอ”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...