รอเลย!! วัคซีนไข้เลือดออกตัวใหม่ ป้องกันโรคได้สูงเกือบ 80%
The Bangkok Insight
อัพเดต 02 ก.พ. 2567 เวลา 06.27 น. • เผยแพร่ 02 ก.พ. 2567 เวลา 06.27 น. • The Bangkok Insight"ดร.อนันต์" บอกข่าวดี วัคซีนไข้เลือดออกตัวใหม่ กำลังจะออกมาใช้ได้อีกไม่ช้าหลังจากผลการทดสอบ เฟส 3 พบป้องกันโรคได้สูงเกือบ 80%
ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยนวัตกรรมสุขภาพสัตว์และการจัดการ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) โพสต์เพจเฟซบุ๊ก Anan Jongkaewwattana เรื่อง วัคซีนไข้เลือดออกตัวใหม่ โดยระบุว่า
วัคซีนไข้เลือดออกตัวใหม่กำลังจะออกมาใช้ได้อีกไม่ช้าหลังจากผลการทดสอบ เฟส 3 ในอาสาสมัครมากกว่า 1.6 หมื่นคน เก็บข้อมูลกว่า 3 ปี ที่บราซิลให้ประสิทธิภาพการป้องกันโรคได้สูงเกือบ 80%
วัคซีนตัวใหม่นี้ชื่อว่า Butantan–Dengue Vaccine (Butantan-DV) ตามชื่อสถาบันวิจัยในบราซิล ผลวิจัยที่เพิ่งตีพิมพ์ในวารสาร NJEM ระบุว่า วัคซีนชนิดนี้ป้องกัน DENV 1 ได้สูง 96.8% ในประชากรที่เคยติดเชื้อมาก่อน
แต่ถ้าไม่เคยมีภูมิมาก่อน ภูมิจากวัคซีนป้องกันได้ 85.5% ส่วน DENV2 จะลดลงมา โดยคนที่เคยติดเชื้อมาก่อนเมื่อได้รับวัคซีน ป้องกันได้ 83.6% และ คนที่ไม่เคยติดเชื้อจะป้องกันได้ 57.9%
ส่วนข้อมูลของ DENV3 และ DENV4 ไม่มีเนื่องจากไวรัส 2 serotype นี้ พบได้ไม่มากในบราซิล ทำให้เก็บข้อมูลได้ไม่เพียงพอ
วัคซีนตัวนี้ได้รับเทคโนโลยีถ่ายทอดมาจาก NIH ของสหรัฐ ชื่อเดิมคือ TV003 ซึ่งเป็นการนำไวรัสไข้เลือดออก 4 สายพันธุ์ มาปรับให้อ่อนเชื้อลง โดยสร้างจากห้องแล็ปให้มีการขาดหายไปของชิ้นส่วนบางอย่าง แล้วสร้างขึ้นเป็น recombinant virus (rDENV) จนไม่ก่อให้เกิดโรค แต่ยังคงความสามารถในการกระตุ้นภูมิได้อยู่
วัคซีนตัวนี้ความใกล้เคียงกับไวรัสตัวจริงจากธรรมชาติ 4 สายพันธุ์ที่พัฒนาแยกกันมา โดยจะแตกต่างจากวัคซีนไข้เลือดออก 2 รูปแบบแรก คือ Denvaxia ซึ่งพัฒนามาจาก แกนกลางไวรัสไข้เหลือง (Yellow fever virus) แล้วใส่ยีนที่กระตุ้นภูมิของ DENV แต่ละสายพันธุ์แทนที่ยีนเดิมของไวรัสไข้เหลือง ทำให้วัคซีนจะเป็นไวรัสลูกผสมของไข้เหลืองกับไข้เลือดออก
ส่วน Tak-003 หรือ QDENGA ที่มีให้บริการในประเทศไทย จะเป็นไวรัสที่ใช้ DENV2 เป็นแกน แล้วนำยีนของ DENV1, DENV3 และ DENV4 มาใส่แทนที่ ยีนเดิมของ DENV2 เพื่อสร้างเป็นไวรัสลูกผสม DENV2-กับ DENV อื่น ๆ แทน
ข้อดีของ Butantan-DV คือ วัคซีนจะฉีดเพียงแค่เข็มเดียว โดยไม่จำกัดว่าคน ๆ นั้นเคยติดเชื้อมาก่อนหรือไม่ และเนื่องจากใช้ไวรัสตัวจริงจากทั้ง 4 สายพันธุ์ ร่างกายจะได้เห็นไวรัสทั้งตัว ซึ่งรวมถึงโปรตีนตัวอื่นของไวรัสที่วัคซีนรูปแบบอื่นไม่มี ซึ่งอาจจะช่วยให้ร่างกายสร้าง T cell ได้ครอบคลุมต่อไวรัสได้ดีขึ้น นับว่าเป็นวัคซีนที่น่าติดตาม และ อาจจะได้ใช้จริงในไม่ช้า
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- 'ดร.อนันต์' เผยองค์ความรู้ใหม่ ติดโควิดแบบไม่มีอาการ อาจช่วยออกแบบวัคซีนใหม่ได้
- โควิดขาขึ้น! ยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้น 625 ราย เสียชีวิตเพิ่มอีก 7 ราย
- ‘ดร.อนันต์’ รวมเรื่องต้องรู้ โควิดสายพันธุ์ JN.1 ที่กำลังเป็นสายพันธุ์หลักของโลก รวมถึงไทย
ติดตามเราได้ที่
- เว็บไซต์: https://www.thebangkokinsight.com/
- Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
- X (Twitter): https://twitter.com/BangkokInsight
- Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
- Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg