โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ยื่นภาษีปี 2567 แต่งงานแล้ว แยกยื่น/รวมยื่น แบบไหนดีกว่ากัน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 12 มี.ค. 2567 เวลา 03.26 น. • เผยแพร่ 12 มี.ค. 2567 เวลา 03.18 น.

ยื่นภาษีปี 2567 สำหรับคู่แต่งงานแล้ว แยกยื่น/รวมยื่น แบบไหนดีกว่ากัน รายละเอียดภาษีต่างกันแค่ไหนเช็กเลย

วันที่ 12 มีนาคม 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามที่กรมสรรพากรเปิดให้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ยื่นภาษีด้วยตนเองแบบกระดาษ ที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาทุกแห่งใกล้บ้าน ยื่นได้จนถึงวันที่ 31 มี.ค. 2567 โดยยื่นภาษีเงินได้แบบออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ www.rd.go.th จนถึงวันที่ 9 เม.ย. 2567

สำหรับคู่ที่แต่งงานและจดทะเบียนสมรส จะต้องเจอกับการเรียกเก็บภาษีที่สูงขึ้น ทั้งนี้มีวิธียื่นภาษีได้ 2 แบบ คือ แยกยื่น กับ ยื่นร่วม เพื่อให้ได้ประโยชน์ทางภาษี ดังนี้

คู่แต่งงานยื่นภาษี 2 รูปแบบ

1.แยกยื่นแบบแสดงรายการ

คู่สมรสที่จดทะเบียนสมรสกัน สามารถแยกยื่นแบบการเสียภาษีได้ ต่างคนต่างยื่นแบบจากรายได้ส่วนตัว ไม่ต้องนำรายได้มารวมกัน และสามารถใช้สิทธิหักค่าลดหย่อน และค่าใช้จ่ายแยกกันตามกฎหมาย

โดยวิธีนี้เหมาะกับกรณีที่ทั้ง 2 ฝ่ายมีรายได้พอ ๆ กัน เสียภาษีในอัตราฐานภาษีที่ใกล้เคียงกัน และมีค่าลดหย่อนต่าง ๆ ใกล้เคียงกัน เมื่อแยกยื่นจะเป็นการกระจายหน่วยภาษี ทำให้ต่างฝ่ายต่างเสียภาษีในอัตราที่เหมาะสม นอกจากนี้การแยกยื่นจะทำให้เกิดความสะดวกกับทั้ง 2 ฝ่าย หากไม่ต้องการให้อีกฝ่ายมายุ่งเกี่ยวในการบริหารเงินส่วนตัวของตนเอง

2.รวมยื่นแบบแสดงรายการ

หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีรายได้มากกว่า ให้นำเงินได้ของฝ่ายที่มีรายได้น้อยกว่ามารวมกัน และฝ่ายที่มีรายได้มากกว่าเป็นผู้ยื่นภาษี ทำให้สามารถรวมสิทธิทางภาษีของคนที่มีรายได้น้อยกว่าไปให้ผู้ที่รายได้มากกว่าได้ประโยชน์มากที่สุด สามารถทำได้ 2 วิธี คือ

  • รวมยื่นแบบแสดงรายการในนามสามี คือ การที่ภรรยานำเงินได้ทั้งหมดของตนไปรวมกับเงินได้ทั้งหมดของสามี แล้วให้สามีเป็นผู้ยื่นแบบ
  • รวมยื่นแบบแสดงรายการในนามภรรยา คือ การที่สามีนำเงินได้ทั้งหมดของตนไปรวมกับเงินได้ทั้งหมดของภรรยา แล้วให้ภรรยาเป็นผู้ยื่นแบบ

สำหรับการรวมยื่นแบบแสดงรายการ จะเป็นประโยชน์ก็ต่อเมื่อฝ่ายหนึ่ง มีรายได้ต่างกับอีกฝ่ายหนึ่งมาก และฝ่ายที่มีรายได้ต่ำกว่า จะไม่สามารถใช้สิทธิลดหย่อนได้เต็มสิทธิ จึงรวมรายได้กันและให้ฝ่ายมีรายได้มากกว่าเป็นผู้ยื่นแบบ ทำให้สามารถรวมสิทธิค่าลดหย่อนทางภาษีต่าง ๆ ของฝ่ายที่มีรายได้น้อย ที่ยังใช้ประโยชน์ไม่เต็มสิทธิ ไปให้อีกฝ่ายที่มีภาระภาษีสูงกว่าได้ประโยชน์

นอกจากนี้ยังมีค่าลดหย่อนต่าง ๆ ที่คนโสดและคนมีคู่ที่ต้องจดทะเบียนสมรส สามารถนำมาใช้ลดหย่อนภาษีได้ หลัก ๆ ประกอบด้วย

  • ลดหย่อนตนเอง 60,000 บาท ใช้ได้กับคนโสด และคนมีคู่ที่จดทะเบียนสมรส
  • ลดหย่อนคู่สมรส (ไม่มีรายได้) 60,000 บาท ใช้สำหรับคนมีคู่ที่จดทะเบียนสมรส
  • ลดหย่อนบุตร 60,000 บาท ใช้สำหรับคนมีคู่ที่จดทะเบียนสมรส
  • ประกันสังคมสูงสุด 9,000 บาท (พนักงานขึ้นทะเบียนประกันตน) ใช้ได้กับคนโสด และคนมีคู่ที่จดทะเบียนสมรส

หมายเหตุ : กรณีบุตรคนที่ 2 ขึ้นไป เกิดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2561 เป็นต้นไป สามารถลดหย่อนได้คนละ 60,000 บาท

จากข้อมูลข้างต้น สำหรับคนที่จดทะเบียนสมรส หากคู่สมรสไม่มีรายได้ จะสามารถนำค่าลดหย่อนคู่สมรส และค่าเลี้ยงดูบุตรมาลดหย่อนภาษีได้มากว่าคนโสด แต่ทั้งนี้ หากคนโสดหรือคนมีคู่มีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่กฎหมายยอมรับ ไม่ว่าจะเป็นการบริจาค ค่าประกันชีวิต ดอกเบี้ยบ้าน เป็นต้น ก็จะช่วยลดภาระทางภาษีได้เพิ่มขึ้น

อ้างอิงจาก ประมวลรัษฎากรมาตรา 47 และคำชี้แจงกรมสรรพากร เรื่อง แนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการจัดเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจากสามีและภรรยา (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2555

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ยื่นภาษีปี 2567 แต่งงานแล้ว แยกยื่น/รวมยื่น แบบไหนดีกว่ากัน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...