ทะลุมิติมาสร้างครอบครัวใหม่ทีแสนอบอุ่นให้กับตัวร้ายไปด้วยกัน (จบแล้ว)
ข้อมูลเบื้องต้น
ทะลุมิติมาสร้างครอบครัวใหม่ที่แสนอบอุ่นให้กับตัวร้ายไปด้วยกัน
Mao Chan : วาด
เวรกรรมของนักเขียนใครว่าไม่มีอยู่จริง เมื่อนักเขียนต้องกลายมาเป็นภรรยาของตัวร้ายลูกหนึ่งในนิยายของตัวเอง งานนี้จะโทษใครได้นอกจากตัวเองเท่านั้น ท่านพี่ให้อภัยข้าสักครั้งนะเจ้าคะ ข้าสำนึกผิดได้แล้วจริงๆ
Mao Chan : วาด
บรรยายกาศภายในห้องนอนก็เปลี่ยนไปมากเหมือนกัน ทุกอย่างได้รับการซัดและเช็ดถูจนสะอาด ได้กลิ่นแดดอ่อน ๆ จากที่นอนและหมอนหนุน ทำให้รู้สึกอบอุ่นสบายใจ
ทันทีที่ชายหนุ่มเปิดตู้เสื่อผ้า เขาก็พบว่าเสื้อผ้าของเขาได้รับการซักทำความสะอาดจนหอมกรุ่นทุกชุดไม่ต่างกัน ทุกครั้งที่กลับบ้านก่อนหน้านี้ลิ่วจินเสวี่ยจะนำเสื้อผ้ากลับมาด้วยทุกครั้ง เขาไม่อยากใช้เสื้อผ้าที่บ้าน รังเกียจเสื้อผ้าของไป๋เซียงเซียงที่ก่อนหน้านี้ชอบซุกเอาไว้ในตู้เดียวกัน นานๆ ถึงจะเอาออกมาซักที
ไป๋เซียงเซียงขบเม้มริมฝีปากเข้าหากัน นางไม่ควรเอาเปรียบเขานัก ถึงอย่างไรนางก็เป็นภรรยาของเขาอยู่ดี
"ท่านพี่ขึ้นมานอนบนเตียงด้วยกันเถิดเจ้าค่ะ เป๋าเป่าอยากนอนกับท่านพ่อใช่หรือไม่" หญิงสาวไม่กล้าสบตาลิ่วจินเสวี่ยตรงๆ นึกเขินอายกับการกระทำของตัวเองขึ้นมา
เขาจะคิดว่านางให้ท่าเขาไหมนะ แต่ความจริงแล้วนางก็แค่อยากให้เขาได้นอนสบายๆ และได้พักผ่อนเต็มที่ก็เท่านั้น
ลิ่วจินเสวี่ยชะงักมือที่กำลังปูผ้าบนพื้นแล้วเดินกลับมา "เอาสิ" ชายหนุ่มก้าวขึ้นเตียงเพื่อไปนอนที่ด้านใน
เป๋าเป่ารีบปีนขึ้นเตียงตามไปทันที นี่เป็นครั้งแรกที่ท่านพ่อกับนางและท่านแม่จตะได้นอนเตียงเดียวกัน
"ท่านแม่รีบมานอนเร็วเข้า เป๋าเป่าจะนอนตรงกลาง" เป๋าเป่ากวักมือเรียกท่านแม่ของนาง
นักเขียนในร่างของภรรยาตัวร้าย
หมู่บ้านลู่ชวนเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ที่อยู่ติดตีนเขา
ไป๋เซียงเซียงสะใภ้รองของบ้านลิ่วกำลังนั่งซ่อมแซมเสื้อผ้าอยู่ที่ลานหน้าเรือน ข้างกันเป็นแปลงผักที่เพิ่งรดน้ำเสร็จไปได้ไม่นาน นางนั่งอยู่ใต้ต้นท้อที่ข้างกำแพงรั้วที่สร้างมาจากท่อนไม้ง่ายๆ แบบนี้ทุกวัน
รอบบ้านหลังนี้มีเนื้อที่ประมาณสามสิบเฟินหรือประมาณครึ่งไร่หากเทียบกับการวัดในปัจจุบัน ตัวบ้านสร้างจากดินผสมฟางแห้ง มุงหลังคาด้วยหญ้าคา แบ่งออกเป็นหกห้องเล็กๆ ด้านใน
กลิ่นควันไฟที่ลอยออกมาจากในตัวบ้านทำให้ไป๋เซียงเซียงรู้ว่าคนในบ้านตื่นนอนแล้ว อีกไม่นานก้อนแป้งของนางก็ต้องตื่นนอนเหมือนกัน
ไป๋เซียงเซียงมีลูกสาวในวัยห้าขวบหนึ่งคน เป็นลูกของนางกับสามีที่เป็นตัวร้ายในนิยายเรื่องนี้
หญิงสาววางผ้าที่ซ่อมแซมเสร็จแล้วลงในตะกร้าสานที่มีอุปกรณ์เย็บปักของนางวางอยู่ด้านใน เกือบครึ่งเดือนแล้วที่ไป๋เซียงเซียงได้ทะลุมิติมาอยู่ในร่างของคนที่มีชื่อเดียวกัน
ไป๋เซียงเซียงเป็นนักเขียนนิยายแนวจีนโบราณ เรื่องล่าสุดที่เพิ่งเขียนจบลงไปคือเรื่อง 'ยอดดวงใจทรราช' เรื่องนี้พระเอกนิสัยไม่ดีในตอนแรกก่อนที่จะมีกลับใจเป็นคนดีในตอนหลัง หลังจากได้พบนางเอกที่มีความสามารถมากกว่าสตรีทั่วไป
พระเอกมีนิสัยร้ายกาจ ตัวร้ายก็ต้องร้ายกว่าเป็นธรรมดา ตัวร้ายในนิยายเรื่องนี้ถูกสถานการณ์รอบข้างบีบบังคับให้เขาต้องให้กลายเป็นคนที่เจ้าเล่ห์มากแผนการ ด้านหลังยังมีครอบครัวที่น่ารังเกียจและทั้งยากจน ถูกจับแต่งงานกับไป๋เซียงเซียง ลูกสาวคนเล็กที่เกิดจากอนุของญาติห่างๆ คนหนึ่งของผู้ใหญ่บ้าน เพื่อแลกกับเงินแค่เพียงห้าตำลึงเท่านั้น
ตัวร้ายฝืนใช้ชีวิตอยู่กับภรรยาที่ไม่ได้รักจนกระทั่งมีลูกด้วยกัน อดทนต่อนิสัยแย่ๆ ของคนในครอบครัวมาได้หลายปี วันหนึ่งได้พบกับท่านอ๋องเก้าตัวร้ายอีกคนเข้าโดยบังเอิญ หลังจากนั้นชีวิตของเขาก็ได้เปลี่ยนไป
ตัวร้ายเข้าสอบขุนนาง กลายเป็นทั่นฮวาที่มีหน้าตาหล่อเหลามากที่สุดในรอบสิบห้าปี
ตัวร้ายหลงรักนางเอกที่เป็นลูกรักนักเขียน แต่กลับไม่อาจได้นางมาครอบครอง เพราะตัวร้ายยังมีภรรยากับลูกสาวที่ต้องเลี้ยงดูอยู่อีกสองคน
ภายหลังภรรยาของเขาเห็นแก่ทองสิบหีบถึงกับยอมทิ้งเขากับลูกสาวไป
ไป๋เซียงเซียงขอหย่ากับตัวร้ายเพื่อไปแต่งงานกับขุนนางแก่คนหนึ่งที่เป็นหม้ายเท่านั้น นางทรยศต่อตัวร้ายก่อน แม้นางกับตัวร้ายจะไม่ได้รักกันก็ตามที
ภายหลังไป๋เซียงเซียงถูกตัวร้ายฆ่าตายเพราะความแค้นที่นางทรยศต่อเขา ทั้งเขาก็ไม่เคยคิดที่จะทอดทิ้งนาง แม้ว่าจะแอบมีใจให้กับนางเอกก็ตาม ส่วนลูกสาวของทั้งสองคนก็กลายเป็นตัวร้ายน้อยตามรอยบิดาของนางไป
ในตอนจบตัวร้ายเข้าปกป้องนางเอกจากการลอบสังหารของท่านอ๋องเก้า ถูกธนูห่าใหญ่ยิงไปที่ร่างกายของเขาจนพรุน กระนั้นนางเองก็ยังไม่ยอมหลังน้ำตาให้เขาแต่อย่างใด
ชีวิตของตัวร้ายไม่เคยพบเจอกับคนที่จริงใจกับเขา กระทั่งความสุขเล็กๆ ในช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิตก็ยังไม่มี
ไป๋เซียงเซียงรู้ซึ้งแล้วว่าตัวเองใจร้ายกับตัวละครตัวนี้มากมายเพียงใด
เริ่มจากการสร้างครอบครัวที่แย่ๆ ให้เขา สร้างภรรยาที่เห็นแก่เงิน กดดันให้เขาจำเป็นที่จะต้องร้ายกาจขึ้นมา
ต่อมาก็สร้างให้เขาผิดหวังในรัก ทั้งยังต้องมาตายในตอนจบเพื่อให้พระเอกกับนางเอกได้ครองรักกัน
ชีวิตของตัวร้ายไม่เคยมีความสุขหรือสมหวังเลยสักครั้ง ทั้งที่พยายามทำทุกอย่างจนสุดความสามารถของเขาแล้ว หากถามว่าเป็นเพราะเหตุใด คำตอบก็คือนักเขียนที่สร้างเขาขึ้นมา
เวลานี้นักเขียนคนนั้นได้ทะลุมิติมาเป็นภรรยาของเขา นี่คงเป็นผลกรรมที่นางต้องชดใช้ให้กับคนที่นางบีบบังคับเขามากจนเกินไป
ไป๋เซียงเซียงรู้สึกผิดกับตัวร้ายจริงๆ ในเมื่อมีโอกาสได้แก้ไขมัน นางก็จะสร้างครอบครัวใหม่ที่มีแต่ความอบอุ่นให้กับเขาเอง
ไป๋เซียงเซียงจะเปลี่ยนตัวร้ายให้กลายเป็นคนที่มีความสุขมากที่สุดด้วยสองมือนาง
ก้อนแป้งที่น่ารัก
ทันทีที่ไป๋เซียงเซียงกลับเข้าไปในบ้าน สะใภ้ใหญ่ที่กำลังต้มน้ำอยู่ในครัวก็รีบยืนหน้าออกมาทันที
"ตื่นแล้วเหตุใดจึงไม่มาช่วยกันบ้าง เจ้าใจดำแบบนี้ ไม่รู้ว่าเจ้ารองเลือกเจ้ามาเป็นภรรยาได้ยังไง" อวี๋ซื่อไม่รู้ว่าไป๋เซียงเซียงกับลิ่วจินเสวี่ยต้องแต่งงานกันเพราะเหตุใด เรื่องนี้มีแค่ท่านพ่อกับท่านแม่สามีรวมถึงลูกชายในบ้านทั้งสามคนเท่านั้นที่รู้
ไป๋เซียงเซียงเดินไปที่มุมห้องเพื่อหยิบไม้กวาดออกมา "เหตุใดสะใภ้ใหญ่ไม่ออกมาช่วยข้ากวาดบ้านหน่อยเล่า ข้าจะได้ไปช่วยท่านที่ในครัวแทน" หน้าที่การงานของสะใภ้ ท่านแม่สามีได้จัดแบ่งเอาไว้ให้แล้ว ทุกอย่างล้วนระบุชัดเจน ไม่มีใครเสียเปรียบใคร
โชคดีที่นักเขียนสร้างตัวละครไป๋เซียงเซียงขึ้นมาให้มีความฉลาดติดโตอยู่บ้าง ที่สำคัญก็คือก่อนหน้านี้นางค่อนข้างขี้เกียจตัวเป็นขน ทำแค่เพียงงานที่ต้องทำในส่วนของตัวเองเท่านั้น
อวี๋ซื่อรู้ว่าเถียงไปก็ไม่ชนะ นางจึงกลับไปอยู่หน้าเตาเพื่อทำกับข้าวอีกสองอย่างให้กับทุกคน
กับข้าวอย่างแรกคือน้ำต้มกระดูกไก่ อย่างที่สองคือผัดผักที่เพิ่งเก็บจากไร่เมื่อวาน
ไป๋เซียงเซียงรีบปัดกวาดเช็ดถูบริเวณห้องโถงเสียจนสะอาดเอี่ยมก่อนที่พ่อกับแม่สามีจะตื่นขึ้นมา เมื่อทำหน้าที่ในส่วนของตัวเองเสร็จเรียบร้อยแล้วหญิงสาวก็เดินกลับห้องนอนของตัวเองไป
"ท่านแม่" เป๋าเป่าน้อยรีบวิ่งลงจากเตียงมาหาท่านแม่ที่หน้าประตูห้องทันที เด็กหญิงตัวน้อยโถมร่างนุ่มนิ่มเข้าไปในอ้อมแขนของไป๋เซียงเซียงที่กำลังเปิดอ้าออกกว้างเพื่อรับร่างขาวอวบเข้าไป
ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมาไป๋เซียงเซียงพยายามปรับความเข้าใจกับลูกสาวทุกวัน ครึ่งเดือนก่อนนางสามารถเอาชนะใจลูกสาวได้แล้ว เป๋าเป่าน้อยยอมอภัยให้ท่านแม่ที่ไม่เอาไหนอย่างนาง
เวลานี้สองแม่ลูกจึงกล้าที่จะแสดงความรักต่อกัน
"เป๋าเป่าของแม่นั่งรอแม่อยู่บนเตียงก่อนนะ แม่เย็บเสื้อคลุมตัวนอกที่ขาดให้เจ้าเสร็จแล้ว รอแม่กลับมาเช็ดตัวให้เจ้า เจ้าต้องเป็นเด็กดีรู้หรือไม่"
"เจ้าค่ะท่านแม่ ข้าเป็นเด็กดี" ลิ่วถังเป่ายอมปล่อยท่านแม่ ปีนขึ้นเตียงไปนั่งรอตามคำสั่งอย่างเชื่อฟัง
เด็กน้อยชื่นชอบท่านแม่ที่เป็นอยู่ในตอนนี้มาก หนึ่งเดือนที่ผ่านมานี้เป๋าเป่าไม่เคยตีนางเลยสักครั้ง ไม่เคยถูกท่านแม่ดุด่าโดยไร้เหตุผล เป็นท่านแม่ที่ทั้งอบอุ่นและจริงใจ
เป๋าเป่าอยากให้ท่านแม่ดีกับนางเช่นนี้ตลอดไป เมื่อท่านพ่อกลับมาเป๋าเป่าจะบอกท่านพ่อว่าท่านแม่ได้เปลี่ยนไปแล้ว ดูแลเป๋าเป่าเป็นอย่างดี
ไป๋เซียงเซียงเดินออกจากห้องของตัวเองไปยังห้องครัวอีกครั้ง หญิงสาวตักน้ำที่อยู่ในตุ่มที่อยู่ในห้องครัวมาใส่หม้อดินใบเล็กแล้วขึ้นตั้งไฟ
"ท่านแม่รู้หรือไม่ว่าตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมานี้เจ้ามาแอบต้มน้ำในครัวก่อนนางตื่นนอนทุกวัน" อวี๋ซื่อรู้ว่าไป๋ซื่อจะเข้ามาต้มน้ำไปให้เป๋าเป่าได้ล้างหน้าและเช็ดตัวทำความสะอาดร่างกายทุกวัน นางเองก็เคยเลียนแบบหลายครั้ง แต่เจ้าก้อนแป้งของนางกลับไม่ชอบ พักหลังๆ อวี๋ซื่อจึงเลิกล้มความคิดนี้ไป
เถาเถาก้อนแป้งของอวี๋ซื่อชอบนอนตื่นสาย แต่การต้มน้ำต้องแอบทำก่อนที่แม่สามีจะตื่นขึ้นมา เถาเถาจึงบอกว่าไม่ชอบมันเพราะเถาเถาขีัเกียจตื่นเช้า นางอยากนอน
ไป๋เซียงเซียงมองอวี๋ซื่อด้วยหางตา "หากสะใภ้ใหญ่รับปากข้าว่าจะไม่พูดเรื่องนี้ออกไป วันนี้ข้าจะขึ้นเขาไปเก็บฟืนแทนเจ้าก็แล้วกัน" หญิงสาวคิดที่จะขึ้นเขาเพื่อไปหาผักป่าอยู่แล้ว โชคดีที่สะใภ้บ้านลิ่วไม่ต้องไปทำงานในไร่เหมือนกับสะใภ้บ้านอื่นๆ เพราะไร่ของพวกเขามีที่ดินแค่เพียงสองหมู่เท่านั้น
พื้นที่เท่านี้อยากมากก็ทำได้แค่เพียงปลูกผักปลูกหญ้า ไม่สามารถทำนาเหมือนกับบ้านอื่นๆ ได้ บ้านลิ่วภายนอกดูเป็นครอบครัวที่ยากจนมาก ยากจนเพราะคนในบ้านไม่ขยันทำงาน
โชคดีที่ลูกชายคนรองเกิดมาหน้าตาดี สามารถอ่านออกเขียนได้ คหบดีในเมืองคนหนึ่งจึงรับเขาเอาไว้ให้ทำงานด้วยกัน
ลิ่วจินเสวี่ยทำงานเป็นนายบัญชีให้กับคหบดีท่านนั้น ต้องนอนค้างที่ในเมืองเพื่อเฝ้าร้าน สี่สิบห้าวันจึงจะกลับบ้านสักครั้ง เพื่อนำเงินที่ได้จากการทำงานมาให้กับทางบ้านได้ใช้จ่ายต่อไป
ท่านย่าของเป๋าเป่าเป็นคนขี้เหนียวและขี้งงมาก นางคือคนที่ได้ถือเงิน ดังนั้นเงินทุกอีแปะไม่ว่าใครจะหามาได้ก็ต้องส่งใอบจนถึงมือนาง
ลูกชายคนรองมอบเงินให้ครอบครัวใช้จ่ายเดือนละสองตำลึง ลูกชายคนโตขายฝักเอาเงินไปซื้อข้าวสาร ลูกชายคนเล็กใช้ชีวิตราวกับคุณชาย ออดอ้อนท่านแม่เพื่อให้ได้เงินมาใช้โดยที่ไม่ต้องทำอะไร
ลูกชายคนโตขายผักได้เงินเดือนละหนึ่งตำลึง เสียค่าข้าวสารแค่เพียงสองพวงเท่านั้น
เงินส่วนที่เหลืออีกแปดพวง อวี๋ซื่อยืนยันว่าจะเก็บเอาไว้เอง ยายเฒ่าลิ่วไม่กล้าโวยวายเพราะกลัวว่าลูกสะใภ้คนนี้จะหนีกลับบ้านเดิมไป
"เจ้าอยากทำอะไรก็ทำไป ช่วยยกจานชามไปวางไว้ที่ในห้องโถงให้ข้าหน่อยสิ ถือเสียว่าช่วยๆ กัน"
ไป๋เซียงเซียงรอจนกระทั่งน้ำเดือดแล้วยกหม้อดินลงมาจากเตาไฟ
ไป๋เซียงเซียงผสมน้ำในอ่างไม้ให้อุ่นกำลังดี ยกอ่างไม้ออกจากห้องครัวไม่ลืมที่จะตอบกลับมา
"สะใภ้ใหญ่ก็ไปปลุกลูกสาวของเจ้าขึ้นมาช่วยสิ ข้ายังต้องรีบไปเช็ดตัวให้กับเป๋าเป่าเหมือนกัน" ้เด็กของบ้านลิ่วมีงานทำทั้งสองคน งานของเถาเถาคือช่วยท่านแม่ของนางจัดโต๊ะอาหารรวมทั้งล้างจาน ส่วนงานของเป๋าเป่าคือรดน้ำผักที่ลานหน้าเรือนกับการถอนวัชพืช งานส่วนนี้ไป๋เซียงเซียงทำให้ลูกสาวตั้งแต่เช้ามืดแล้ว ส่วนงานของคนอื่นๆ ก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของคนอื่นๆ ไป
อวี๋ซื่อขัดใจแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ แอบบ่นไป๋ซื่ออยู่ในใจว่าเป็นสตรีที่ใจดำ
ไป๋เซียงเซียงกลับเข้าไปในห้องของนางกับเป๋าเป่าอีกครั้ง วางอ่างน้ำอุ่นลงบนโต๊ะข้างเตียงที่มีสภาพเก่ามากแล้วเดินไปหยิบผ้าสะอาดผืนเล็กที่อยู่ในตู้เสื้อผ้าเก่าๆ เหมือนกัน
"มาให้แม่เช็ดหน้าและเช็ดตัวให้เจ้าก่อน น้ำอุ่นกำลังดี เจ้ารีบบ้วนปากเร็วเข้า อย่าเอาแต่ต้องหน้าแม่อยู่แบบนั้น" ไป๋เซียงเซียงนั่งลงที่ปลายเตียง
เป๋าเป่าน้อยฉีกยิ้มด้วยความดีใจ "ข้าทราบแล้วท่านแม่ วันนี้ข้าจะสวมเสื้อคลุมตัวที่ท่านแม่เย็บรอยขาดให้ข้า" นี่เป็นเสื้อผ้าตัวแรกที่ท่านแม่ลงมือซ่อมแซมให้นาง เป๋าเป่าดีใจมาก อยากออกไปอวดเด็กคนอื่นๆ ในหมู่บ้านทันที
ในที่สุดเป๋าเป่าก็มีท่านแม่ที่สามารถซ่อมแซมเสื้อผ้าเป็นเหมือนกับท่านแม่ของคนอื่นๆ เหมือนกัน ไม่ต้องถูกเด็กในหมู่บ้านล้อเอาอีกว่าจะใส่เสื้อขาดๆ ไปจนโตหรือไร
ไป๋เซียงเซียงสวมชุดใหม่ให้กับลูกสาว แม้จะเป็นแค่เพียงเสื้อผ้าเก่าๆ ทว่าก็ได้รับการซักทำความสะอาดและตากแดดจนหอมกรุ่นทุกชุด อบอุ่นทั้งร่างกายและหัวใจ
เสื้อผ้าที่ท่านแม่ซักให้ เป๋าเป่าสวมใส่แล้วสบายกายยิ่งนักทั้งยังหอมแดดอยู่ได้ทั้งวัน
เป๋าเป่ารู้สึกราวกับว่าเสื้อผ้าที่นางสวมใส่อยู่นั้นก็เหมือนได้ท่านแม่มาโอบกอดเอาไว้ตลอดเวลา นางชอบเสื้อผ้าในตอนนี้มาก ทุกครั้งที่ใส่มันออกจากบ้านเป๋าเป่าก็จะใช้มันอย่างระมัดระวัง
"วันนี้แม่จะทำทรงผมใหม่ให้เป๋าเป่าน้อย เป๋าเป่าอยากเอาทรงอะไร" ไป๋เซียงเซียงชอบจับลิ่วถังเป่าแต่ตัวเป็นอย่างมากเพราะครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่นางมีลูกเป็นของตัวเอง
เสียดายที่ตอนนี้ไป๋เซียงเซียงมีเงินไม่มากพอแม้ลิ่วจินเสวี่ยให้เงินนางเอาไว้เดือนละสามพวงก็ตาม
"เป๋าเป่าจะเอาทรงซาลาเปาสองข้างเจ้าค่ะ ท่านแม่มีเชือกผูกผมให้เป๋าเป่าหรือไม่ เป๋าเป่าจะได้งามๆ"
ไป๋เซียงเซียงหัวเราะร่าทันที "งั้นแม่จะถักเปียให้เป๋าเป่าด้วยนะ ก้นซาลาเปาของเป๋าเป่าจะได้ไม่เหมือนใคร" การเริ่มต้นสร้างครอบครัวที่อบอุ่นให้กับตัวร้ายต้องเริ่มที่ลูกสาวตัวน้อยที่เปรียบเสมือนโซ่คล้องใจของทั้งสองคนเอาไว้ด้วยกัน
ท่านแม่คิดถึงท่านพ่อไหม
หลังจากกินมื้อเช้าเสร็จแล้วท่านพ่อกับลิ่วหยวนชวนลูกชายคนโตก็ออกไปทำงานที่ไร่ด้วยกัน
ท่านแม่ใช้สายตาระแวดระวังเดินสำรวจมองไปรอบบ้าน เพื่อดูว่ามีใครกล้าขโมยของของนางไปทำอะไรหรือไม่
ผ่านไปครึ่งเค่อ ลิ่วเค่อสินลูกชายคนเล็กก็เดินออกมาจากห้องของตัวเองอีกครั้ง ชายหนุ่มกำลังเตรียมตัวเพื่อไปเข้าเรียนหนังสือที่ในเมือง ลิ่วเค่อสินโชคดีที่มีหน้าตาเป็นทรัพย์อีกคน เป็นที่ถูกใจของคุณหนูฉางบุตรีคนเดียวของท่านมือปราบชื่อดัง นางจึงส่งเสียลิ่วเค่อสินเข้าเรียนเพื่อที่จะได้พบเจอกัน เป็นที่อิจฉาของผู้ชายในหมู่บ้านเกือบทุกคน
"ท่านแม่มีเงินให้ข้าสักสามพวงหรือไม่ขอรับ ข้ายังต้องหาซื้อตำราเล่มใหม่ เล่มเก่าข้าเรียนจบแล้ว ข้าเป็นเด็กที่เรียนดี"
ไป๋เซียงเซียงจงรู้ว่าลิ่วเค่อสินโกหกเพราะเขาติดการพนัน
ยายเฒ่าหม่ากลั้นใจหยิบเงินสามพวงออกมา "ใช้จ่ายให้ดีๆ นะเจ้าสาม แม่หวังเพิ่งเจ้าอยู่นะ เจ้าบอกว่าจะให้แม่ได้เป็นฮูๆ อะไรนั่น"
เมื่อได้ยินคำว่าฮูๆ อวี๋ซื่อก็รีบก้าวเดินมาหาน้องสามีทันที
"บ้านเดิมของข้าเพิ่งให้เงินข้ามาครึ่งพวง ข้าให้น้องสามเอาไปซื้อตำรา" ฮูๆ ของลิ่วเค่อสินจะต้องเป็นตำแหน่งที่ยิ่งใหญ่มาก หากนางทำดีกับน้องสามีคนดี น้องสามีก็จะต้องเอาตำแหน่งฮูๆ อะไรนั่นมาให้นางได้เหมือนกัน
"ตำแหน่งนั้นเรียกว่าฮูหยินตราตั้งขอรับ ข้าจะนำป้ายฮูหยินตราตั้งมาให้ท่านแม่เอง" ลิ่วเค่อสินไม่ลืมปรายตามองมาที่พี่สะใภ้คนรองที่ก่อนหน้านี้ก็มักให้เงินเขาเป็นประจำ
มีเพียงระยะหนึ่งเดือนที่ผ่านมาที่เขาไม่เคยได้เงินจากนางอีกเลย
ไป๋เซียงเซียงไม่อยากฟังเรื่องโกหกของลิ่วเค่อสิน หญิงสาวหยิบตะกร้าขึ้นมาสะพายหลัง อุ้มเป๋าเป่าขึ้นมาแล้วเดินออกจากประตูบ้านไป
ลิ่วเค่อสินอ้างว่าจะต้องรีบเข้าเมือง เมื่อไม่มีใครเห็นเขาก็รีบวิ่งตามไป๋เซียงเซียงออกมา
"ช้าก่อนพี่สะใภ้รอง ข้าก็จะนำตำแหน่งฮูหยินตราตั้งมาให้ท่านด้วยเหมือนกัน" เงินแค่เพียงสามพวงครึ่งจะไปพออะไร แทงสูงต่ำได้ไม่กี่ครั้งก็เท่านั้นเอง
ไป๋เซียงเซียงหันหลังกลับมา หญิงสาวในเวลานี้งดงามเสียจนลิ่วเค่อสินตาลาย
"ไว้เจ้ามีเมียเมื่อไหร่ ค่อยเอาตำแหน่งฮูๆ อะไรนั่นของเจ้าไปให้นางก็แล้วกัน เพราะตำแหน่งนั้นคนที่มีสามีกับลูกสาวอยู่แล้วเช่นข้าไม่เคยต้องการ หรือถ้าข้าต้องการ ข้าก็จะให้อาเสวี่ยของข้าเป็นคนหามาให้ข้าเอง"
ลิ่วเค่อสินเบิกตากว้างอย่างตกตะลึง พี่สะใภ้รองจองเขารู้เรื่องนี้ได้อย่างไร
ไป๋เซียงเซียงอุ้มเป๋าเป่ามุ่งหน้าขึ้นเขาทันที วันนี้นางกับลูกสาวจะเล่นบนเขาด้วยกัน
อีกสามวันลิ่วจินเสวี่ยก็จะกลับมาแล้ว ไป๋เซียงเซียงตัดสินใจได้แล้วว่านางจะพูดกับเขาตามตรง บอกว่านางไม่ใช่ไป๋เซียงเซียงคนเดิม แต่เป็นคนที่มาจากที่อื่นและหวังว่าเขาจะเข้าใจ
ส่วนเรื่องที่ว่านางเป็นคนเขียนนิยายเรื่องนี้ เขาเป็นตัวละครที่นางสร้างขึ้นมา ไป๋เซียงเซียงไม่กล้าบอกเขาในตอนนี้ ไว้รออีกหน่อยก็แล้วกัน
"ท่านแม่เจ้าคะอีกสามวันท่านพ่อก็จะกลับมาแล้วเป๋าเป่าดีใจมาก ท่านแม่ดีใจหรือไม่" เป๋าเป่าคล้องคอท่านแม่ของนางเอาไว้ ให้ท่านแม่อุ้มนางขึ้นเขาไปด้วยกัน
"แม่ย่อมต้องดีใจสิ ดีใจมากแน่นอน" ไป๋เซียงเซียงลูบศีรษะของเป๋าเป่าเบาๆ
"งั้นท่านแม่คิดถึงท่านพ่อหรือไม่" เป๋าเป่าอยากให้ท่านแม่กับท่านพ่อรักกันมากกว่านี้ เพราะก่อนหน้านี้เป๋าเป่าสัมผัสได้ว่าทั้งคู่ไม่ได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันเลยเมื่อท่านพ่อกลับมาในแต่ละครั้ง
ท่านพ่อจะกลับมาอยู่ที่บ้านแค่เพียงสองวัน ท่านพ่ออ้างว่าที่นอนของเป๋าเป่ากับท่านแม่เล็กแคบจนเกินไป ให้เป๋าเป่ากับท่านแม่ขึ้นไปนอนบนเตียง ส่วนท่านพ่อก็จะนอนบนพื้นข้างหน้าต่างโดยการปูผ้าผืนบางรองนอนเท่านั้น
เป๋าเป่าสงสารท่านพ่อมาก อยากให้ท่านพ่อขึ้นมานอนบนเตียงเดียวกัน อยากให้ท่านพ่อได้รับอ้อมกอดอันอบอุ่นของท่านแม่เหมือนที่นางได้รับ เพราะเวลาที่ท่านแม่กอดนาง เป๋าเป่าจะรู้สึกอบอุ่นไปทั้งหัวใจ
ตั้งแต่เป๋าเป่าจำความได้ ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมานี้นางเพิ่งเคยได้มีโอกาสสัมผัสกับความรักของท่านแม่เป็นครั้งแรก เพราะก่อนหน้านี้มีแต่ท่านพ่อเท่านั้นที่ดีกับนาง
ท่านปู่ ท่านย่า ท่านลุง ท่านอา ท่านป้าสะใภ้ รวมถึงเถาเถาไม่ค่อยชอบนาง มักล้อเลียนเป๋าเป่าลับหลังเสมอเมื่อไม่มีใครเห็นว่าเป๋าเป่าเป็นเด็กโง่ที่ถูกพ่อแม่ทอดทิ้ง ไม่มีใครสักคนที่รักเป๋าเป่าจริง
เป๋าเป่ารู้ว่าท่านพ่อมีความจำเป็นเพราะต้องหาเลี้ยงครอบครัวจึงไม่ได้มาอยู่กับนาง
ทว่าทุกครั้งที่ท่านพ่อกลับมา ท่านพ่อก็จะอยู่เป็นเพื่อนเล่นให้กับเป๋าเป่าทั้งวัน
เป๋าเป่ามักอ้อนให้ท่านพ่อพานางออกไปเดินเล่นรอบหมู่บ้าน ท่านพ่อหัวเราะขันนางแต่ก็ยอมอุ้มนางออกไป
เป๋าเป่าสังเกตเห็นว่าในตอนที่ท่านพ่อกลับมาผู้หญิงในหมู่บ้านหลายคนมักหาเรื่องมาพบท่านพ่อที่บ้านเป็นประจำ ท่านปู่กับท่านย่าดีใจมากเพราะทั้งสองคนจะได้ของฝากที่ผู้หญิงเหล่านั้นเอามาให้มากมาย
เป๋าเป่าเองก็ได้รับคำชมจากผู้หญิงเหล่านั้นเหมือนกัน แต่สายตาของพวกนางไม่ได้มองมาที่เป๋าเป่าเลย
เป๋าเป่ารู้ว่าผู้หญิงเหล่านั้นกำลังคิดที่จะแย่งท่านพ่อของเป๋าเป่าไป
"ว่าอย่างไรเจ้าคะ ท่านแม่คิดถึงท่านพ่อหรือไม่" เป๋าเป่ารั้นจะเอาคำตอบให้ได้ เพราะเรื่องนี้มีความสำคัญกับนางมาก นางอยากให้ท่านพ่อกับท่านแม่รักกัน
เป๋าเป่าสงสารท่านพ่อ อยากให้ท่านแม่ดูแลท่านพ่อเหมือนที่ดูแลนาง
ไป๋เซียงเซียงวางร่างอวบขาวของก้อนแป้งลง เวลานี้ทั้งคู่ยืนอยู่บนเขา ไป๋เซียงเซียงจึงมองขาที่พัก ปูผ้าผืนใหญ่ใต้ต้นผีผาแล้วบอกให้เป๋าเป่านั่งเฝ้าตะกร้าใส่ของเอาไว้
ไป๋เซียงเซียงย่อกายลงแล้วมานั่งบนผ้าผืนเดียวกัน
"คิดถึงสิ แม่คิดถึงท่านพ่อของเจ้ามาก เจ้าพอใจแล้วหรือยัง" หญิงสาวรู้ว่าลิ่วถังเป่ากำลังกังวลเรื่องใด
เป๋าเป่ายิ้มจนตาหยีออกมา "พอใจเจ้าค่ะ เมื่อท่านพ่อกลับมาแล้ว เป๋าเป่าจะบอกท่านพ่อว่าท่านแม่ก็คิดถึงท่านพ่อเหมือนกัน"
ไป๋เซียงเซียงรู้สึกสงสารเป๋าเป่ามาก แต่พอคิดถึงใบหน้าที่หล่อร้ายๆ ของลิ่วจินเสวี่ยคนนั้น นางเองก็พลันนึกขยายขึ้นมา
ไป๋เซียงเซียงนึกโทษตัวเองที่ขีดเขียนชะตาชีวิตให้สองพ่อลูกกลายเป็นคนที่ขาดความรักมากจนเกินไป
"แม่ขอโทษนะเป๋าเป่า หลังจากนี้เป็นต้นไปแม่จะดูแลเป๋าเป่ากับท่านพ่อเป็นอย่างดี"
เป๋าเป่าส่ายหน้าทันที นางเป็นเด็กฉลาดย่อมรู้ว่าท่านแม่กำลังรู้สึกผิดกับเรื่องก่อนหน้านี้ที่นางเคยทำ
"เป๋าเป่ารักท่านแม่นะเจ้าคะ ท่านพ่อก็เหมือนกัน" เด็กน้อยรีบทำคะแนนให้กับท่านพ่อของนางทันที
ไป๋เซียงเซียงหัวเราะร่าออกมา "เป๋าเป่ารู้ได้ยังไงกันว่าท่านพ่อก็รักแม่เหมือนกัน" หญิงสาวคิดว่าขอเพียงให้เขายอมให้อภัยนางสักครั้งก็พอ ไม่ได้คาดหวังว่าเขาจะรักหรือดูแลนาง
"เป๋าเป่ารู้ก็แล้วกัน" นางเป็นลูกสาวที่รู้ใจท่านพ่อของนางมากที่สุด ในเมื่อนางคิดว่าท่านพ่อก็รักท่านแม่เหมือนตัวนางเอง ท่านพ่อก็ต้องเป็นแบบนั้น
ไป๋เซียงเซียงนั่งมองก้อนแป้งตัวน้อยที่กำลังอมลมเอาไว้ในปาก เป๋าเป่ากำลังงอนนาง งอนที่ท่านแม่ไม่เชื่อในสิ่งที่นางพูดมา
"แม่รู้แล้ว แม่รู้แล้วว่าท่านพ่อก็รักเหมือนกัน"
เป๋าเป่ารีบเข้ามาทำคะแนนให้กับท่านพ่อต่อทันที "ท่านพ่อต้องคิดถึงท่านแม่มากๆ แน่นอน ครั้งก่อนท่านพ่อยังมอบเงินให้ท่านแม่ตั้งสามพวง เป๋าเป่าก็ได้หนึ่งพวงเหมือนกัน" เด็กน้อยไม่รู้ตัวเลยว่าได้เอาท่านพ่อของนางมากขายเสียแล้ว ไป๋เซียงเซียงได้แต่นึกขันอยู่ในใจ