จีนวางแผนขยายอายุเกษียณ รับมือสังคมประชากรสูงวัย
จีนวางแผนขยายอายุเกษียณ รับมือสังคมประชากรสูงวัย
หนังสือพิมพ์โกลบอลไทมส์ของจีนรายงานโดยอ้างการเปิดเผยจากผู้เชี่ยวชาญอาวุโสจากกระทรวงทรัพยากรมนุษย์ของจีนว่า จีนกำลังวางแผนที่จะเพิ่มอายุเกษียณของประชากรวัยทำงานอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพื่อรับมือกับจำนวนประชากรสูงอายุที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในประเทศ
นายจิน เว่ยกัง ประธานสถาบันแรงงานและความมั่นคงทางสังคมของจีน กล่าวว่า จีนกำลังมองหาแนวทางที่ก้าวหน้า ยืดหยุ่น และแตกต่างในการเพิ่มอายุเกษียณ ซึ่งหมายความว่ามันอาจจะล่าช้าในตอนแรกและจะค่อยๆ เพิ่มขึ้นในภายหลัง
“คนวัยเกษียณอาจต้องชะลอการเกษียณอายุงานออกไปอีกหลายเดือน ขณะที่คนหนุ่มสาวอาจต้องทำงานนานขึ้นอีก 2-3 ปี แต่จะมีช่วงเวลาในการปรับตัวและเปลี่ยนแปลงที่ยาวนาน” นายจินกล่าว และว่า คุณลักษณะที่สำคัญที่สุดของการปฏิรูปคือการอนุญาตให้ประชาชนเลือกเวลาที่จะเกษียณอายุตามสถานการณ์และเงื่อนไข
ทั้งนี้ จีนยังไม่ได้มีการประกาศเปลี่ยนแปลงอายุเกษียณอย่างเป็นทางการ แต่จีนถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอายุเกษียณต่ำที่สุดในโลก โดยอายุเกษียณของผู้ชายอยู่ที่ 60 ปี ผู้หญิงที่ทำงานออฟฟิศอยู่ที่ 55 ปี และผู้หญิงที่ทำงานในโรงงานอยู่ที่ 50 ปี
นายหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีจีนคนใหม่ ประกาศเมื่อวันที่ 13 มีนาคมว่า รัฐบาลจะทำการศึกษาและวิเคราะห์อย่างเข้มข้นเพื่อออกนโยบายที่รอบคอบ
จีนซึ่งมีประชากรราว 1.4 พันล้านคน กำลังประสบปัญหาประชากรลดลงและมีอายุเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งเป็นผลจากนโยบายลูกคนเดียวที่มีการบังคับใช้ในช่วงปี 2523-2558 ทำให้แรงกดดันต่อการจัดสรรเงินบำนาญทวีความรุนแรงมากขึ้น จนผู้กำหนดนโยบายต้องเร่งหาทางแก้ไขสถานการณ์
คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติของจีนคาดว่า กลุ่มคนอายุ 60 ปีขึ้นไปของจีนจะเพิ่มขึ้นจาก 280 ล้านคน เป็นมากกว่า 400 ล้านคนภายในปี 2578 ซึ่งเท่ากับจำนวนประชากรของอังกฤษและสหรัฐอเมริกาในปัจจุบันรวมกัน
ขณะที่อายุขัยเฉลี่ยของประชากรจีนเพิ่มขึ้นจาก 44 ปีในปี 2503 เป็น 78 ปีในปี 2564 ซึ่งสูงกว่าอายุขัยเฉลี่ยในสหรัฐ และคาดว่าอายุเฉลี่ยของประชากรจีนจะเพิ่มขึ้นเป็น 80 ปีในปี 2593 ทำให้นักประชากรศาสตร์และนักเศรษฐศาสตร์ระบุว่า ระบบบำเหน็จบำนาญในปัจจุบัน ซึ่งพึ่งพาแรงงานที่มีจำนวนลดลงเพื่อจ่ายเงินให้กับผู้สูงอายุที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นนั้นไม่ใช่เรื่องที่มีความยั่งยืน และจำเป็นต้องมีการปฏิรูป